↓ ↑ページトップへ
表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

1/4

บทนำ ~ การส่งมอบ ~


สามวันก่อนหน้านี้


 ความเงียบ...นั่นคือสิ่งแรกที่ คันซากิ อากิระ สัมผัสได้ในวินาทีที่สติของเขาค่อยๆหวนกลับคืนมาไม่มีเสียงรถยนต์ ไม่มีเสียงผู้คน


 ไม่มีเสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยดังอยู่ภายในห้องนอนของเขาไม่มีแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเองที่ควรจะได้ยินอย่างชัดเจนในสถานที่อันเงียบสงัดเช่นนี้


 มีเพียงแค่ความว่างเปล่าและความเย็นเยียบที่ค่อยๆแทรกซึมผ่านร่างกายราวกับกำลังสัมผัสผิวหนังของเขาด้วยปลายนิ้วที่มองไม่เห็น


"...ที่นี่..."


 เสียงของอากิระแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบเปลือกตาของเด็กหนุ่มวัยสิบเก้าปีค่อยๆเปิดขึ้นภาพแรกที่ปรากฏต่อสายตาของเขาคือความมืดแต่ไม่ใช่ความมืดที่น่าหวาดกลัวอย่างที่เขาคุ้นเคย


 ตรงกันข้ามมันกลับงดงามจนแทบทำให้เขาลืมหายใจเบื้องบนของเขาคือท้องฟ้าสีดำสนิทที่ทอดยาวออกไปอย่างไร้จุดสิ้นสุด


 และบนผืนฟ้านั้นมีดวงดาวนับไม่ถ้วนกระจายตัวอยู่ราวกับอัญมณีที่ถูกโปรยลงบนผืนกำมะหยี่ดาวแต่ละดวงเปล่งประกายแตกต่างกัน


 บางดวงเป็นสีขาวบริสุทธิ์บางดวงเป็นสีฟ้าบางดวงเป็นสีม่วงและบางดวงกลับมีสีทองอ่อนๆราวกับเปลวเทียนที่กำลังส่องแสงอยู่ในระยะไกลอากิระจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่รู้ตัว


"...สวย..."


 คำพูดเพียงคำเดียวหลุดออกจากปากของเขาทว่าทันทีที่ความรู้สึกชื่นชมผ่านพ้นไปความสงสัยก็เข้ามาแทนที่อากิระขมวดคิ้ว


 เขาพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ทันทีที่มือของเขาเคลื่อนลงไปเพื่อหาพื้นรองรับกลับไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น


"...หืม?"


 ดวงตาของเขาเบิกกว้างมือของเขาไม่ได้สัมผัสพื้นไม่มีดินไม่มีหญ้าไม่มีพื้นคอนกรีตไม่มีแม้แต่สิ่งใดที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นพื้นแต่แปลกประหลาดยิ่งกว่านั้น


 ก็คือร่างกายของเขากลับยังสามารถยืนอยู่ได้อย่างเป็นปกติอากิระค่อยๆลุกขึ้นจนยืนเต็มความสูงเขาก้มมองลงไปใต้ฝ่าเท้าของตัวเองสิ่งที่เห็นทำให้เขานิ่งงันใต้เท้าของเขา


 มีเพียงหมอกสีเทาจางๆที่ทอดยาวออกไปสุดลูกหูลูกตามันดูคล้ายกับกำลังยืนอยู่บนผืนกระจกใสที่มองทะลุลงไปยังความว่างเปล่าอันไร้ก้นบึ้ง


"นี่มัน...ที่ไหนกันแน่..."


 อากิระกลืนน้ำลายเขาหมุนตัวมองไปรอบๆซ้ายขวาด้านหน้าด้านหลังไม่ว่าจะมองไปทางใดก็มีเพียงหมอกสีเทาและท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว


 จนกระทั่งสายตาของเขาหยุดลงเพราะเขาสังเกตเห็นบางสิ่งหรือพูดให้ถูกกว่านั้นใครบางคนชายคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ไม่ไกลจากเขา


 ชายผู้นั้นยืนอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับสถานที่แห่งนี้เป็นอาณาเขตของตนเองเรือนผมสีเงินยาวของเขาพลิ้วไหวไปตามสายลมที่ไม่รู้ว่าพัดมาจากทิศทางใด


