↓ ↑ページトップへ
表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

2/4

~ เริ่มออกเดินทาง ~ (บทนี้ฉันก็แค่เขียนมันเล่นๆ)

เหตุการณ์ก่อนหน้านี้นั้นมันช่างน่าสะพรึงกลัวจะอุบัติขึ้นอย่างฉับพลันราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ หลายวันต่อมาอากิระ ตัดสินใจที่จะออกเดินทาง


 หลายวันต่อมาทั่วทุกมุมโลกไม่ว่าจะเป็นผืนป่าทึบ ทะเลทรายอันเวิ้งว้างยอดเขาสูงเสียดฟ้า หรือแม้แต่ใจกลางทุ่งหญ้าอันสงบสุข


 พื้นดินกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรงราวกับมหาพิภพกำลังร่ำไห้และแยกตัวออกจากกันเสาแสงสีดำทมิฬพุ่งทะยานเสียดฟ้าขึ้นจากใต้พื้นดิน


 เบื้องหน้าปรากฏสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์รูปทรงแปลกประหลาดที่สร้างจากหินอิลูชั่นโบราณและสลักลวดลายเวทมนตร์ของสิ่งมีชีวิตต่างแดนนับพันแห่งผุดขึ้นทั่วโลกอย่างกะทันหัน


 ราวกับดอกเห็ดหลังฝนตกสิ่งเหล่านี้คือเขาวงกตปริศนาอันลี้ลับเป็นแหล่งกบดานของฝูงสัตว์ประหลาดและสัตว์ประหลาดดุร้ายกระหายเลือดนานาชนิด


 ทว่าในขณะเดียวกันภายในส่วนที่ลึกที่สุดของที่นี่แต่ละแห่งก็ซ่อนเร้นไว้ด้วยสมบัติล้ำค่าโบราณวัตถุโบราณ


 และพลังเวทมนตร์ลึกลับพิศวงที่สามารถพลิกชะตาของผู้ที่ครอบครองได้ในชั่วข้ามคืนและนั่นคือจุดเริ่มต้นอย่างแท้จริงที่ทำให้การเดินทางผจญภัยของอากิระก้าวเข้าสู่บททดสอบอันตราย


 และน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมท่ามกลางบรรยากาศอันครึ้มอกครึ้มใจบริเวณชายขอบของป่าโบราณใกล้กับที่พักของสัตว์ประหลาดแห่งใหม่ที่เพิ่งผุดขึ้น


 อากิระในชุดเสื้อคลุมตัวยาวกำลังเดินทอดน่องสำรวจเส้นทางด้วยท่าทีสบายๆไม่รีบร้อนดวงตากลมหุ่นเรียวคมสีฟ้าอ่อนกวาดมองไปรอบกายอย่างพินิจพิจารณา


 ทว่าในขณะนั้นเองเสียงเอะอะโวยวายและเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวก็ดังแทรกบรรยากาศความเงียบสงบเข้ามา


"ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยฉันที!"


 เสียงหวานใสของเด็กสาวดังสะท้อนก้องอากิระชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาหันไปมองยังต้นเสียง


 และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือชายฉกรรจ์สามคนกำลังล้อมรอบและฉุดกระชากหญิงสาวหน้าตาน่ารักผู้หนึ่งไว้ท่ามกลางความตื่นตระหนกหัวหน้าแก๊งอันธพาล


 ซึ่งเป็นชายร่างสันทัดใบหน้ามีแผลเป็นลากยาวถึงแก้มหัวเราะลั่นด้วยความสะใจมือหยาบกร้านพยายามยื้อยุดฉุดกระชากอาภรณ์ของเด็กสาวด้วยแววตาหื่นกระหาย


"เฮ้ย! พวกแกน่ะ! จับตัวนังนี่เอาไว้ให้แน่นๆนะเว้ย อย่าให้มันดิ้นหลุดไปได้เด็ดขาด! เดี๋ยวฉันจะจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอตรงนี้แหละวะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ!"


