~ การต่อสู้ของเหล่าอัศวินมายา ~
วัตถุคล้ายด้ามหอกโผล่จากวงเวทที่วาดไว้ทั้งข้างซ้ายและขวาของกราแฮม
"เคียวเทพวิปลาส เบเฟนุกส์ด็อกม่า"
ด้ามทั้งสองบรรจบเข้าหากันจากซ้ายขวา กลายเป็นกระบองหนึ่งท่อน เคียวใหญ่ที่หมุนตัวและปล่อยพลังเวทมหาศาลประหนึ่งจะผ่าวเวทปรากฏขึ้นในมือกราแฮม
"ระวังด้วย"
"มันใช้พลังของเทพเจ้า"
เซลิสบอกพวกเจฟระหว่างตั้งตาบหมื่นอัสนีพร้อมสู้กราแฮมทำหน้าเอื้อเฟื้อ เอ่ยอย่างเลินเล่อ
"ถูกอย่างที่เขาพูด ระวังตัวไว้จะดีกว่า__"
มันตั้งเคียวใหญ่ในแนวขวางมองไปทางกองอัศวินมายา
"ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะจบภายในหนึ่งวินาที"
เคียวเทพวิปลาส เบเฟนุกส์ด็อกม่า ตวัดไปทางเจฟ นั่นคือแสงปลาบแห่งความตายโดยแท้ คมตัดแล่นปราดอย่างไร้สุ้มเสียงและแสงสว่าง เสมือนหนึ่งความเงียบสงัดคืบคลานเข้าหา
เจฟฟ์ผู้ถูขนานนามว่าราชานรก หนึ่งในจตุราชามาร ยังตั้งรับไม่ทันด้วยซ้ำทว่าเซลิสใช้ดาบหมื่นอัสนีหยุดการจู่โจมนั้นไว้ได้
"สมแล้วที่เป็นนาย นายเป็นคนแรกที่หยุดการจู่โจมครั้งแรกของเคียวเทพวิปลาสได้ แต่ว่า-"
เลือดกระฉูดอาบร่างเซลิส ศีรษะของเซโนซึ่งอยู่คนละที่กันขาดกระเด็นแล้วกลิ้งไปบนพื้น คนละทิศกับที่เคียวใหญ่ฟัน
"เคียวเทพเจ้าเล่มนี้เป็นพลังของเทพวิกลจริตอากังซอน ระเบียบที่คลุ้มคลั่งอลหม่านทำให้เหตุและผลบ้าคลั่งไปด้วย นี่คือเคียวใหญ่แห่งความไร้ระเบียบ เมือเบเฟนุกส์ดอกมาถูกกวัดแกว่ง
แล้ว ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าจะเกิดผลลัพธ์แบบ-_"
กราแฮมกระอักเลือดท่วมปากขณะยังพูดไม่จบ เอดกับเซต รุกเข้าโจมตีขนาบหน้าหลังด้วย 'ไลเนล' กับ 'นาจิระ' ที่ลบตัวตนได้โดยสมบูรณ์ ดาบมนตราสังหารรากเหง้าแทงทะลุท้องกับหน้าอกของกราแฮม
"พล่ามมากเกินไปแล้ว"
"จงดับสูญไปซะ"
ทั้งคู่ใช้ดาบมนตราคว้านรากเหง้าของกราแฮม มันตวัดเบเฟนุกส์ดอกมาสวนตอบ ทว่าเอดหลบหลีกได้อย่างไม่ยากเย็นพริบตานั้นศีรษะของกราแฮมหลุดกระเด็นเหมือนถูกบั่นคอเอดกับเซตมองไปทางศีรษะนั้นด้วยสายตาเคลือบแคลง
"ผมบอกแล้วไงว่าเหตุและผลบ้าคลั่ง เคียวเทพวิปลาสที่ฟาดฟันออกไปพลาดเป้า คอของผมเลยถูกบั่น"
ศีรษะของกราแฮมเอ่ยเช่นนั้นแล้วกลิ้งบนพื้น เลือดกระฉูด อีกครั้ง คราวนี้ศีรษะของเซตถูกตัด คงเป็นผลจากพลังของเบเฟนุกส์ดอกมา เหตุและผลบ้าคลั่งโดยสมบูรณ์ไม่อาจคาดการณ์ใดๆ
มันคือเคียวใหญ่แห่งความไร้ระเบียบโดยแท้ตรงตามที่มันบอก แม้แต่กราแฮมผู้กวัดแกว่งเคียวเทพเจ้าคงเดาผลลัพธ์ไม่ได้เช่นกัน กองอัศวินมายาย่อมไม่เข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น
"เอาล่ะ"
ร่างไร้ศีรษะของกราแฮมขยับแล้วจับดาบมนตราของเอด ที่แทงตัวเองอยู่อย่างสบายอารมณ์ มันออกแรงหักดาบด้วยมือเปล่าจากนั้นตวัดเคียวเทพวิปลาสฟันทั่วกายเอด เลือดทะลักออกมาความไร้ระเบียบคงมีผลต่อบาดแผลด้วย เวทมนตร์ฟื้นฟู
จึงใช้การไม่ได้ เขาเข่าทรุดเจฟฟ์ฉวยจังหวะหลังจากที่คู่ต่อสู้ฟาดฟันเคียวเทพเจ้า เลือกทะลวงร่างกราแฮมหอกมารเข้าใส่ปลายหอกยืดออกและแยกตัวเป็นสิบเล่มแทงมันเสีย
"...อัก..!"
