โลกอันน่าสะพรึงกลัว
จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศ อาเซออน
ตัดกลับมาที่ ปัจจุบัน
ณ สถานศึกษาแห่งเทพเจ้าเอเวรัสต์อันเซตต้า ข้ากับ กราแฮม ประจันหน้ากันในห้องบัลลังกศักดิ์สิทธ์ที่มีแสงส่องลงมา พลังเวท ที่ลอยจากทั้งสองฝ่ายเข้าปกคลุมภายในห้องทรงกลมฝ่ายละครึ่ง
อนุภาคสีดำกับอนุภาคสีม่วงผสมปนเปกันที่ละน้อยแล้วปล่อยสะเก็ดไฟวูบวาบคล้ายประกาศอาณาเขตของตัวเอง คลื่นลูกหลงเขย่าเอเบลาสต์อันเซตตาอย่างรุนแรง
อาละวาดประหนึ่งจะพัดโลกใต้พิภพให้ปลิวไปในวินาทีนี้
"ผมรอเธอมาตลอดเลย"
กราแฮมวาดวงเวททรงกลมด้วยไฟฟ้าสีม่วง พาดใบดาบหมื่นอัสนี ไว้บนไหล่ซ้าย
"พวกเราจะได้เข้าใจกันและกัน เอาละ"
ไฟฟ้าสีม่วงหมุนเป็นวงรอบดาบหมื่นอัสนี ใบดาบยืดพรวดกราแฮมวาดใบดาบที่แปรเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าสีม่วงแวบวับในแนวขวาง
"เรามาคุยกันเรื่องที่สะสมไว้มากมายดีกว่า"
ไฟฟ้าสีม่วงวูบวาบ ข้าร่าย 'เบโนเอเว่น' ไว้ที่มือซ้ายแล้วหุ้มทับด้วย 'จิลาสโด (อัสนีกาฬแห่งจักรพรรดิมาร)’ ใช้ออโรรามืดมิดรอบอสุนีบาตสีดำรับดาบไฟฟ้าสีม่วงที่มาพร้อมแสงวาบ
เกิดรอยบากเป็นเส้นตรงบนผนังด้านหลัง มันส่งเสียงประหลาดดังเปรี๊ยะ ๆ ๆ แล้วระเบิด ผนังร่วงกราว
"ถ้าอยากคุย เจ้าควรมายืนเบื้องหน้าข้าด้วยตัวเองตั้งแต่แรก"
ข้าวาดวงเวทร้อยวงไว้ตรงหน้า ตะวันดำทะมึนโผล่ออก ข้ายิง ' จีโอ เกรซ’ ทั้งหมดรวดเดียว สุริยันดำทะมึนลากหางแสงสีนิลเข้าจู่โจมกราแฮมอย่างทรงพลัง
"ถ้าโผล่มาเจอเฉย ๆ ตั้งแต่ต้น เธอจะสนใจผมเท่าตอนนี้หรือ"
กราแฮมสะบัดมือซ้าย ขยาย 'กาเวสท์' เป็นกำแพงเพื่อ หักล้าง จีโอ เกรซ ผนังและพื้นส่วนหนึ่งกลายเป็นผุยผงลอยตลบ ดั่งพยุทรายพรางทัศนวิสัยของข้า มันโผล่หน้ามาจากในนั้น ย่อตัวลงต่ำ แล้วทะยานตรงเข้ามา
"แม่ถูกคร่าชีวิตจนดับสูญ"
ข้าย่อตัวหลบดาบหมื่นอัสนีที่ฟาดฟันมา
"พ่อถูกคร่าชีวิตจนดับสิ้น"
ข้าอ่านขาดว่าใบดาบจะวาดมาในแนวขวาง จึงถอยหลบครึ่ง ก้าว ใบดาบแห่งไฟฟ้าสีม่วงเฉียดผ่านปลายจมูกข้าไม่กี่มิลลิเมตร