 เส้นผมเหล่านั้นยาวจนเกือบถึงกลางหลังและทุกครั้งที่สายลมพัดผ่านมันจะสะท้อนแสงจากดวงดาวจนเกิดเป็นประกายสีเงินงดงาม


 เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีพลบค่ำชายเสื้อคลุมสะบัดไปตามแรงลมอย่างแผ่วเบาใบหน้าของชายผู้นั้นดูอ่อนเยาว์กว่าที่อากิระคาดเอาไว้ ทว่าดวงตากลับแตกต่างจากรูปลักษณ์โดยสิ้นเชิง


 ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่าเย็นชาและสงบนิ่งอย่างผิดธรรมชาติราวกับว่าชายผู้นี้เคยมองเห็นสิ่งต่างๆมากมายจนไม่มีสิ่งใดสามารถสร้างความประหลาดใจให้แก่เขาได้อีก


 และด้านหลังของชายผมสีเงินมีชายอีกคนยืนอยู่เขาสวมชุดสูทสีดำสนิทตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าถุงมือสีขาวสะอาดรองเท้าหนังขัดเงาท่าทางของเขาสุขุม


 และเป็นระเบียบอย่างสมบูรณ์แบบเขามีบุคลิกของพ่อบ้านอย่างชัดเจนแต่บางอย่างในบรรยากาศรอบตัวชายผู้นั้นทำให้อากิระรู้สึกได้ทันทีว่า


 ชายคนนี้ไม่ใช่พ่อบ้านธรรมดาเพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆก็ทำให้อากิระรู้สึกเหมือนกำลังถูกสัตว์ร้ายจับจ้องอากิระถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว


"พวกเขาเป็นใคร..."


 อากิระพึมพำแต่ดูเหมือนว่าคำพูดนั้นจะดังพอที่จะไปถึงหูของคนทั้งสองอากิระจึงตัดสินใจถามออกไปตรงๆเขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนถาม


"ที่นี่มันคือที่ไหนกันน่ะ?...แล้วพวกนายเป็นใครกันเหรอ?"


 ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งชายผมสีเงินไม่ได้ตอบแต่ชายในชุดสูทกลับหันมามองอากิระเพียงชั่วพริบตาอากิระรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลฉับพลันนั้นร่างของเขาก็ถูกกระชากลงอย่างรุนแรง


"อั๊กกกกก!!"


 ศีรษะของอากิระถูกกดลงกับพื้นที่ไม่มีอยู่จริงแรงกดทับนั้นรุนแรงเสียจนเขาแทบหายใจไม่ออกแขนทั้งสองข้างถูกจับไขว้ไว้ด้านหลังอย่างง่ายดาย


"เดี๋ยวสิ เจ้าเป็นใคร—!"


 อากิระพยายามดิ้นแต่ยิ่งดิ้นแรงที่กดลงบนร่างกายของเขาก็ยิ่งหนักขึ้นชายในชุดสูทกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา


"ช่างไร้มารยาทยิ่งนัก ไอ้เด็กเหลือขอ..."


 น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังแต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันชายผู้นั้นเพิ่มแรงกดลงเล็กน้อย


 "รู้ตัวหรือไม่ว่าตอนนี้เจ้ากำลังเผชิญหน้ากับใคร?"


"อึก..."


 อากิระกัดฟันกร่อน


"ก็ไม่รู้น่ะสิ!"


"ไม่รู้เหรอ?"


"ก็ใช่น่ะสิ! ถ้าข้ารู้ ข้าคงไม่ถามหรอก!"


 คำตอบเช่นนั้นทำให้ชายในชุดสูทนิ่งไปครู่หนึ่งอากิระพยายามหันหน้าขึ้นมองแต่ทำไม่ได้ก่อนที่สีหน้าของเขาจะดูเหมือนยิ่งไม่พอใจมากกว่าเดิม


"บังอาจนักนะไอ้หนู!..."


 ทว่าในวินาทีนั้นเอง—


"...รอนครุส..."