 ชายลูกน้องอีกสองคนยิ้มย่องด้วยความชั่วช้าพลางออกแรงตรึงแขนทั้งสองข้างของเด็กสาวเอาไว้จนร่างบางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว


"ได้เลยลูกพี่!"


"มาสนุกกันให้เต็มที่ไปเลยนะน้องสาวคนสวยพวกพี่จะทำให้หนูมีความสุขจนลืมไม่ลงเลยล่ะ!"


 หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายดิ้นรนสุดกำลังน้ำตาคลอเบ้าไหลรินอาบสองแก้มนางกรีดร้องอ้อนวอนขอความช่วยเหลืออย่างน่าเวทนา


"อย่านะ! ได้โปรดปล่อยฉันเไปเถอะ! อย่าทำอะไรฉันเลย! ใครก็ได้...ช่วยฉันด้วย!"


 อากิระยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยแววตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววความตื่นตระหนกหรือความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือแต่อย่างใด


 ในตอนแรกเขาตั้งใจจะทำเป็นมองไม่เห็นและเดินผ่านเรื่องไร้สาระพวกนี้ไปเสียเพื่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมายการผจญภัยของตนเองตามลำพัง


 ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าเดินต่อขาทั้งสองข้างกลับหยุดชะงักลงอย่างกะทันหันราวกับมีบางสิ่งสะกิดใจอากิระถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างนึกรำคาญใจในความใจอ่อน


 หรืออาจจะแค่ความเบื่อหน่ายของตัวเองก่อนจะหมุนตัวหันกลับไปยังทิศทางของกลุ่มอันธพาลเหล่านั้นอากิระก้าวเข้าไปใกล้ด้วยฝีเท้าเงียบกริบ


 แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งความเกรงกลัว


"เฮ้ย! พวกพี่ๆ ได้โปรดอย่าทำร้ายเธอเลยนะ ปล่อยเธอไปซะ"


 แก๊งอันธพาลทั้งสามชะงักกึกทันทีเสียงหัวเราะหยุดลงในพริบตาพวกมันหันขวับมามองเด็กหนุ่มผมดำผู้มาใหม่ด้วยสายตางุนงงผสมความฉุนเฉียว


 หัวหน้าแก๊งขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็นปมด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ


"ห๊ะ? พูดบ้าอะไรของแกวะไอ้หนู! หน้าตาอ่อนปอกเปียกแถมยังเตี้ยกว่าชาวบ้านเขาแบบนี้กล้าดีมากนะที่มาสั่งสอนพวกข้าไสหัวออกไปให้พ้นซะถ้าไม่อยากตาย!"


 อากิระเอียงคอมองเล็กน้อยทำท่าทางครุ่นคิดอย่างจริงจังราวกับกำลังพิจารณาปัญหาคณิตศาสตร์ที่ยากที่สุดในโลก


 ก่อนที่เขาจะล้วงมือเรียวบางเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมด้านในและหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาคลี่โชว์ให้พวกมันดูอย่างหน้าตาเฉย


"ก็...จะไม่ให้พูดได้ยังไงล่ะ..."


 อากิระชูภาพนั้นขึ้นตรงหน้าพวกมัน


"เพราะว่าเธอคนนี้เนี่ยแท้จริงแล้วเป็นแฟนสาวของข้าเองต่างหากล่ะ"


 บรรยากาศรอบบริเวณพลันเงียบกริบลงชั่วขณะลมพัดผ่านกิ่งไม้ใบหญ้าไร้ซึ่งเสียงชายหนุ่มอันธพาลทั้งสามคนก้มมองภาพถ่ายในมือของอากิระ


 สลับกับใบหน้าของเด็กสาวที่ถูกจับล็อกอยู่ด้วยความมงงงวยสมองของพวกมันหยุดทำงานชั่วขณะประมวลผลไม่ทันกับคำพูดอันไร้สาระและสถานการณ์ตรงหน้า


"วะ... ว่าไงนะ...? แฟนสาวแกงั้นเหรอเนี่ย...แล้วไง?"