"ย่าห์..!!"
เจฟยีดหอกมารให้ยาวขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด แล้วกระเทกการเคลื่อนไหวของเคียวเทพวิปลาสร่างกราแฮมติดผนังถ้ำ แขนทั้งสองข้างของมันถูกตรึง เป็นการผนึก
"ให้ตายสิ"
ถึงกระนั้นกราแฮมก็ยังขยับแขนที่ถูกแทง เลือดหลั่งไหลเนื้อฉีกขาด ทว่าเจ้าตัวก็ยังยกเคียวใหญ่ขึ้นให้หอกบาดแขนมากขึ้นอย่างไม่อินังขังขอบ
"ทำได้ดีมาก เจฟฟ์"
เอดที่ร่างเต็มไปด้วยเลือดหยิบดาบมนตราที่หักมายืนหน้ากราแฮม เขารวบรวมพลังเวทมหาศาลไว้ที่ใบดาบ มันคือประกายแสงแห่งชีวิตที่รีดเค้นกระทั่งชีวิตในโลกหน้ามารวมไว้ด้วย ชั่ววินาทีนั้นเอดเบนสายตาไปทางเซลิส
"ไอซิส ข้าใช่วิญญาณหรือเปล่าขอรับ"
เอดถามอย่างเยือกเย็น
"เอ็ดดี้!!"
เจฟฟ์ตะโกนห้าม ทว่าก็ไร้ผล
"เจ้าล่วงหน้าไปก่อนเถอะ เอดดี้ เอาไว้เราค่อยคุยกันโต้รุ่งในปรโลก"
เอดดี้ยิ้มพึงพอใจ จากนั้นแทงตาบมนตราที่หักใส่กราแฮม
"กาวูเอล"
แสงระเบิดตัวย้อมภาพตรงหน้าเป็นสีขาวโพลน พัดทุกสิ่งในถ้ำให้กระเด็นและเจาะคว้านครึ่งหนึ่งของภูเขาไฟเมฆสายฟ้า
อันเป็นเขตแดน เวทมนตร์ทั่วไปเทียบชันพลานุภาพจากการระเบิดพลังเวทในรากเหง้าเช่นนี้ไม่ได้เลย ยิ่งเป็นผู้ที่อยู่ในใจกลางระเบิดด้วยแล้ว ไม่น่ามีผู้ใดรอดชีวิตไปได้กระนั้นก็ตาม-
"สละชีวิตเพื่อปราบศัตรู เป็นวิธีต่อสู้ที่สมเป็นวิญญาณดีนะ"
แสงสว่างจางลง เงาคนไร้ศีรษะปรากฏขึ้นที่นั่น กราแฮม ที่ยังมีชีวิตอยู่ถือศีรษะของเอดไว้ในมือ มันคงตัดศีรษะของเขาและลดพลานุภาพก่อนที่
'กาวูเอล' จะสำแดงพลังได้อย่างจวนเจียน ถึงกระนั้นมันก็อยู่ในใจกลางระเบิดของ 'กาวูเอล' อยู่ดี ทั้งที่รับการโจมตีเข้าไปอย่างจัง มันก็ยังยืนอยู่ได้สบายๆ
"แต่เขาคงพยายามปกป้องน่ะนะ ฆ่าส่วนน้อยเพื่อให้ส่วนใหญ่เหลือรอด กองอัศวินมายาของพวกนายทำแบบนั้นมาตลอด"
"จงสูญสิ้นเสียเถอะ ไอ้ปีศาจ"
เซลิสฉวยจังหวะที่เอดใช้ 'กาวูเอล' สร้างวงเวททรงกลมแห่งความเป็นไปได้ไว้เบื้องหน้า เวทมนตร์ระเบิดตัวเองของเขาทำลาย ต้านเวทมนตร์ของกราแฮม
ที่สำคัญที่สุดคือปัดเคียวเทพวิปลาส เบเฟนุกส์ดอกมาออกจากมือของกราแฮมด้วยเอดดี้เองก็ไม่ได้คิดตั้งแต่แรกแล้วว่า 'กาวูเอล' จะปลิดชีพกราแฮมได้ เขาเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยให้เซลิสมีโอกาสชนะต่างหาก