"เพราะผมชิงหัวของเขามาและเหยียดหยามศักดิ์ศรีของเขาเธอเลยอดไม่ได้ที่จะเผยความรู้สึกให้ผมเห็น"
ดาบพุ่งแทงกระหน่ำซ้ำมาพร้อมไฟฟ้าสีม่วง ข้าร่าย 'จิลาสโด'คลุมทับ 'เบโนเอเว่น' อีกครั้ง แล้วยกมือซ้ายรับดาบ เสียงไฟฟ้าม่วง
กับอสุนีบาตดำน้ำหั่นกันดังกึกก้อง
"ความรู้สึกนั้นคือความเกลียดชังอันอัปลักษณ์"
"อยากถูกข้าเกลียดขนาดนั้นเชียวรึ"
ทั้งสองฝ่ายเคลื่อนไหวพร้อมกัน ข้ากับมันชี้นั้ใส่กัน
'จิลาสโด'
'กาเวสท์'
ไฟฟ้าม่วงกับอสุนีบาตดำพุ่งปะทะกัน เกิดเสียงฟ้าร้องครืนในห้องบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์ แสงสายฟ้าสีดำและม่วงโลดแล่นซ้อนกันหลายชั้น
เศษหินร่วงกระจายจากเพดาน การจู่โจมด้วยสายฟ้าของแต่ละคนแผดเผาอีกฝ่าย ทว่าได้รับความเสียหายแค่แผลถลอก
"ต่างกันตรงไหนล่ะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมเพรียกหาความเกลียดชังกับความอัปลักษณ์ ส่วนเธอแสวงหาความรักกับความ อ่อนโยน แล้วพวกเรามีอะไรต่างกัน"
"ไร้สาระ ป่านนี้แล้วยังจะยกมาเปรียบเทียบกันอีกรึ"
ข้าย่ำเท้าเข้าไปในระยะดาบ ทำให้ดาบหมื่นอัสนีสิ้นฤทธิ์แล้ว ย้อมมือสองข้างด้วย ใบบุสโด' เมื่อพุ่งนี้วจิตสังหารสีนิลเข้าใส่จาก ซ้ายและขวา
กราแฮมก็ทิ้งดาบหมื่นอัสนีอย่างง่ายดาย แล้วย้อมแขนสองข้างของตัวเองด้วย เบบุสโด" บ้าง กราแฮมยับยั้งนิ้วของ ข้าที่แทงเข้าหา ส่วนข้าก็หยุดยั้งนิ้วของอีกฝ่ายเช่นกัน
เมื่อต่างฝ่าย ต่างสกัดกันไว้ได้ ข้ากับมันก็ยี้อยุด คลื่นที่เกิดจากพลังซึ่งฟาดฟัน กันอย่างดุเดือดสร้างรอยปริบนพื้น
"ผมก็ชอบความรักกับความอ่อนโยนนะ พวกมันเต็มไปด้วยความสิ้นหวังอันงดงามเสมอ เปราะบาง พังทลายได้ง่าย และเป็นแหล่งเพาะความอัปลักษณ์กับความชิงชัง"
"ถ้าชื่นชอบสิ่งเหล่านั้นจริง แปลว่าสมองของเจ้ามันเน่าเฟะไปแล้ว"
เข่าของกราแฮมงอเล็กน้อย ข้าออกแรงดันมือของ 'เบบุสโด' สีดำที่ยื้อยุดกันอยู่เข้าหาคู่ต่อสู้มากขึ้นเรื่อยๆ อนุภาคพลังเวท ที่ลอยพุ้งขยายรอยปริบนพื้นให้ใหญ่ขึ้น
"เพราะเปราะบางจึงควรปกป้อง เพราะพังทลายได้ง่ายจึงล้ำค่ายิ่งกว่าสิ่งใด"
ข้าบิดสองมือสุดแรง กราแฮมทรุดเข่าทั้งสองข้างลงตรงนั้น