 เสียงของชายผมสีเงินดังขึ้นมีเพียงสองพยางค์ที่ถูกเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาแต่ทันทีที่ได้ยินชายในชุดสูทก็หยุดทุกการเคลื่อนไหว


 รอนครุสปล่อยมือจากศีรษะของอากิระทันทีก่อนจะถอยออกไปหนึ่งก้าวจากนั้นจึงคุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างนอบน้อมศีรษะก้มต่ำ


"ขออภัยด้วยขอรับ ท่านทรราชย์"


 น้ำเสียงของรอนครุสเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงจากความแข็งกร้าวเมื่อครู่กลายเป็นความเคารพอย่างสูงสุด


"เด็กคนนี้เปรยออกมาอย่างไม่ระวังคำพูด ข้าน้อยจึงลงโทษไปตามสมควรขอรับ"


 ชายผมสีเงินมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบอย่างเรียบง่าย


"...ไม่เป็นไรหรอกนะ..."


"แต่ว่าท่านทรราชย์—"


 ชายผู้นั้นตอบอีกครั้งว่า


"...ข้าบอกว่าไม่เป็นไร..."


"ขอรับ"


 รอนครุสหยุดทันทีเขาก้มศีรษะลงอีกครั้งอากิระค่อยๆลุกขึ้นมือของเขายังคงสั่นเล็กน้อยเขายกมือขึ้นจับศีรษะตัวเองพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ


"เจ็บชะมัด...นี่แรงอะไรจะเยอะเป็นบ้า..."


 อากิระมองชายชรานั้นนในชุดสูทด้วยสายตาหวาดระแวงรอนครุสปรายตามองมาอากิระรีบเงียบจากนั้นอากิระจึงหันกลับไปมองชายผมสีเงินอีกครั้งความสงสัยของเขายิ่งเพิ่มขึ้น


"พะ...พวกท่านเป็นใครกันเหรอ?"


 ชายผมสีเงินไม่ได้ตอบในทันทีสายลมพัดผ่านอีกครั้งเส้นผมสีเงินของเขาปลิวไหวอย่างงดงามราวกับเป็นภาพที่ถูกวาดขึ้นจากความฝันในที่สุดเขาจึงกล่าวขึ้น


"ข้ามีนามว่า...โนอาห์"


"...โน...อาห์...?"


 อากิระทวนชื่อในใจชื่อธรรมดาแต่บรรยากาศรอบตัวชายคนนี้กลับไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อยโนอาห์ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยเขากล่าวต่อ


"หรือที่ผู้คนเรียกข้าว่า...ทรราชย์ผู้แย่งชิงกฎ"


"ทรราชย์ผู้แย่งชิงกฎงั้นเหรอ?"


 อากิระนิ่งชื่อเรียกนั้นฟังดูเหมือนฉายาของใครบางคนที่ไม่ควรเข้าใกล้อากิระมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า


"ทำไมถึงเรียกแบบนั้นล่ะ?"


 รอนครุสขยับตัวเล็กน้อยแต่โนอาห์ยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามโนอาห์มองขึ้นไปบนท้องฟ้า


"เรื่องนั้น...ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจำเป็นต้องรู้ในตอนนี้"


"งั้นหรอกเหรอ..."


 อากิระถอนหายใจในเมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบเขาก็ไม่คิดจะคาดคั้นแต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นยังคงอยู่


"แล้วที่นี่คือที่ไหนกัน ท่านทรราชย์?"


 โนอาห์หันกลับมามองเขา


"...ที่นี่คือโลกหมอกเทา"


"โลก...หมอกเทา?"


 อากิระกะพริบตาโนอาห์กล่าวต่อ


"มันคือโลกหมอกเทาและในเวลาเดียวกัน...มันก็คือจิตใต้สำนึกของเจ้า"


"หา? จิตใต้สำนึกของข้างั้นเหรอ?"


 อากิระมองไปรอบๆอีกครั้ง


"หมายความว่า...ทั้งหมดนี่อยู่ในหัวของข้า?"


"ก็น่าจะได้อยู่กระมัง กล่าวอีกนัยหนึ่งมันเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อระหว่างจิตใจของเจ้า กับบางสิ่งที่อยู่เหนือกว่านั้น"


 โนอาห์ตอบและคำตอบดังกล่าวยิ่งทำให้อากิระสับสนงุนงง


"เดี๋ยวนะ...ข้าไม่เข้าใจเลยสักนิด"


 เขายกมือขึ้นกุมขมับ


"ไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกอย่างในตอนนี้"


"แต่..."


"...อากิระ..."


 เสียงเรียกชื่อของตนเองทำให้เขาหยุดอากิระเงยหน้าขึ้น


"ท่านรู้ชื่อข้าได้ยังไงกันน่ะ?"