'เวเนเชียรา(ความเป็นไปได้ปรากฏ)'
เซลิสแทงดาบหมื่นอัสนีเข้าไปในวงเวททรงกลม ขณะเดียวกันดาบแห่งความเป็นไปได้ทั้งเก้าก็แทงเข้าไปในวงเวททรงกลมทั้งเก้าเสียงฟ้าร้องดังแสบแก้วหู รอบด้านหลั่งล้นไปด้วย
สายไฟฟ้าสีม่วง--นภาเปล่งเสียงกัมปนาท ปฐพีสันสะเทือน กระทั่งเขตแดนที่เหลืออยู่ของภูเขาไฟเมฆสายฟ้ายังถูกกลื่นและย้อมด้วยไฟฟ้าสีม่วงในชั่วอึดใจ
"ถูกแล้ว นาย..พวกนายแสดงความอ่อนแอให้เห็นแม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่ได้"
แม้เห็นมหาเวทมนตร์ของเซลิส กราแฮมก็ยังพูดคุยเรื่อยเปื่อย
"ในดีลเฮดที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมเพทุบาย ถ้าไม่ทำตัวไร้หัวจิตหัวใจให้ได้ตลอดรอดฝั่ง เราก็ตกเป็นเหยื่อของคนอื่นทันที"
อสุนีบาตสีม่วงที่แล่นเปรี๊ยะ ๆ ๆ ไปตามพื้นดิน วาดวงเวทย์มโหฬารที่ปากปล่องภูเขาไฟซึงถูก 'การูเอล' คว้าน
"การกวัดแกว่งดาบแห่งความเที่ยงธรรมโต้งๆเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้หรอกสายตาทุกคู่และหูของทุกผู้มุ่งไปที่เผ่ามารที่แข็งแกร่งไม่รู้เลยว่าใครดูหรือฟังอยู่ที่ไหนถ้าคิดจะคอยกำจัดคนชั่วเพียงลำพังก็จะถูกพวกคนชั่วจำนวนมากกำจัดเอาหากไม่เป็นวิญญาณที่กระหายเลือดและคลุ้มคลั่งต่อไปพวกนายคงทำให้ผู้ร่วมสายโลหิตตกอยู่ในอันตราย"
เซลิสสร้างเขตแดนด้วยเวทมนตร์ของตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้อาณาจักรถูกทำลาย จากนั้นตั้งดาบหมื่นอัสนีขึ้นอย่างแช่มช้า
"ผลสุดท้ายพวกนายเลยไม่ได้ปกป้องคนสำคัญของตัวเองเพราะถ้าช่วยใครแม้แต่คนเดียว ศัตรูก็จะรู้ว่านั่นคือจุดอ่อน ผู้ร่วมสายโลหิตคนอื่น ๆ คงถูกเล่นงานอย่างรวดเร็ว กองอัศวินมายา จึงไม่เคยถามยืนยันกันด้วยคำพูด
กระทั่งในหมู่เพื่อนพ้อง ได้แต่สวมบทบาทเป็นวิญญาณที่คลุ้มคลั่งต่อไป กวัดแกว่งดาบแห่งความเที่ยงธรรมเรื่อยมาเพื่อปราบเผ่ามารชั่วช้าและมนุษย์ชั่วร้าย"
กราแฮมก้าวเท้าหนึ่งเก้า
"แต่ว่านะ เซลิส วอลดีโกด—"
ร่างของเขาหายไปแล้วมาโผล่ตรงหน้าเจฟ หราแฮมใช้นิ้วแทงอกซ้ายของเจฟฟ์ก่อนที่เขาจะทันได้ตวัดหอก พอบีบรากเหง้าไว้แน่นร่างของเจฟก็กระตุกเฮือก
"_นายเคยเผลอแสดงจิตใจให้เห็นอยู่ครั้งหนึ่ง"
"อ้อ..."