 หัวหน้าแก๊งอ้าปากค้างตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อพวกมันรู้สึกตัวและรีบหันกลับไปมองหน้าเด็กสาวเพื่อตรวจสอบความจริงภาพที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น


 ในพริบตาเดียวที่พวกมันละสายตาเด็กสาวที่เคยถูกพวกมันจับล็อกเอาไว้แน่นหนากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจากตรงนั้น


 และเมื่อพวกมันสะดุ้งตกใจแล้วหันกลับมามองที่ตัวของอากิระอีกครั้ง


 ก็พบว่าเด็กสาวคนดังกล่าวได้มายืนหลบอยู่ด้านหลังของอากิระอย่างปลอดภัยเรียบร้อยแล้วโดยไม่มีใครทันสังเกตเห็นเลยว่านางเคลื่อนย้ายมาตอนไหน


 หัวหน้าแก๊งโกรธจัดจนหน้าดำคร้าน เส้นเลือดปูดโปนด้วยความอับอายและเดือดดาลชักกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ที่พกอยู่ที่เอวออกมาสะท้อนแสงแวววาว


"นี่แก! เล่นตลกอะไรวะ! กล้าดียังไงมาป่วนแผนของพวกข้า อยากตายนักใช่มั้ยห๊ะไอ้เด็กเวร!"


 อากิระยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยไม่สะทกสะท้านต่อคมดาบที่ชี้ตรงมายังตนเองแม้แต่น้อย


"เฮ้ย! ลูกน้องทั้งสองคน! รออะไรอยู่ฟะ! พุ่งเข้าไปฟันมันให้เละเป็นชิ้น ๆ เลยเว้ย!"


 หัวหน้าแก๊งคำรามลั่นอันธพาลลูกน้องสองคนกัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้นเริ่มออกวิ่งตรงเข้ามาหาอามูระพร้อมกับเงื้ออาวุธในมือหมายจะปลิดชีพทว่า


 ก่อนที่พวกมันจะทันได้ก้าวเข้าไปถึงตัวอากิระเพียงแค่ปรายตามองเล็กน้อยแล้วเอ่ยคำพูดสั้นๆออกมาจากริมฝีปาก


"...ช้าก่อน..."


 สิ้นเสียงคำพูดนั้นร่างกายของอันธพาลทั้งสองคนที่กำลังวิ่งพุ่งเข้ามาก็พลันหยุดชะงักแข็งค้างลงกลางอากาศราวกับถูกห้วงเวลาและพลังเวทมนตร์ลึกลับตรึงร่างเอาไว้แน่นสนิทขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว!


"อ...อะไรกันวะเนี่ย?! ทำไมร่างกายของข้าถึงขยับไม่ได้เลยล่ะโว้ย!"


 ลูกน้องคนแรกเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด


"นี่มันเวทมนตร์ บ้าอะไรวะเนี่ย! ข้าขยับตัวไม่ดดดดด!"


 อีกคนแผดเสียงร้องโวยวายด้วยความหวาดกลัวจนสติแทบหลุดเมื่อเห็นเพื่อนร่วมแก๊งถูกตรึงร่างไว้ด้วยพลังประหลาดที่มองไม่เห็นอันธพาลคนที่สามซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งถึงกับหน้าถอดสี


 ความฮึกเหิมเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้นด้วยความหวาดกลัวจับใจเขารีบโยนดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือทิ้งลงกับพื้นอย่างไร้เยื่อใยก่อนจะหมุนตัววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงหายเข้าไปในป่าลึก


 ด้วยความเร็วอย่างไม่คิดชีวิตเมื่อภัยอันตรายผ่านพ้นไปบรรยากาศรอบตัวก็กลับคืนสู่ความสงบเด็กสาวที่เพิ่งได้รับการช่วยเหลือค่อยๆ


 เงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มผู้ช่วยชีวิตนางไว้ด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับนางสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อเรียกความกล้าก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย


"ขอบคุณท่านมากนะคะที่ช่วยฉันเอาไว้คือว่า...ตัวฉันชื่อ เอมิเลีย ค่ะ"


 อามูระพยักหน้ารับเบาๆเป็นเชิงรับรู้ดวงตาสีฟ้าอ่อนมองสำรวจเด็กสาวตรงหน้าครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบราบ


"นามของข้าคือ...คันซากิ อากิระ"


 เอมิเลียเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความลังเลใจแววตาของนางฉายแววความประหม่าทว่าในขณะเดียวกันก็มีความมุ่งมั่นบางอย่างซ่อนอยู่ภายใน


 นางสูดหายใจอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยความตั้งใจที่แท้จริงของตนเองออกมา


"คือว่าจริงๆแล้วตัวฉันเองก็กำลังเดินทางออกจากบ้านเพื่อมาผจญภัยและฝึกฝนพัฒนาตนเองในโลกกว้างเหมือนกันค่ะ..."


 นางกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนนิดๆอามูระเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย


"งั้นเหรอ..."


"เอ่อ...คือว่า...ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็..."


 เอมิเลียประสานมือเข้าหากันด้วยความเขินอาย


"ฉันขอร่วมเดินทางไปผจญภัยด้วยกันกับท่านได้ไหมคะ?"


 อากิระจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความหวังของเด็กสาวตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแล้วพยักหน้ารับอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก


"อืม...ก็เอาสิ ไปด้วยกันหลายคนก็ไม่เสียหายอะไรหรอก"


 ทันทีที่ได้ยินคำตอบตกลงเอมิเลียก็เผยรอยยิ้มกว้างด้วยความดีใจดวงตาเป็นประกายจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาคมคาย


 และเปี่ยมด้วยเสน่ห์ลึกลับของอากิระอยู่ซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบในใจนางลอบคิดสะท้อนอยู่ในห้วงความคิดของตนเองด้วยความรู้สึกใจเต้นแรง


"ให้ตายสิ... ทำไม...หล่อจัง..."


 ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านขึ้นมาบนพวงแก้มเนียนใสของเอมีเลียในชั่วพริบตาเมื่อนางรู้ตัวว่าตนเผลอจ้องมองใบหน้าอันคมคายและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ลึกลับของเด็กหนุ่มผู้เดินทางร่วมทางมากเกินไป


 หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึกนางรีบก้มหน้าหลบสายตาลงต่ำทันทีเพื่อซ่อนความประหม่าที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้า


"อะ... เอ่อ..."


 เอมิเลียได้เปล่งเสียงตะกุกตะกักออกมาอย่างควบคุมไม่ได้สมองของนางพยายามหาทางออกเพื่อกลบเกลื่อนความน่าอายนี้นางจึงรีบหันขวับไปมองทิวทัศน์รอบตัว


 พลางชี้ไม้ชี้มือทำทีเป็นสนใจต้นไม้ใบหญ้าข้างทางเสียเต็มประดาอากิระซึ่งหยุดฝีเท้าลงชั่วครู่


 ใช้ดวงตากลมหุ่นเรียวคมสีฟ้าอ่อนประกายใสจ้องมองท่าทีพิกลพิกลของเด็กสาวด้วยความฉงนเล็กน้อยเขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบราบตามนิสัย


"เป็นอะไรไป? หน้าของเจ้าแดงๆนะ...ไม่สบายรึไง"


"มะ...ไม่มีอะไรค่ะ! ฉันสบายดีมาก!"


 เอมิเลียโพล่งตอบกลับเสียงดังลั่นโดยอัตโนมัติน้ำเสียงรวดเร็วและสูงกว่าระดับปกติจนผิดสังเกตราวกับต้องการปฏิเสธให้พ้นตัวอากิระเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้เอาความต่อ


"...งั้นเหรอ..."


