表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
Mahōu Gakuin no Futekigosha   作者: Shū
บทที่1 : บิดาแห่งจอมมาร
9/13

ว่างเปล่า

มาเริ่มกันเถอะนะ

อนุภาคสีดำขดเป็นวงเจ็ดชั้นรอบตัวกราแฮม พวกมันเปลี่ยนเป็น อัคนีแห่งความมืดมิดแล้วบิดเกลียวเสียงดังสนั่น อสุนีสีชาดมหาศาลพลันเอ่อล้นจากร่างกายของกราแฮม


สะเก็ดเพลิงดำทะมึนโปรยปรายปะปนกับแสงสีแดงจ้า ข้าอัด เอกิลโกเน่ อังโดอาร์' ระดับทำลาย ล้างโลกใส่รากเหง้าของกราแฮมและส่วนที่อยู่ลึกที่สุดในรากเหง้ารากเหง้าที่แข็งแรงทนทาน


จนถึงขั้นดื้อด้านและอสุนีสีชาดทั้งหมดหยุดยั้งไฟผลาญโลกไว้ภายในกายมัน ป้องกันไม่ให้ทำลายล้างโลก ถึงกระนั้นสะเก็ดไฟสีดำที่โปรยปรายก็ร่วงหล่นลงมายัง 'ราเวีย กีกกาเวรีสด์" อันเป็นไฟฟ้าสีม่วงมหึมาที่พุ่งเข้าจู่โจมข้า


วงเวทไฟฟ้าสีม่วงลุกเป็นไฟในชั่วอึดใจแล้วกลายเป็นเถ้าถ่าน ทัศนวิสัยถูกย้อมเป็นสีแดงก่ำ มันคือประกายแสงอสุนีบาตที่เอ่อลันราวกับสายโลหิต อสุนีสีชาดพุ่งออกมารอบทิศทางเสมือนรีดเค้นพลังเวทที่มีอยู่ในรากเหง้า ทะลุผนัง พื้น และเพดาน


ของห้อง บัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์ เศษซากปรักหักพังร่วงกราว ในไม่ช้าแสงสายฟ้า สีแดงก็หายไป มันคงใช้พลังหมดสิ้นแล้ว


ในขณะเดียวกันเพลิงล้างโลกก็ดับลงเงียบเชียบ ร่างของกราแฮมอ่อนปวกเปียกในสภาพที่ยังมีมือขวาของข้าแทงทะลวงรากเหง้าสูญสลาย สัมผัสพลังเวทไม่ได้แล้ว


"เห็นไหมล่ะ"


ร่างที่เป็นเปลือกว่างเปล่าไร้กระทั่งพลังแม้เพียงเวทเบาบางขยับเขยื้อน มือของมันจับแขนข้าอยู่จริงๆ


"ผมไม่แตกดับหรอก คล้ายเธอมากเลยจริงไหม"


ร่างกายที่ไม่น่ากระดุกกระดิกได้กลับขยับเขยื้อน ทั้งที่รับ เอกิล โกรเน อังก์โครอา' ระดับทำลายล้างโลกได้เข้าไปตรง ๆรากเหง้าของมันก็ยังไม่สูญสิ้น ไม่สิ พูดให้ถูกคือ รากเหง้าที่น่าจะ พินาศสูญสลายไปแล้ว...รากเหง้าอันว่างเปล่าปราศจากพลังใดๆ ยังอยู่ตรงนั้นโดยที่ข้าก็ไม่รู้สาเหตุ


"นูเอริเอนู (ว่างเปล่ากลวงเกลี้ยง)"


ร่างของกราแฮมจางลงเรื่อยๆ แล้วอันตรธานไปโดยสมบูรณ์ในที่สุด พลังเวทยังเป็นศูนย์ดังเดิม เพ่งเนตรมารเท่าไรก็มองไม่เห็นพลัง ทว่าทันในนั้นข้ารีบกระโดดถอยออกมาไกล


"ฮึม"