 โนอาห์พยักหน้า


"ข้ารู้เพราะข้ารู้จักเจ้ามากกว่าที่เจ้าคิด"


 อากิระเงียบไปคำตอบนั้นทำให้เขารู้สึกเย็นวาบขึ้นมาตามสันหลัง


"แล้วท่านทรราชย์ต้องการอะไรจากข้าล่ะ?"


 ในที่สุดอากิระก็ถามคำถามที่สำคัญที่สุดโนอาห์มองเขาอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงกล่าวว่า


"...ข้าจะมอบพลังให้แก่เจ้า"


"พลังงั้นเหรอ...ทำไมต้องให้ข้า?"


 อากิระทวนคำ


"เพราะเจ้าจำเป็นจะต้องใช้มัน...ต่อกรกับสิ่งมีชีวิตต่างแดน"


 โนอาห์ไม่ตอบทันทีเขาเพียงมองอากิระด้วยสายตาที่ทำให้อากิระรู้สึกว่าคำพูดต่อไปจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาลอากิระนิ่งงัน


"สิ่งมีชีวิตต่างแดน?"


"สิ่งที่ไม่ได้ถือกำเนิดจากโลกของเจ้า"


"หมายความว่า...พวกมันเป็นสัตว์ประหลาดงั้นเหรอ?"


"จะเรียกเช่นนั้นก็ได้อยู่กระมัง"


"แล้วทำไมจะต้องเป็นข้า?"


 โนอาห์เงียบความเงียบของเขากลับหนักแน่นกว่าคำตอบใดๆก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นเขาดีดนิ้ว


"เพราะเจ้า..."


 เสียงดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวก้องกังวานไปทั่วโลกหมอกเทาทันใดนั้น—ท้องฟ้าที่เคยสงบนิ่งพลันสั่นสะเทือนหมอกสีเทารอบตัวหมุนวนราวกับถูกแรงบางอย่างฉุดกระชาก


 แสงสีต่างๆปรากฏขึ้นกลางความมืดจากนั้นบางสิ่งก็พุ่งลงมาจากเบื้องบนดาบเล่มหนึ่งพุ่งลงมาปักตรงหน้าอากิระแรงกระแทกทำให้หมอกโดยรอบกระจายออกเป็นวงกว้างอากิระสะดุ้งถอยหลัง


"นี่มัน..."


 เขาจ้องมองดาบตรงหน้าตัวดาบมีความงดงามผิดธรรมชาติคมดาบสะท้อนแสงดาวนับพันจนเกิดเป็นประกายหลากสีราวกับดาบเล่มนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงแสง


 แต่กำลังสะท้อนกฎบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในโลกอากิระค่อยๆเดินเข้าไปใกล้


 โนอาห์กล่าวว่า:


"นี่คือดาบสองกฎมันจะช่วยเจ้าต่อกรกับสิ่งมีชีวิตต่างแดนได้"


 โนอาห์ตอบอย่างเรียบง่ายอากิระหยุดอยู่ตรงหน้ามันอากิระมองดาบแล้วมองโนอาห์


"แค่นั้น?"


 โนอาห์เงียบอากิระยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ


"คุณไม่คิดจะอธิบายอะไรเพิ่มเติมเลยรึ?"


 รอนครุสที่ยืนอยู่ด้านหลังกล่าวขึ้น


"เจ้าควรรู้สึกเป็นเกียรติ เจ้าหนู"


"เป็นเกียรติ?"


 อากิระหันไปมองรอนครุสกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง


"สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเจ้ามิใช่เพียงอาวุธธรรมดา"


 รอนครุสมองดาบ


"สิ่งที่แม้แต่ผู้มีอำนาจมากมายยังไม่อาจครอบครอง"


 อากิระกลืนน้ำลายเขายื่นมือออกไปช้าๆปลายนิ้วสัมผัสด้ามดาบทันทีที่สัมผัส—แสงสีต่างๆ ระเบิดออกจากตัวดาบอากิระเบิกตากว้างภาพบางอย่างแล่นผ่านหัวของเขาอย่างรวดเร็ว


 เมืองที่กำลังลุกไหม้...ท้องฟ้าที่แตกออกเงาร่างขนาดมหึมาที่กำลังยืนอยู่เหนือโลกเสียงกรีดร้องของผู้คนและดวงตาคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองมายังเขา


"อ๊ากกก!"


