表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
Mahøú Gakuin no Futekigousha   作者: Shū
ซีซั่นที่ 1 : บท บิดาแห่งจอมมาร
3/6

~ การต่อสู้ของเหล่าอัศวินมายา ~


 วัตถุคล้ายด้ามหอกโผล่จากวงเวทที่วาดไว้ทั้งข้างซ้ายและขวาของกราแฮม


"เคียวเทพวิปลาส เบเฟนุกส์ด็อกม่า"


 ด้ามทั้งสองบรรจบเข้าหากันจากซ้ายขวา กลายเป็นกระบองหนึ่งท่อน เคียวใหญ่ที่หมุนตัวและปล่อยพลังเวทมหาศาลประหนึ่งจะผ่าวเวทปรากฏขึ้นในมือกราแฮม


"ระวังด้วย"


"มันใช้พลังของเทพเจ้า"


 เซลิสบอกพวกเจฟระหว่างตั้งตาบหมื่นอัสนีพร้อมสู้กราแฮมทำหน้าเอื้อเฟื้อ เอ่ยอย่างเลินเล่อ


"ถูกอย่างที่เขาพูด ระวังตัวไว้จะดีกว่า__"


 มันตั้งเคียวใหญ่ในแนวขวางมองไปทางกองอัศวินมายา


"ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะจบภายในหนึ่งวินาที"


 เคียวเทพวิปลาส เบเฟนุกส์ด็อกม่า ตวัดไปทางเจฟ นั่นคือแสงปลาบแห่งความตายโดยแท้ คมตัดแล่นปราดอย่างไร้สุ้มเสียงและแสงสว่าง เสมือนหนึ่งความเงียบสงัดคืบคลานเข้าหา


 เจฟฟ์ผู้ถูขนานนามว่าราชานรก หนึ่งในจตุราชามาร ยังตั้งรับไม่ทันด้วยซ้ำทว่าเซลิสใช้ดาบหมื่นอัสนีหยุดการจู่โจมนั้นไว้ได้


"สมแล้วที่เป็นนาย นายเป็นคนแรกที่หยุดการจู่โจมครั้งแรกของเคียวเทพวิปลาสได้ แต่ว่า-"


 เลือดกระฉูดอาบร่างเซลิส ศีรษะของเซโนซึ่งอยู่คนละที่กันขาดกระเด็นแล้วกลิ้งไปบนพื้น คนละทิศกับที่เคียวใหญ่ฟัน


"เคียวเทพเจ้าเล่มนี้เป็นพลังของเทพวิกลจริตอากังซอน ระเบียบที่คลุ้มคลั่งอลหม่านทำให้เหตุและผลบ้าคลั่งไปด้วย นี่คือเคียวใหญ่แห่งความไร้ระเบียบ เมือเบเฟนุกส์ดอกมาถูกกวัดแกว่ง

 แล้ว ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าจะเกิดผลลัพธ์แบบ-_"


 กราแฮมกระอักเลือดท่วมปากขณะยังพูดไม่จบ เอดกับเซต รุกเข้าโจมตีขนาบหน้าหลังด้วย 'ไลเนล' กับ 'นาจิระ' ที่ลบตัวตนได้โดยสมบูรณ์ ดาบมนตราสังหารรากเหง้าแทงทะลุท้องกับหน้าอกของกราแฮม


"พล่ามมากเกินไปแล้ว"


"จงดับสูญไปซะ"


 ทั้งคู่ใช้ดาบมนตราคว้านรากเหง้าของกราแฮม มันตวัดเบเฟนุกส์ดอกมาสวนตอบ ทว่าเอดหลบหลีกได้อย่างไม่ยากเย็นพริบตานั้นศีรษะของกราแฮมหลุดกระเด็นเหมือนถูกบั่นคอเอดกับเซตมองไปทางศีรษะนั้นด้วยสายตาเคลือบแคลง


"ผมบอกแล้วไงว่าเหตุและผลบ้าคลั่ง เคียวเทพวิปลาสที่ฟาดฟันออกไปพลาดเป้า คอของผมเลยถูกบั่น"


 ศีรษะของกราแฮมเอ่ยเช่นนั้นแล้วกลิ้งบนพื้น เลือดกระฉูด อีกครั้ง คราวนี้ศีรษะของเซตถูกตัด คงเป็นผลจากพลังของเบเฟนุกส์ดอกมา เหตุและผลบ้าคลั่งโดยสมบูรณ์ไม่อาจคาดการณ์ใดๆ