นิ้วที่แทงท้องของมันอยู่สัมผัสอะไรไม่ได้แล้ว ข้าคงถอยช้าไปนิด จึงโดนถากไปหนึ่งมิลลิเมตร นิ้วที่รวมพลัง 'เบบุสโด" จิลาสโด' และ 'อาเวียซตั้น เจียร่า'


ถูกทำลายโดยที่ข้าไม่อาจขัดขึนขณะสู้กับอีเจส รากเหง้าของกราแฮมเคยหายไปแล้วครั้งหนึ่งและตอนที่ฟื้นคืนหลังจากนั้น กราแฮมก็ทำลายหอกมารโลหิตแดง


ได้อย่างง่ายดาย หากไม่เห็นเหตุการณ์นั้นมาก่อน แขนของข้าอาจหายไปทั้งท่อนเลยก็ได้ข้าพุ่งเนตรมารไปยังที่ที่มันอยู่เมื่อครู่ รากเหง้าอันตรธานกระทั่งร่างกายก็สิ้นสลาย ทว่ามันยังอยู่ตรงนั้นจริงๆ


"เรียกว่ามีความว่างเปล่าอยู่คงได้กระมัง"


ความว่างเปล่ามีตัวตนและเคลื่อนไหวอยู่ตรงนั้น พูดได้เช่นนั้นอย่างเดียว


"รู้ดีนี่"


เสียงของกราแฮมดังสะท้อนจากที่ใดสักแห่ง ข้ารู้สึกหูแว่วเหมือนไม่ได้ยินเสียงนั้นจากทิศทางใดเลย ขณะเดียวกันก็เหมือนได้ยินจากทุกหนแห่งในที่แห่งนี้


"ใช่แล้ว รากเหง้าของผมคือความว่างเปล่า เหมือนอย่างที่ รากเหง้าของเธอคือการเสื่อมสลาย ยิ่งเข้าใกล้การเสื่อมสลาย ก็จะยิ่งสำแดงพลังและกลับคืนสู่ความว่างเปล่าดังเดิม"


ข้าเริ่มมองเห็นตัว กราแฮม ที่ละน้อย มันกลับคืนสู่ความว่างเปล่าด้วย 'เอกิล โกรเน อังก็โดรอา' จึงได้พลังที่มีอยู่แต่เดิมกลับคืนมา จากนั้นเมื่อได้พลังแต่เดิมกลับคืนมา มันก็จะไม่ว่างเปล่า อีกต่อไปและกลับสู่สภาพเดียวกับเมื่อครู่ ไม่นานนักความว่างเปล่าของ นูเอริเอนู' ก็ลาจาก กราแฮมยืนอยู่ตรงนั้น


"แปลกดีนะที่ของที่ไม่มีกลับมีอยู่ แต่ไม่คิดเหรอว่าผมคล้ายเธอมาก"


มันถามด้วยถ้อยคำซึ่งมีแก่นสารเบาบาง ชนิดว่าแค่ผ่อนลมหายใจใส่ก็ปลิว


"คล้ายเธอที่เกิดมาพร้อมการเสื่อมสลาย"


"แล้วยังไง"


ข้าจ้องมันพลางตอกกลับอย่างสุขุม กราแฮมวาดวงเวทด้วยสองมือ


"ผมคิดว่าตัวเองอยู่นอกตรรกะของโลกนี้มาตลอด ถูกเผ่าเทพจ้องเล่นงานเหมือนเธอด้วย เทพวิกลจริตอากังซอนก็เป็นหนึ่งในนั้น"


แสงรวมตัวที่นิ้วของมัน มณีปฏิญาณแห่งการคัดสรรปรากฏให้เห็น


"กุอารา นาเต ฟอลเทออส"


วงเวททาบซ้อนกับมณีปฏิญาณแห่งการคัดสรร แสงดำขาวน่าเกรงขามและน่าขนลุกวาดตัวอักษร ก่อนจะปนเปกันมั่วชั่ว ผู้ปรากฏกายจากกึ่งกลางคือเด็กผู้ชายสวมชุดผ้าปะต่อ เขากำปากกาขนนกหนึ่งด้ามในมือ