 เขากล่าวสั้นๆก่อนจะหมุนตัวกลับแล้วก้าวเดินต่อไปตามเส้นทางเดิมอย่างไร้ความลังเลเส้นทางที่ทั้งสองกำลังก้าวเดินผ่านในยามนี้คือผืนป่าโบราณอันกว้างใหญ่ไพศาลที่แผ่ขยายตัวออกไปอย่างไร้ขอบเขต


 แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ใกล้ลับขอบฟ้าเริ่มสาดส่องลอดผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งก้านสาขาของหมู่ต้นไม้สูงเสียดฟ้าทอดเงายาวทับถมกันไปมา


 เกิดเป็นลำแสงสีทองระยิบระยับที่กระทบลงบนพื้นดินพรมด้วยใบไม้แห้งเสียงลมธรรมชาติพัดโชยมาปะทะยอดไม้ระรื่นหูพร้อมกับเสียงนกร้องกังวานแว่วมาเป็นระยะ


 สร้างบรรยากาศที่ทั้งเงียบสงบและแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามเอมิเลียเดินตามหลังอากิระอยู่ห่างเพียงสองสามก้าวนางแอบลอบมองแผ่นหลังที่ดูสง่างาม


 และมั่นคงของชายหนุ่มเป็นระยะๆแม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งรู้จักและพบหน้ากันได้ไม่นานนักแต่ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกลับก่อตัวขึ้นในใจของนาง—


 ความรู้สึกที่ดึงดูดให้นางอยากทำความรู้จักและอยากอยู่เคียงข้างเขาทั้งท่าทีที่สงบนิ่งราวกับไม่เกรงกลัวสิ่งใดน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมาอย่างไร้ความเร่งรีบ


 หรือแม้กระทั่งประกายในดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่นั้นมันให้ความรู้สึกราวกับว่าเขากำลังมองทะลุผ่านสรรพสิ่งและมองเห็นเบื้องลึกของโลกใบนี้ในมุมที่คนธรรมดาทั่วไปไม่มีวันมองเห็นได้เลย


 หลังจากเดินทอดน่องผ่านความเงียบงันมาระยะหนึ่งเอมิเลียก็รวบรวมความกล้าตัดสินใจทำลายความเงียบขึ้นเพื่อสานต่อบทสนทนา


"นี่..."


 นางเอ่ยเรียกเบาๆอามูระหยุดฝีเท้าลงทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดก่อนจะหันกลับมามองนางด้วยสายตาราบเรียบ


"มีอะไร?"


"เอ่อ...คือว่า..."


 เอมิเลียรีบก้มหน้าลงทันทีเมื่อรู้ตัวว่าตนเองเผลอจ้องชายหนุ่มตรงหน้านานเกินไปใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่


"อะ...เอ่อ..."


 นางรีบเบือนหน้าหนีพลางทำทีเป็นมองทิวทัศน์รอบข้างเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าอามูระมองท่าทางแปลกๆของนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย


"เป็นอะไรไป?"


"มะ...ไม่มีอะไรค่ะ!"


 เอมิเลียตอบกลับทันทีเร็วกว่าปกติอามูระเลิกคิ้วเล็กน้อย


"...งั้นเหรอ..."


 เขาไม่ได้ถามต่อเพียงหันกลับไปมองเส้นทางเบื้องหน้าเส้นทางที่ทั้งสองกำลังเดินอยู่นั้นทอดยาวผ่านป่าอันกว้างใหญ่


 แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องลอดผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งไม้ลงมากระทบพื้นดินเป็นลำแสงสีทองเสียงนกร้องดังเป็นระยะท่ามกลางสายลมอ่อนๆที่พัดผ่านยอดไม้


 เอมิเลียเดินตามหลังอากิระอยู่สองสามก้าวนางแอบมองแผ่นหลังของชายหนุ่มเป็นระยะแม้จะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานแต่บางอย่างเกี่ยวกับชายคนนี้กลับทำให้นางรู้สึกสนใจอย่างประหลาด


 ทั้งท่าทางที่สงบนิ่งน้ำเสียงที่ไม่เร่งรีบรวมถึงดวงตาคู่นั้นมันเหมือนกับว่าเขากำลังมองเห็นอะไรบางอย่างที่คนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้


"นี่..."


 เอมิเลียตัดสินใจเอ่ยขึ้นอามูระหยุดฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนหันกลับมา


"มีอะไร?"


"ท่านอากิระเดินทางมาจากที่ไหนเหรอคะ?"


 อากิระตอบเบาๆว่า


"...จีโอดาร์ล..."


 เอมิเลียหยุดนิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง

อากิระ กำลังจะไปผจญภัย!!!

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。