 มันคือเคียวใหญ่แห่งความไร้ระเบียบโดยแท้ตรงตามที่มันบอก แม้แต่กราแฮมผู้กวัดแกว่งเคียวเทพเจ้าคงเดาผลลัพธ์ไม่ได้เช่นกัน กองอัศวินมายาย่อมไม่เข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น


"เอาล่ะ"


 ร่างไร้ศีรษะของกราแฮมขยับแล้วจับดาบมนตราของเอด ที่แทงตัวเองอยู่อย่างสบายอารมณ์ มันออกแรงหักดาบด้วยมือเปล่าจากนั้นตวัดเคียวเทพวิปลาสฟันทั่วกายเอด เลือดทะลักออกมาความไร้ระเบียบคงมีผลต่อบาดแผลด้วย เวทมนตร์ฟื้นฟู


 จึงใช้การไม่ได้ เขาเข่าทรุดเจฟฟ์ฉวยจังหวะหลังจากที่คู่ต่อสู้ฟาดฟันเคียวเทพเจ้า เลือกทะลวงร่างกราแฮมหอกมารเข้าใส่ปลายหอกยืดออกและแยกตัวเป็นสิบเล่มแทงมันเสีย


"...อัก..!"


"ย่าห์..!!"


 เจฟยีดหอกมารให้ยาวขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด แล้วกระเทกการเคลื่อนไหวของเคียวเทพวิปลาสร่างกราแฮมติดผนังถ้ำ แขนทั้งสองข้างของมันถูกตรึง เป็นการผนึก


"ให้ตายสิ"


 ถึงกระนั้นกราแฮมก็ยังขยับแขนที่ถูกแทง เลือดหลั่งไหลเนื้อฉีกขาด ทว่าเจ้าตัวก็ยังยกเคียวใหญ่ขึ้นให้หอกบาดแขนมากขึ้นอย่างไม่อินังขังขอบ


"ทำได้ดีมาก เจฟฟ์"


 เอดที่ร่างเต็มไปด้วยเลือดหยิบดาบมนตราที่หักมายืนหน้ากราแฮม เขารวบรวมพลังเวทมหาศาลไว้ที่ใบดาบ มันคือประกายแสงแห่งชีวิตที่รีดเค้นกระทั่งชีวิตในโลกหน้ามารวมไว้ด้วย ชั่ววินาทีนั้นเอดเบนสายตาไปทางเซลิส


"ไอซิส ข้าใช่วิญญาณหรือเปล่าขอรับ"


 เอดถามอย่างเยือกเย็น


"เอ็ดดี้!!"


 เจฟฟ์ตะโกนห้าม ทว่าก็ไร้ผล


"เจ้าล่วงหน้าไปก่อนเถอะ เอดดี้ เอาไว้เราค่อยคุยกันโต้รุ่งในปรโลก"


 เอดดี้ยิ้มพึงพอใจ จากนั้นแทงตาบมนตราที่หักใส่กราแฮม


"กาวูเอล"


 แสงระเบิดตัวย้อมภาพตรงหน้าเป็นสีขาวโพลน พัดทุกสิ่งในถ้ำให้กระเด็นและเจาะคว้านครึ่งหนึ่งของภูเขาไฟเมฆสายฟ้า


 อันเป็นเขตแดน เวทมนตร์ทั่วไปเทียบชันพลานุภาพจากการระเบิดพลังเวทในรากเหง้าเช่นนี้ไม่ได้เลย ยิ่งเป็นผู้ที่อยู่ในใจกลางระเบิดด้วยแล้ว ไม่น่ามีผู้ใดรอดชีวิตไปได้กระนั้นก็ตาม-


"สละชีวิตเพื่อปราบศัตรู เป็นวิธีต่อสู้ที่สมเป็นวิญญาณดีนะ"


 แสงสว่างจางลง เงาคนไร้ศีรษะปรากฏขึ้นที่นั่น กราแฮม ที่ยังมีชีวิตอยู่ถือศีรษะของเอดไว้ในมือ มันคงตัดศีรษะของเขาและลดพลานุภาพก่อนที่


'กาวูเอล' จะสำแดงพลังได้อย่างจวนเจียน ถึงกระนั้นมันก็อยู่ในใจกลางระเบิดของ 'กาวูเอล' อยู่ดี ทั้งที่รับการโจมตีเข้าไปอย่างจัง มันก็ยังยืนอยู่ได้สบายๆ