เจฟฟ์ดิ้นสุดแรง ทว่ากราแฮมก็ตรึงเขาไว้อย่างง่ายดาย
"นายทำใจสังหารเขาที่เลิกเป็นวิญญาณไม่ได้"
"…แล้วจะทำไม…"
เซลิสส่งสายตาเย็นชาให้กราแฮม เขาดูเหมือนกำลังคิดแค่เรื่องแทงดาบเล่มนั้นใส่ศัตรู โดยไม่ไยดีว่าชีวิตของเจฟจะเป็นอย่างไร
"แปลว่านายทอดทิ้งเขาไม่ลงน่ะลิ ไม่กล้าทิ้งลูกศิษย์ผู้โง่เขลาที่ไม่เข้าใจเจตนาแท้จริงของนายจนถึงวินาที่สุดท้าย"
กราแฮมทำหน้าสงสารเซลิส
"ผมพูดผิดเหรอ พวกนายขนานนามตัวเองว่าอัศวินไร้นาม ทั้งที่เรียกตัวเองว่าวิญญาณ ทำไมถึงเป็นอัศวินก็ไม่รู้นะมีความหมายว่าจะกวัดแกว่งดาบแห่งความเที่ยงธรรมอยู่ในชื่อละสิ หากเอาพฤติกรรมของพวกนาย
และความหมายที่แฝงในคำพูดคนน่าจะตระหนักถึงเป้าหมายของพวกนายด้วยเวทมนตร์เตรียมพร้อมเสร็จทว่าเซลิสไม่ตวัดดาบมนตราแห่งไฟฟ้าสีม่วงเพียงแต่ถลึงตาใส่กราแฮมผู้ใช้เจฟฟ์ต่างโล่
"นายต้อนรับเฉพาะผู้ที่ตระหนักถึงเป้าหมายนั้นเข้ามาเป็น อัศวินไร้นาม และทำให้คนคนนั้นเป็นวิญญาณ เพื่อที่ว่าต่อให้ช่วย ผู้คนทั้งหมดไม่ได้ ขอแค่ทำให้อาณาจักรนี้เดินไปในทางที่ถูกต้องได้อีกสักนิดก็ยังดี พวกนายทำลาย ทำลาย และทำลายเรื่อยมา"
กราแฮมผุดยิ้มไม่น่าไว้ใจแล้วกล่าว
"พวกนายละทิ้งตัวเองสินะ ทั้งที่รู้ว่ากำลังทำสิ่งที่ผิด แต่ก็กวัดแกว่งตาบแห่งวิญญาณเรือยมา เพื่อสร้างยุคสมัยที่ไม่มีใครเลือกทางผิดให้ได้ในสักวันหนึ่ง ทุกอย่างเพื่ออนาคต ถึงจะต้องละทิ้งปัจจุบันก็ตาม"
กราแฮมเดินต่อพลางยกร่างเจฟฟ์ไปด้วย
"ในบรรดากองอัศวินมายา ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวคือเจฟฟ์เด็กที่ายเก็บมาคนนี้ไปไหนมาไหนทำอะไรร่วมกับพวกนายโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว นายเอาแต่สวมบทบาทเป็นวิญญาณ ไม่อาจเล่าความจริงให้เขารู้ ได้แต่ภาวนาให้เขาเกิดความตระหนัก กลายเป็นภาระผูกพันให้นายทำพลาดเพราะฆ่าเขาไม่ลง"
มันกล่าวด้วยใบหน้าไร้กังวล
"ที่ผมพูดมา ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงละมั้ง"
"เจฟฟ์"
เซลิสเอ่ยโดยที่ไม่สนใจกราแฮม
"ข้าเคยบอกเจ้าแล้วใช่ไหมว่า ถ้าเจ้ายังไม่เปลี่ยนใจ ข้าจะทำลายเจ้าให้สมกับเป็นวิญญาณเอง"
แม้จะถูกตะครุบรากเหง้าและเจ็บปวดทรมาน เจฟก็เค้นเสียงตอบ
"...ละ...ลงมือเลยขอรับ...ไอซิส..."