 อากิระชักมือออกทันทีเขาหอบหายใจอย่างหนักโนอาห์มองเขา


"เมื่อกี้...เจ้าเห็นแล้วสินะอนาคตบางส่วน"


"อนาคตเหรอ?"


 อากิระหันกลับไปมองดาบด้วยสีหน้าซับซ้อนเขากำหมัดแน่น


"ข้าเห็นเมืองกำลังถูกทำลายแล้วนั่นมันคืออะไร?"


"...มันคือสิ่งที่กำลังจะมาถึง..."


 โนอาห์ไม่ตอบคำตอบนั้นทำให้อากิระรู้สึกเย็นวาบเขามองชายตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ


"เดี๋ยวก่อน...ท่านบอกว่าท่านจะมอบพลังให้ข้า แล้วทำไมถึงต้องเป็นข้า?"


 โนอาห์เดินเข้ามาใกล้ทุกย่างก้าวของเขาเงียบสนิทโนอาห์หยุดอยู่ตรงหน้าอากิระทั้งสองสบตากัน


"เพราะข้าเลือกเจ้า และวันหนึ่งเจ้าจะเข้าใจ"


"ข้าน่ะเกลียดคำตอบแบบนี้ชะมัดยาด..."


 อากิระถอนหายใจรอนครุสเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแต่โนอาห์ยังคงนิ่งสงบ


"เจ้าปฏิเสธได้เงื่อนไขนี้ได้อย่างแน่นอน"


 อากิระชะงักโนอาห์มองเขาอย่างตรงไปตรงมา


"...โลกของเจ้าจะยังคงดำเนินต่อไป แต่สิ่งมีชีวิตต่างแดนก็ยังคงมา"


 อากิระนิ่งคำตอบนั่นทำให้หัวใจของอากิระหนักอึ้ง


"และจะไม่มีใครหยุดมัน?"


 โนอาห์ไม่ได้ตอบความเงียบคือคำตอบอากิระก้มหน้าลงมือของเขากำด้ามดาบแน่นขึ้นเขาไม่รู้จักโลกแห่งนี้ไม่รู้ว่าทรราชย์ผู้แย่งชิงกฎคือใคร


 ไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตต่างแดนคืออะไรไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองมายังสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไรแต่เขารู้สิ่งหนึ่งนับตั้งแต่วินาทีที่เขาลืมตาขึ้นมาชีวิตของเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วอากิระสูดลมหายใจเข้าลึก


"ถ้าข้ารับพลังนี้...ข้าจะต้องทำอะไรบ้างล่ะ?"


 เขาเงยหน้าขึ้น โนอาห์ตอบเพียงว่า


"...เอาชีวิตรอดไปให้ได้มันก็แค่นั้น?ในขั้นตอนแรก..."


"ฟังดูไม่ค่อยง่ายเลยนะ"


 อากิระหัวเราะแห้งๆโนอาห์มองเขาเป็นครั้งแรกที่แววตาของชายผมสีเงินดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยจากนั้นโนอาห์จึงหันหลังให้รอนครุสเดินตามไปอากิระรีบถาม


"เดี๋ยวก่อน!แล้วข้าจะได้เจอท่านอีกหรือไม่?"


 ทั้งสองหยุดโนอาห์ไม่ได้หันกลับมา


"แน่นอน...เมื่อถึงเวลา"


"นี่มันไม่ใช่คำตอบเลยนะ..."


 อากิระนิ่งโนอาห์ยกมือขึ้นเล็กน้อยหมอกสีเทาเริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวเขาและรอนครุสอากิระรีบก้าวเข้าไป


"เดี๋ยวก่อน! อย่างน้อยบอกผมทีว่าพลังนี้ทำอะไรได้บ้าง!"


 โนอาห์หันกลับมาดวงตาสีเงินสบเข้ากับดวงตาของอากิระเป็นครั้งสุดท้าย


"...เจ้าจะค้นพบมันด้วยตัวเอง"


"ท่านทรราชย์!"


 หมอกเริ่มหนาขึ้นร่างของโนอาห์และรอนครุสกำลังจางหายไปก่อนที่เสียงสุดท้ายของโนอาห์จะดังขึ้น


"...คันซากิ อากิระ..."