"แต่เขาคงพยายามปกป้องน่ะนะ ฆ่าส่วนน้อยเพื่อให้ส่วนใหญ่เหลือรอด กองอัศวินมายาของพวกนายทำแบบนั้นมาตลอด"


"จงสูญสิ้นเสียเถอะ ไอ้ปีศาจ"


 เซลิสฉวยจังหวะที่เอดใช้ 'กาวูเอล' สร้างวงเวททรงกลมแห่งความเป็นไปได้ไว้เบื้องหน้า เวทมนตร์ระเบิดตัวเองของเขาทำลาย ต้านเวทมนตร์ของกราแฮม


 ที่สำคัญที่สุดคือปัดเคียวเทพวิปลาส เบเฟนุกส์ดอกมาออกจากมือของกราแฮมด้วยเอดดี้เองก็ไม่ได้คิดตั้งแต่แรกแล้วว่า 'กาวูเอล' จะปลิดชีพกราแฮมได้ เขาเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยให้เซลิสมีโอกาสชนะต่างหาก


'เวเนเชียรา(ความเป็นไปได้ปรากฏ)'


 เซลิสแทงดาบหมื่นอัสนีเข้าไปในวงเวททรงกลม ขณะเดียวกันดาบแห่งความเป็นไปได้ทั้งเก้าก็แทงเข้าไปในวงเวททรงกลมทั้งเก้าเสียงฟ้าร้องดังแสบแก้วหู รอบด้านหลั่งล้นไปด้วย


สายไฟฟ้าสีม่วง--นภาเปล่งเสียงกัมปนาท ปฐพีสันสะเทือน กระทั่งเขตแดนที่เหลืออยู่ของภูเขาไฟเมฆสายฟ้ายังถูกกลื่นและย้อมด้วยไฟฟ้าสีม่วงในชั่วอึดใจ


"ถูกแล้ว นาย..พวกนายแสดงความอ่อนแอให้เห็นแม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่ได้"


 แม้เห็นมหาเวทมนตร์ของเซลิส กราแฮมก็ยังพูดคุยเรื่อยเปื่อย


"ในดีลเฮดที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมเพทุบาย ถ้าไม่ทำตัวไร้หัวจิตหัวใจให้ได้ตลอดรอดฝั่ง เราก็ตกเป็นเหยื่อของคนอื่นทันที"


 อสุนีบาตสีม่วงที่แล่นเปรี๊ยะ ๆ ๆ ไปตามพื้นดิน วาดวงเวทย์มโหฬารที่ปากปล่องภูเขาไฟซึงถูก 'การูเอล' คว้าน


"การกวัดแกว่งดาบแห่งความเที่ยงธรรมโต้งๆเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้หรอกสายตาทุกคู่และหูของทุกผู้มุ่งไปที่เผ่ามารที่แข็งแกร่งไม่รู้เลยว่าใครดูหรือฟังอยู่ที่ไหนถ้าคิดจะคอยกำจัดคนชั่วเพียงลำพังก็จะถูกพวกคนชั่วจำนวนมากกำจัดเอาหากไม่เป็นวิญญาณที่กระหายเลือดและคลุ้มคลั่งต่อไปพวกนายคงทำให้ผู้ร่วมสายโลหิตตกอยู่ในอันตราย"


 เซลิสสร้างเขตแดนด้วยเวทมนตร์ของตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้อาณาจักรถูกทำลาย จากนั้นตั้งดาบหมื่นอัสนีขึ้นอย่างแช่มช้า


"ผลสุดท้ายพวกนายเลยไม่ได้ปกป้องคนสำคัญของตัวเองเพราะถ้าช่วยใครแม้แต่คนเดียว ศัตรูก็จะรู้ว่านั่นคือจุดอ่อน ผู้ร่วมสายโลหิตคนอื่น ๆ คงถูกเล่นงานอย่างรวดเร็ว กองอัศวินมายา จึงไม่เคยถามยืนยันกันด้วยคำพูด


 กระทั่งในหมู่เพื่อนพ้อง ได้แต่สวมบทบาทเป็นวิญญาณที่คลุ้มคลั่งต่อไป กวัดแกว่งดาบแห่งความเที่ยงธรรมเรื่อยมาเพื่อปราบเผ่ามารชั่วช้าและมนุษย์ชั่วร้าย"


 กราแฮมก้าวเท้าหนึ่งเก้า


"แต่ว่านะ เซลิส วอลดีโกด—"


 ร่างของเขาหายไปแล้วมาโผล่ตรงหน้าเจฟ หราแฮมใช้นิ้วแทงอกซ้ายของเจฟฟ์ก่อนที่เขาจะทันได้ตวัดหอก พอบีบรากเหง้าไว้แน่นร่างของเจฟก็กระตุกเฮือก


"_นายเคยเผลอแสดงจิตใจให้เห็นอยู่ครั้งหนึ่ง"

 "อ้อ..."