เขาพูดเหมือนรู้แจ้งและตระหนักจนได้
"เมื่อครู่เมื่อครู่นี้เอง ข้ากลายเป็นวิญญาณเต็มตัวแล้ว..."
ทุกสิ่งทุกอย่าง การกระทำอันเต็มไปด้วยความบ้าคลีที่ผ่านมาของอาจารย์ ในที่สุดเขาก็เข้าใจจนได้
"...คำขอโทษ...เอาไว้ข้าค่อยบอกท่านตอนเจอกันในนรก..."
"พูดได้ดีมาก"
เซลิสย่ำเท้าหนึ่งก้าวแล้วเลือกดาบหมื่นอัสนี ไฟฟ้าสีม่วงพวยพุ่ง ใบดาบยึดพรวด มันแทงทะลวงนัยน์ตาข้างขวาของเจฟฟ์
เลือดพุ่งทะลักจากรากเหง้าของเขา พลังเวทระเบิดตัวแล้วหมุนเป็นวงน่าสะพรึงกลัว รากเหง้าของเขาพยายามสำแตงคุณค่าที่แท้จริงเพื่อควบคุมมิติและเวทมนตร์นั้น
"...ทะ....อะไร...."
"นั่นปะไร นายทอดทิ้งเขาไม่ลงจริงด้วย"การจู่โจมของเซลิสไม่ใช่เวทมนตร์ทำลายล้างอัสนีนามว่า
'ลาเวีย เนโอลด์ กันวาริเซ็น(ดาบสิบสนามสายฟ้าม่วงสูญสิ้น)'
พอกราแฮมชูมือ เคียวเทพริปลาส เบเฟนุกส์ด็อกม่า ก็ลอยกลับมาหาเขา
"เอาละ อะไรจะถูกฟันเป็นอย่างต่อไปกันนะ"
เขาตวัดเคียวเทพเจ้าสุดกำลัง แขนซ้ายของเซลิสถูกตัดร่วงลงพื้นดังตุบ
"ไอซิส!!!!!"
เจฟร้องเรียก เซลิสเผยสีหน้าอ่อนโยนให้เขาเป็นครั้งแรก
"เจฟฟ์ ยุคสมัยกำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว วิญญาณอย่างพวกเราไม่จำเป็นในโลกที่สงบสุข แต่เจ้ายังมีวิถีชีวิตในฐานะราชา"
รากเหง้าของเจฟฟ์ซึ่งใกล้สูญสลายทำให้พลังนั้นลืมตาตื่นเหมือนขานรับพลังเวทของดาบหมื่นอัสนี เลือดมากมายเอ่อล้นแปรเปลี่ยนเป็นลูกบอลทรงกลมห่อหุ้มเขา
"ยุคสมัยอาจกำลังจะเปลี่ยนไป แต่จะไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปทั้งนั้น"
กราแฮมกวัดแกว่งเบเฟนุกส์ดอกมา คราวนี้มือช้ายของตัวมันเองหล่นลงพื้น
"พลาดเหรอเนี่ย"
ถูกตัดขาดมันตวัดเคียวเทพวิปลาสอีกหน รอบนี้ขาขวาของเซลิส
"เจฟที่เป็นวิญญาณนั้นสิ้นสูญไปแล้ว ลาก่อน อีเจส ลูกศิษย์ ที่รักของข้าผู้ดื้อรั้นพูดไม่รู้ฟัง"
"ไอ—"
คำพูดถูกกลืนเข้าไปในปริภูมิเวลา เจฟหายตัวไปพร้อมลูกโลหิตที่อาละวาด
"เจ้าจงมีชีวิตอยู่ต่อไป"
"ความรักระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ช่างงดงาม"
กราแฮมยินซูเบเฟนุกส์ดอกมาเบื้องหน้าเซลิสผู้สูญเสียขาขวาและทรุดเข่าอยู่ ไฟฟ้าสีม่วงเส้นฝอยจากดาบหมื่นอัสนีพุ่งขึ้นฟ้าพร้อมกับที่เคียวเทพวิปลาสฟาดฟันลงมาเซลิสแทงดาบหมื่นอัสนีใส่ท้องกราแฮม
"นายเดินหมากผิดไปหนึ่งตานะ เซลิส วอลดีโกด"