"ทว่าคนโง่เขลาจิตวิปริตอย่างเจ้าคงไม่เข้าใจกระมัง"
"นั่นสินะ"
แม้สองแขนถูกดันในท่าทรุดเข่า มันก็ยังทำหน้าไม่ทุกข์ร้อน
"แต่เธอไม่เคยคิดบ้างเหรอว่า มันแค่บังเอิญว่าคนส่วนใหญ่ พรียกหาความรักกับความอ่อนโยนก็เท่านั้นเอง"
กราแฮมกล่าว จับจ้องข้าด้วยดวงตาคู่นั้น
"บางแห่งที่ไม่ใช่ที่นี่ อาจมีโลกที่ใครๆ บอกว่าความเกลียดชังกับความอัปลักษณ์คือสิ่งล้ำค่าและงดงามก็ได้"
ข้าบีบขยี้มือสองข้างของกราแฮมจนแหลก กดร่างลงกับพื้นเต็มแรง เท้าของมันจมลงธรณี พื้นแตกเปรี๊ยะ ข้าแทงมือของ 'เบบุสโด' ใส่คอมัน กราแฮมยังพูดต่อแม้กระอักเลือดจากปาก
"อานอส ถ้าได้ไปโลกนั้น เธอจะคิดยังไง"
ข้ากำลังจะตัดคอมัน แต่มันใช้มือที่ถูกบดบี้คว้าแขนข้าไว้
"โลกนั้นมีแต่คนอัปลักษณ์และโง่เขลา มากมายจนเมื่อสองพันปีก่อนเทียบไม่ติด เธอคงมองว่าทุกสิ่งในโลกนั้นบิดเบี้ยวจากนั้นก็เพรียกหาความรักกับความอ่อนโยน แล้วก็จะเริ่มทำลายล้าง ทุกอย่างนอกเหนือจากนั้นสินะ"
"เจ้าจะบอกว่าโลกนี้เป็นเช่นนั้นในความรู้สึกของเจ้ารึ"
มันผุดยิ้มบาง
"ผมมองเห็นโลกบิดเบี้ยว สันติสุขที่เธอกำลังพยายามสร้างและโลกนี้ที่ชื่นชมความรักกับความอ่อนโยน มันน่าสะพรึ่งจนเกินจะรับไหว"
ไฟฟ้าสีม่วงพุ่งขึ้นดังเปรี๊ยะ ๆ ๆ ๆ มือขวาของมันที่ชูขึ้นฟ้ากำวงเวททรงกลมแห่งความเป็นไปได้ที่สร้างด้วย 'เวเนเจียรา'
"ราวกับว่าที่แห่งนี้คือโลกจอมปลอม และทุกอย่างกำลังหลอกลวงผมอยู่อย่างนั้นแหละ"
ที่ข้าจับภาพได้คือพลังทำลายล้างมหาศาลไฟฟ้าสีม่วงเข้มรวมตัวกันในมือของกราแฮม แสงอสุนีบาตสาดไปทั่ว
"สายตาของผมบิดเบี้ยว หรือว่าโลกบิดเบี้ยวกันแน่"
วงเวทไฟฟ้าสีม่วงถูกสร้างขึ้นรอบตัวพวกเรา
"เธอคิดว่าเป็นอย่างไหนเหรอ"
กราแฮมถามด้วยความสนใจใคร่รู้อย่างบริสุทธิ์ใจ
"ใบหน้าเจ้าไม่ได้บ่งบอกว่าสงสัยในสายตาของตัวเอง"
"งั้นเหรอ"
"สุดท้ายเจ้าก็ไม่มีปัญหากับทั้งสองแบบ ไม่ว่าโลกจะคลุ้มคลั่งหรือไม่ คนอื่นก็เจ็บปวดอยู่ดี เพราะเจ้าไม่สนใจว่าใครจะเจ็บปวด"
ข้ายกร่างมันลอยขึ้นในสภาพที่นิ้วยังแทงคอมัน แล้วใช้มืออีกข้างแทงใส่ท้อง
".อู...ก.!!"