 เจฟฟ์ดิ้นสุดแรง ทว่ากราแฮมก็ตรึงเขาไว้อย่างง่ายดาย


"นายทำใจสังหารเขาที่เลิกเป็นวิญญาณไม่ได้"


"…แล้วจะทำไม…"


 เซลิสส่งสายตาเย็นชาให้กราแฮม เขาดูเหมือนกำลังคิดแค่เรื่องแทงดาบเล่มนั้นใส่ศัตรู โดยไม่ไยดีว่าชีวิตของเจฟจะเป็นอย่างไร


"แปลว่านายทอดทิ้งเขาไม่ลงน่ะลิ ไม่กล้าทิ้งลูกศิษย์ผู้โง่เขลาที่ไม่เข้าใจเจตนาแท้จริงของนายจนถึงวินาที่สุดท้าย"


 กราแฮมทำหน้าสงสารเซลิส


"ผมพูดผิดเหรอ พวกนายขนานนามตัวเองว่าอัศวินไร้นาม ทั้งที่เรียกตัวเองว่าวิญญาณ ทำไมถึงเป็นอัศวินก็ไม่รู้นะมีความหมายว่าจะกวัดแกว่งดาบแห่งความเที่ยงธรรมอยู่ในชื่อละสิ หากเอาพฤติกรรมของพวกนาย


 และความหมายที่แฝงในคำพูดคนน่าจะตระหนักถึงเป้าหมายของพวกนายด้วยเวทมนตร์เตรียมพร้อมเสร็จทว่าเซลิสไม่ตวัดดาบมนตราแห่งไฟฟ้าสีม่วงเพียงแต่ถลึงตาใส่กราแฮมผู้ใช้เจฟฟ์ต่างโล่


"นายต้อนรับเฉพาะผู้ที่ตระหนักถึงเป้าหมายนั้นเข้ามาเป็น อัศวินไร้นาม และทำให้คนคนนั้นเป็นวิญญาณ เพื่อที่ว่าต่อให้ช่วย ผู้คนทั้งหมดไม่ได้ ขอแค่ทำให้อาณาจักรนี้เดินไปในทางที่ถูกต้องได้อีกสักนิดก็ยังดี พวกนายทำลาย ทำลาย และทำลายเรื่อยมา"


 กราแฮมผุดยิ้มไม่น่าไว้ใจแล้วกล่าว


"พวกนายละทิ้งตัวเองสินะ ทั้งที่รู้ว่ากำลังทำสิ่งที่ผิด แต่ก็กวัดแกว่งตาบแห่งวิญญาณเรือยมา เพื่อสร้างยุคสมัยที่ไม่มีใครเลือกทางผิดให้ได้ในสักวันหนึ่ง ทุกอย่างเพื่ออนาคต ถึงจะต้องละทิ้งปัจจุบันก็ตาม"


 กราแฮมเดินต่อพลางยกร่างเจฟฟ์ไปด้วย


"ในบรรดากองอัศวินมายา ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวคือเจฟฟ์เด็กที่ายเก็บมาคนนี้ไปไหนมาไหนทำอะไรร่วมกับพวกนายโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว นายเอาแต่สวมบทบาทเป็นวิญญาณ ไม่อาจเล่าความจริงให้เขารู้ ได้แต่ภาวนาให้เขาเกิดความตระหนัก กลายเป็นภาระผูกพันให้นายทำพลาดเพราะฆ่าเขาไม่ลง"


 มันกล่าวด้วยใบหน้าไร้กังวล


"ที่ผมพูดมา ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงละมั้ง"


"เจฟฟ์"


 เซลิสเอ่ยโดยที่ไม่สนใจกราแฮม


"ข้าเคยบอกเจ้าแล้วใช่ไหมว่า ถ้าเจ้ายังไม่เปลี่ยนใจ ข้าจะทำลายเจ้าให้สมกับเป็นวิญญาณเอง"


 แม้จะถูกตะครุบรากเหง้าและเจ็บปวดทรมาน เจฟก็เค้นเสียงตอบ


"...ละ...ลงมือเลยขอรับ...ไอซิส..."