"ตอนนี้เขาเป็นทาสรับใช้ของผม"


เทพวิกลจริต อากังซอร์ วาดวงเวทด้วยปากกา ร่างมีแสงห่อหุ้ม ชุดผ้าปะต่อ ฉีกขาด เทพเจ้าวิกลจริตกลายร่างเป็นตัวอักษรนับไม่ถ้วน อักขระเวทนั่นเอง พวกมันเรียงตัวกันเป็นแถวอย่างมีระเบียบ วาดวงเวท


ไปยังข้างซ้ายและขวาของกราแฮม ด้ามเคียวใหญ่แปลกประหลาดปรากฏตรงกึ่งกลาง


"เคียวเทพวิปลาส เบเฟนุ๊บส์ด๊อกม่า" มันจับด้ามเชื่อมเข้าด้วยกัน จากนั้นหมุนเคียวใหญ่ผ่าอากาศ


"เปลี่ยน อากังซอร์ เป็นอุปกรณ์เวทรึ"


"เรื่องนี้พวกเราก็มีจุดร่วมอีกเหมือนกัน เหมือนกับที่เธอเปลี่ยนเทพแห่งการทำลายล้างอาเบลนิวให้เป็นปราสาทจอมมารเดลโซเกดไม่ผิดเพี้ยน พวกเราทำเรื่องคล้ายกันโดยไม่ตั้งใจเลยนะเนี่ย"


ทว่าดูเหมือนระเบียบของอากังซอนจะหลงเหลืออยู่ ต่างจากข้าที่ชิงระเบียบแห่งการทำลายล้างมา


"เธอก็อยู่นอกตรรกะของโลกเหมือนกัน ขนาดที่ถูกเผ่าเทพเรียกว่าผู้ไร้คุณสมบัติ"


"แล้วเรื่องนั้นมันทำไม"


กราแฮมทำหน้าระริกระรื่น ราวกับค้นพบคู่สนทนาเป็นครั้งแรก


"เธอคิดว่าพวกเรามาจากที่ไหนล่ะ"


"ข้าไม่คิดถกปรัชญากับเจ้า"


ข้าเขม้นมองเคียวเทพวิปลาสด้วยเนตรมารที่ถูกย้อมเป็นสีม่วงหม่น


"เปล่า ไม่ใช่ปรัชญาหรอก เป็นเรื่องเกี่ยวกับโลก ระเบียบและเวทมนตร์ต่างหาก พวกเราอยู่นอกตรรกะของโลกนี้ มีแค่พวกเราเท่านั้นที่เป็นเช่นนั้น เพราะอะไรเราถึงหลุดออกจากระเบียบและกรอบของโลกนี้ได้ล่ะ"


มันใช้พลังของเซลิส วอลดีโกด จ้องข้ากลับด้วยดวงตาที่ถูกย้อมเป็นสีม่วงหม่น


"คิดยังไงมันก็แปลกไม่ใช่เหรอ"


กราแฮมตวัดเคียวเทพวิปลาสเบเฟนุกส์ดอกมาเป็นแสงปลาบเคียวซึ่งมีพลังของเทพวิกลจริตสถิตอยู่ตัดแขนของมันอย่างมั่วซั่วเลือดหยดไหลเป็นทาง


"อ้าว พลาดซะแล้ว"


"ความคิดเจ้าช่างไร้แก่นสาร"


ข้าถีบพื้นพุ่งเข้าประชิดอีกครั้ง มันใช้ใบเคียวรับนิ้วแห่ง 'เบบุสโด' ที่ข้ายื่นออกไป