 ทั้งโนอาห์และอากิระยืนมองหน้ากันอย่างไม่กระพริบตาจากนั้นโนอาห์ได้เอ่ยขึ้นว่า


"จงมองไปยังก้นบึ้งด้วยดวงตาคู่นั้นโดยไม่เชื่อถือสิ่งใดแล้วก็จงเข้าใจว่าโลกนี้ถูกครอบงำด้วยการทรยศหักหลังและความไร้เหตุผล"


 แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งโลกหมอกเทาอากิระยกแขนขึ้นบังดวงตาและในชั่วพริบตาเดียวทุกสิ่งก็หายไป


"เฮือก!!"


 อากิระสะดุ้งตื่นขึ้นร่างของเขาลุกพรวดจากเตียง


"แฮ่ก...แฮ่ก..."


 เขาหอบหายใจอย่างหนักมือทั้งสองข้างกำผ้าห่มแน่นสายตากวาดไปรอบห้องอย่างรวดเร็วกำแพง...โต๊ะ...หน้าต่าง...ตู้เสื้อผ้า...ทุกอย่างยังอยู่ในตำแหน่งเดิม


 แสงยามค่ำคืนส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาห้องนอนของเขาบ้านของเขาโลกเดิมของเขาอากิระเอามือแตะหน้าอกหัวใจยังคงเต้นแรง


"ฝัน...เมื่อกี้เป็นแค่ความฝันสินะ..."


 เขาพึมพำเขาหัวเราะเบาๆแต่แล้ว—มือของเขาก็สัมผัสกับบางสิ่งที่เย็นจัดอากิระชะงักสายตาค่อยๆเลื่อนลงไปดาบเล่มหนึ่งกำลังวางอยู่ข้างตัวเขา


 ดาบที่เปล่งประกายหลากสีภายใต้แสงจันทร์ดาบเล่มเดียวกับที่เขาเห็นในโลกหมอกเทาดาบสองกฎรอยยิ้มบนใบหน้าของอากิระหายไปทันที


"...ไม่จริงน่า..."


 เขาค่อยๆเอื้อมมือไปแตะด้ามดาบปลายนิ้วสั่นเล็กน้อยเย็นสัมผัสนี้เป็นของจริงอากิระดึงดาบขึ้นมาอย่างช้าๆ


 แสงหลากสีสะท้อนบนใบหน้าของเขาเขามองมันอยู่เป็นเวลานานก่อนจะพึมพำออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ


"ถ้านี่ไม่ใช่ความฝัน...งั้นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ก็เป็นเรื่องจริงทั้งหมดสินะ"


 สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยอากิระกำดาบแน่นขึ้นนอกหน้าต่าง...สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านอย่างแผ่วเบาแต่ในความเงียบของห้องนอนนั้น ไม่มีใครรู้เลยว่า—


 ตั้งแต่วินาทีที่ดาบสองกฎปรากฏขึ้นในโลกมนุษย์บางสิ่งที่ไม่ควรเข้ามาในโลกใบนี้กำลังเริ่มขยับตัวและนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด


 เรื่องราวของเด็กหนุ่มวัยสิบเก้าปีผู้ไม่รู้เลยว่าเหตุใดตนเองจึงถูกเลือกไม่รู้ว่าพลังที่ได้รับคืออะไรและไม่รู้ว่าเบื้องหลังคำว่าสิ่งมีชีวิตต่างแดนนั้นซ่อนความลับที่ยิ่งใหญ่เพียงใด


 แต่สิ่งหนึ่งที่อากิระรู้แน่ชัดเจนที่สุดภายในคืนนั้นคือ—ชีวิตธรรมดาของเขา...ได้จบลงแล้วชั้นใน เรื่องราวของอากิระกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ฉันจะตั้งใจทำมันให้ได้ดีที่สุดนะคะ

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
これはあなたの新作小説ですか?正直に言うと、あなたが書いた小説、というかこの小説は…筋書きがとても魅力的で、率直に言って、他のどの作品よりも優れた文章で書かれていると思います。
これはあなたの新作小説ですか?率直に申し上げますが、あなたが書かれた小説、というか、この小説は…ストーリー展開が非常に魅力的ですそして、正直に言って、この小説は私がこれまで書いたどの作品よりもよく書け…
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。