 เขาพูดเหมือนรู้แจ้งและตระหนักจนได้


"เมื่อครู่เมื่อครู่นี้เอง ข้ากลายเป็นวิญญาณเต็มตัวแล้ว..."


 ทุกสิ่งทุกอย่าง การกระทำอันเต็มไปด้วยความบ้าคลีที่ผ่านมาของอาจารย์ ในที่สุดเขาก็เข้าใจจนได้


"...คำขอโทษ...เอาไว้ข้าค่อยบอกท่านตอนเจอกันในนรก..."


"พูดได้ดีมาก"


 เซลิสย่ำเท้าหนึ่งก้าวแล้วเลือกดาบหมื่นอัสนี ไฟฟ้าสีม่วงพวยพุ่ง ใบดาบยึดพรวด มันแทงทะลวงนัยน์ตาข้างขวาของเจฟฟ์


 เลือดพุ่งทะลักจากรากเหง้าของเขา พลังเวทระเบิดตัวแล้วหมุนเป็นวงน่าสะพรึงกลัว รากเหง้าของเขาพยายามสำแตงคุณค่าที่แท้จริงเพื่อควบคุมมิติและเวทมนตร์นั้น


"...ทะ....อะไร...."


 "นั่นปะไร นายทอดทิ้งเขาไม่ลงจริงด้วย"การจู่โจมของเซลิสไม่ใช่เวทมนตร์ทำลายล้างอัสนีนามว่า


'ลาเวีย เนโอลด์ กันวาริเซ็น(ดาบสิบสนามสายฟ้าม่วงสูญสิ้น)'


 พอกราแฮมชูมือ เคียวเทพริปลาส เบเฟนุกส์ด็อกม่า ก็ลอยกลับมาหาเขา


"เอาละ อะไรจะถูกฟันเป็นอย่างต่อไปกันนะ"


 เขาตวัดเคียวเทพเจ้าสุดกำลัง แขนซ้ายของเซลิสถูกตัดร่วงลงพื้นดังตุบ


"ไอซิส!!!!!"


 เจฟร้องเรียก เซลิสเผยสีหน้าอ่อนโยนให้เขาเป็นครั้งแรก


"เจฟฟ์ ยุคสมัยกำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว วิญญาณอย่างพวกเราไม่จำเป็นในโลกที่สงบสุข แต่เจ้ายังมีวิถีชีวิตในฐานะราชา"


 รากเหง้าของเจฟฟ์ซึ่งใกล้สูญสลายทำให้พลังนั้นลืมตาตื่นเหมือนขานรับพลังเวทของดาบหมื่นอัสนี เลือดมากมายเอ่อล้นแปรเปลี่ยนเป็นลูกบอลทรงกลมห่อหุ้มเขา


"ยุคสมัยอาจกำลังจะเปลี่ยนไป แต่จะไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปทั้งนั้น"


 กราแฮมกวัดแกว่งเบเฟนุกส์ดอกมา คราวนี้มือช้ายของตัวมันเองหล่นลงพื้น


"พลาดเหรอเนี่ย"


 ถูกตัดขาดมันตวัดเคียวเทพวิปลาสอีกหน รอบนี้ขาขวาของเซลิส


"เจฟที่เป็นวิญญาณนั้นสิ้นสูญไปแล้ว ลาก่อน อีเจส ลูกศิษย์ ที่รักของข้าผู้ดื้อรั้นพูดไม่รู้ฟัง"


"ไอ—"


 คำพูดถูกกลืนเข้าไปในปริภูมิเวลา เจฟหายตัวไปพร้อมลูกโลหิตที่อาละวาด


"เจ้าจงมีชีวิตอยู่ต่อไป"


"ความรักระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ช่างงดงาม"


 กราแฮมยินซูเบเฟนุกส์ดอกมาเบื้องหน้าเซลิสผู้สูญเสียขาขวาและทรุดเข่าอยู่ ไฟฟ้าสีม่วงเส้นฝอยจากดาบหมื่นอัสนีพุ่งขึ้นฟ้าพร้อมกับที่เคียวเทพวิปลาสฟาดฟันลงมาเซลิสแทงดาบหมื่นอัสนีใส่ท้องกราแฮม


"นายเดินหมากผิดไปหนึ่งตานะ เซลิส วอลดีโกด"


"นามไม่จำเป็นสำหรับวิญญาณ"