"นามไม่จำเป็นสำหรับวิญญาณ"
"แต่สำหรับผู้ที่จปรโลกอย่างน้อยก็ควรที่จะได้รับการสลักจำนามนี้เอาไว้สักนิด"
"ข้าคือไอซิสหัวหน้ากองทัพอัศวินมายา—"
มหาเวทมนตร์ที่ใช้พร้อมถ้อยคำคือ
'ลาเวีย เนโอลด์ กันวาริเซ็น'
ไฟฟ้าสีม่วงขนาดมหึมาพุ่งลงสู่ดาบหมื่นอัสนี เป้ไม่ใช่รากเหง้า ร่างของกราแฮมไหม้เกรียม แปรเปลี่ยนเบในชั่วพริบตาและแหลกสลายไป
"คิดจะทำให้ผมใช้ เคียวเทพวิปลาส ไม่ได้งั้นเหรอ"
อึดใจต่อมา ไฟฟ้าสีม่วงที่ฟาดลงมาถูกผ่า เสียงฟ้าร้อง ดังสนั่นถูกกลบหาย เคียวเทพวิปลาสตัดดาบหมื่นอัสนีแห่งความเป็นไปได้จนสะบั้น
"โชคยังดีนะ จริง ๆ ควรเล็งรากเหง้าโดยตรงมากกว่า"
เซลิสกำดาบหมื่นอัสนีเกาด์เกย์มอน รวบรวมพลังเวททั้งหมดไว้ตรงนั้นแล้วเอ่ย
'เวเนเชียร่า'
"ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นชัยชนะของผมอยู่ดี"
คมของเบเฟนุกส์ดอกมาสัมผัสถูกคอของเซลิสโดยตรงแล้วบั่นมัน
"ตราบใดที่นายทอดทิ้งเจฟฟ์ไม่ลง"
ศรษะที่ลอยไปในอากาศพยายามจะใช้ 'อินกรา' ทว่าก็ไม่อาจใช้เวทมนตร์ได้กราแฮมคว้าศีรษะนั้นไว้ด้วยมือยับเย็นที่กลายเป็นขี้เถ้าเกือบหมด
"อา ในที่สุดก็ได้มาแล้ว นายแข็งแกร่งมาก กว่าจะได้แค่หัวโดยไม่ทำลายนายให้ดับสูญนี่ทำเอาลำบากรากเลือด"
กราแฮมยกศีรษะของเซลิสติดเข้ากับร่างกายไร้ศีรษะของตัวเองอนุภาคพลังเวทเข้าห้อมล้อมคอของเขากระทั่งเชื่อมต่อกันเสร็จสิ้น
"เท่านี้ผมก็กลายเป็นเซลิส วอลดีโกด แล้ว"
พลังเวทเปี่ยมล้นร่างกาย ไฟฟ้าสีม่วงโลดแล่น ร่างของกราแฮมซึ่งกลายเป็นขี้เถ้าค่อยๆ ได้รับการรักษาเยียวยา
มันเอียงศีรษะซ้ายขวา ตรวจสอบให้แน่ใจว่าขยับได้ดั่งใจ ต้องการหรือไม่ จากนั้นยกมือวาดวงเวททรงกลมด้วยไฟฟ้าสีม่วงการควบคุมยังขาดเสถียรภาพเล็กน้อย
"ต้องใช้เวลาสักนิดกว่าจะคุ้นเคยละมั้ง ขึนเป็นแบบนี้ เดี๋ยวเขาจะดูออกได้"
กราแฮมเก็บดาบหมื่นอัสนีกับศีรษะของสามอัศวินมายาที่ตกอยู่บนพื้น แล้ววาดวงเวท 'กาตอม(เคลื่อนย้าย)'
"จนกว่าจะถึงตอนนั้น เล่นสนุกอะไรก่อนดีนะ"
กราแฮมเคลื่อนย้ายไปที่ไหนสักแห่ง ทิ้งไว้เพียงศพของเซลิสวอลดีโกด รอบบริเวณเข้าสู่ยามกลางคืนทั้งที่พระอาทิตย์ยังลอยอยู่บนฟ้า
จนถึงเมื่อครู่ นอกจากพระจันทร์ตามปกติ ท้องฟ้ายามราตรี ยังมีจันทร์มายาอาทีเอลโทโนอาอีกหนึ่งดวง แสงจันทร์สีเงินยวงสาด
บทสรุปของเซลิส วอลดีโกด ช่างน่าเศร้าหมอง