พอข้าคว้านรากเหง้า อสุนีบาตสีแดงล้นทะลักคล้ายเลือดและเกาะตามแขนของข้า
"ข้าไม่คิดจะถกประเด็นสุดโต่งให้ยึดเยื้อหรอก เจ้าเป็นตัว ขัดขวางสันติสุขที่ข้ามุ่งหมาย เพราะเจ้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพ่อ กับแม่ของข้า คิดจะนำความสับสนวุ่นวายมาสู่โลกนี้ และเล่นสนุก กับจิตใจคนอื่นดั่งของเล่น"
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น กราแฮมยกมุมปากอย่างพึงพอใจ
"ฉะนั้นข้าจะทำลายเจ้าให้สิ้นซาก"
"ก็ลองดูสิ"
วงเวทที่ถูกวาดด้วยไฟฟ้าสีม่วงของกราแฮมมีสิบวง พวกมันเชื่อมเข้าหากันกลายเป็นวงเวทมหึมาหนึ่งวง
"เธอถูกเอาโลกไปใช้เป็นโล่กำบังตลอดเวลา เวทมนตร์แห่งการเสื่อมสลายของผมจึงจะพุ่งไปถึงก่อนเสมอ"
วงเวทที่เกิดจากการเชื่อมต่อของไฟฟ้าสีม่วงส่งเสียงฟ้าร้อง กัมปนาท ไฟฟ้าสีม่วงขนาดมโหฬารเอ่อล้น
อสุนีบาตแห่งการเสื่อมสลายพวยพุ่งจากรอบทิศฟาดใส่ข้า กระทั่ง เนตรมารแห่งการเสื่อมสลาย' ก็น่าจะมองไม่ทัน
แม้แต่ 'เบโนเอเว่น' ก็คงกลายเป็น ถ้าถ่านอย่างง่ายดาย
"'ราเวีย กีก กาเวรีสด์"
สายฟ้าสีม่วงที่นำพาอวสานมาสู่โลกกำลังจะทำลายข้าให้สูญสิ้น สิ่งที่ข้าควรกระทำจึงมีเพียงหนึ่งเดียว
"เบบุสโด"
ข้าไม่ป้องกันตัวจากไฟฟ้าสีม่วงแห่งการเสื่อมสลาย ทว่ารวบรวมพลังเวทไว้ที่นั้วและคว้านลึกเข้าไปในรากเหง้าของกราแฮม
'จิลาสโด'
นิ้วสีดำมีอสุนีบาตสีนิลห่อหุ้มมากยิ่งขึ้นและแปรเปลี่ยนเป็นดาบแหลม แม้ร่างถูกไฟฟ้าสีม่วงแผดเผาข้าก็ยังอัดนิ้วใส่
รากเหง้าของคู่ต่อสู้ อสุนีสีชาดหลังล้นออกมาต้านทาน ป้องกันการรุกรานของ เบบุสโด' ที่ฉาบเคลือบสายฟ้าสีดำ อีกนิดเดียว
"'อาเวียสตัน เจียรา'"
รังสีความร้อนจาก 'จีโอ เกรส' ที่ปล่อยไปเมื่อกี้มารวมตัวกัน มือขวาของข้าหุ้มด้วย 'อาเวียสตัน เจียรา' อีกชั้น ระหว่างที่อสุนีบาต
สีชาดกับสายฟ้าสีม่วงอาละวาด ข้ารวม เบบุสโด
'จิลาสโด' และ 'อาเวียสตัน เจียรา' ไว้ที่จุดหนึ่งของนิ้ว แล้วพุ่งเข้าหาก้นบิ้งรากเหง้าของมัน นิ้วข้าผลักอสุนีสีชาดเข้าไปลึกแสนลึกถึงในสุด
"จงดับสูญชะ"
"..เธอจะทำได้เหรอ"
วินาทีนั้น ข้าวาดวงเวทหลายชั้นในส่วนลึกของรากเหง้าของกราแฮม สิ่งนั้นยื่นโผล่จากกายมัน แล้วแปรเปลี่ยนเป็นป้อมปืน
‘เอกิวโกเน่ อังโดอาร์’
ขณะที่ไฟฟ้าสีม่วงแห่งการเสื่อมสลายโป่งตัวใหญ่ขึ้น เพลิงปิดฉากก็ถูกปล่อยออกไป
อานอส วอดีโก้ จะทำเช่นไรต่อไป