"แต่สำหรับผู้ที่จปรโลกอย่างน้อยก็ควรที่จะได้รับการสลักจำนามนี้เอาไว้สักนิด"


"ข้าคือไอซิสหัวหน้ากองทัพอัศวินมายา—"


 มหาเวทมนตร์ที่ใช้พร้อมถ้อยคำคือ


'ลาเวีย เนโอลด์ กันวาริเซ็น'


 ไฟฟ้าสีม่วงขนาดมหึมาพุ่งลงสู่ดาบหมื่นอัสนี เป้ไม่ใช่รากเหง้า ร่างของกราแฮมไหม้เกรียม แปรเปลี่ยนเบในชั่วพริบตาและแหลกสลายไป


"คิดจะทำให้ผมใช้ เคียวเทพวิปลาส ไม่ได้งั้นเหรอ"


 อึดใจต่อมา ไฟฟ้าสีม่วงที่ฟาดลงมาถูกผ่า เสียงฟ้าร้อง ดังสนั่นถูกกลบหาย เคียวเทพวิปลาสตัดดาบหมื่นอัสนีแห่งความเป็นไปได้จนสะบั้น


"โชคยังดีนะ จริง ๆ ควรเล็งรากเหง้าโดยตรงมากกว่า"


 เซลิสกำดาบหมื่นอัสนีเกาด์เกย์มอน รวบรวมพลังเวททั้งหมดไว้ตรงนั้นแล้วเอ่ย


'เวเนเชียร่า'


"ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นชัยชนะของผมอยู่ดี"


 คมของเบเฟนุกส์ดอกมาสัมผัสถูกคอของเซลิสโดยตรงแล้วบั่นมัน


"ตราบใดที่นายทอดทิ้งเจฟฟ์ไม่ลง"


 ศรษะที่ลอยไปในอากาศพยายามจะใช้ 'อินกรา' ทว่าก็ไม่อาจใช้เวทมนตร์ได้กราแฮมคว้าศีรษะนั้นไว้ด้วยมือยับเย็นที่กลายเป็นขี้เถ้าเกือบหมด


"อา ในที่สุดก็ได้มาแล้ว นายแข็งแกร่งมาก กว่าจะได้แค่หัวโดยไม่ทำลายนายให้ดับสูญนี่ทำเอาลำบากรากเลือด"


 กราแฮมยกศีรษะของเซลิสติดเข้ากับร่างกายไร้ศีรษะของตัวเองอนุภาคพลังเวทเข้าห้อมล้อมคอของเขากระทั่งเชื่อมต่อกันเสร็จสิ้น


"เท่านี้ผมก็กลายเป็นเซลิส วอลดีโกด แล้ว"


 พลังเวทเปี่ยมล้นร่างกาย ไฟฟ้าสีม่วงโลดแล่น ร่างของกราแฮมซึ่งกลายเป็นขี้เถ้าค่อยๆ ได้รับการรักษาเยียวยา


 มันเอียงศีรษะซ้ายขวา ตรวจสอบให้แน่ใจว่าขยับได้ดั่งใจ ต้องการหรือไม่ จากนั้นยกมือวาดวงเวททรงกลมด้วยไฟฟ้าสีม่วงการควบคุมยังขาดเสถียรภาพเล็กน้อย


"ต้องใช้เวลาสักนิดกว่าจะคุ้นเคยละมั้ง ขึนเป็นแบบนี้ เดี๋ยวเขาจะดูออกได้"


 กราแฮมเก็บดาบหมื่นอัสนีกับศีรษะของสามอัศวินมายาที่ตกอยู่บนพื้น แล้ววาดวงเวท 'กาตอม(เคลื่อนย้าย)'


"จนกว่าจะถึงตอนนั้น เล่นสนุกอะไรก่อนดีนะ"


 กราแฮมเคลื่อนย้ายไปที่ไหนสักแห่ง ทิ้งไว้เพียงศพของเซลิสวอลดีโกด รอบบริเวณเข้าสู่ยามกลางคืนทั้งที่พระอาทิตย์ยังลอยอยู่บนฟ้า


 จนถึงเมื่อครู่ นอกจากพระจันทร์ตามปกติ ท้องฟ้ายามราตรี ยังมีจันทร์มายาอาทีเอลโทโนอาอีกหนึ่งดวง แสงจันทร์สีเงินยวงสาด

บทสรุปของเซลิส วอลดีโกด ช่างน่าเศร้าหมอง

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

↑ページトップへ