"เธอว่างั้นเหรอ ถ้าให้ยกตัวอย่าง ไม่คิดเหรอว่าการที่พวกเราอยู่นอกตรรกะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าโลกนี้มีข้างนอกอยู่ ระเบียบ ที่เหนือกว่าเป็นกลไกของที่นั้น รากเหง้าของพวกเราแค่เผอิญไหลจากข้างนอกเข้ามาที่นี่ด้วยความผิดพลาดบางอย่าง"


แม้ข้าร่าย 'จิลาสโด' ห่อหุ้มมือขวาสีดำแล้วกระชากเคียวขึ้นโดยแรง เคียวเทพวิปลาสก็ไม่เขยื้อน


"เพราะงั้นจิตใจของผมเลยอาจต่างจากคนอื่นนิดหน่อยก็ได้โลกนี้อาจเป็นสวนจำลองจอมปลอมที่ใครบางคนสร้างขึ้น ผมเลยอาจแสวงหาความเกลียดชังกับความอัปลักษณ์" มันกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายอารมณ์

ไปเลยก็คงได้"


"ประมาณว่า ผมจะทำลายทุกสิ่งที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลอง"


"เลิกเพ้อเจ้อสักที"


ข้าเคลือบมืออีกชั้นด้วย 'อาเวียสตัน เจียรา' แล้วบดขยี้ เบเฟนุกส์ดอกมา


"จะสวนจำลองหรือโลกภายนอก ข้าไม่รู้หรอก แต่จะบอกเจ้า ให้ชัดๆแค่นี้ เหตุที่จิตใจของเจ้าฟอนเฟะไม่ได้เป็นเพราะสิ่งใดอื่นเพราะตัวเจ้ามันฟอนเฟะเองต่างหาก"


"อาจเป็นอย่างนั้นก็ได้ แต่ผมมั่นใจว่าเธอเองก็เหมือนกับผม"


เศษเสี้ยวเหลือคณานับของใบเคียวที่แตกกระจายสะท้อนแสงไฟเป็นประกายระยิบระยับล่องลอยในอากาศ ชั่วพริบตาที่พวกมันตกสู่พื้นทั่วทั้งร่างของข้าก็ถูกฟัน เลือดไหลกระฉูด


"นึกว่าถ้าทำลายใบเคียวแล้วจะไม่ถูกฟันเหรอ"


พอกราแฮมหมุนเคียวใหญ่ ใบเคียวก็ฟื้นคืนสู่สภาพเดิม


"ถ้าเรียงซ้อนความเกลียดชังกับความอัปลักษณ์ไว้ในจิตใจอันงดงามของเธอ พวกเราต้องเข้าใจกันได้แน่"


ใบเคียว เบเฟนุ๊บส์ด๊อกม่า พุ่งมาที่ด้านหลังคอข้า


"ไม่มีทาง"


"แน่ใจเหรอ"


มันวาดวงเวทตรงหน้า เคียวเทพวิปลาสตวัดบั่นคอข้าอย่างง่ายดาย


"นึกเหรอว่ากับแค่คอขาดแล้ว ยังไงก็ไม่ตาย"


มันคว้าศีรษะข้าที่ขาดกระเด็นแล้วยิ้ม ร่างของข้าสิ้นชีวาแล้วเพราะระเบียบของเคียวเทพวิปลาส ต่อให้คิดจะวาดวงเวทเวทมนตร์ก็ไม่ทำงาน


"คิดเหรอว่าเหลือแค่รากเหง้า เธอก็ยังใช้ 'อินการ์' ได้อยู่น่ะ อานอส วอดีโก้"


มันสบตากับข้าซึ่งเหลือเพียงศีรษะ


"เมื่ออยู่ต่อหน้า เคียวเทพวิปลาส สรรพสิ่งล้วนไร้ระเบียบกฎเกณฑ์ สิ่งที่ควรเกิดจะไม่เกิด และ สิ่งที่ไม่ควรเกิดกลับเกิดขึ้น"


กราแฮมเอ่ยเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา อย่างกับตอบข้าทั้งที่ไม่ได้ถาม


"ผมรู้อยู่แล้วนะว่า ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่สูญสิ้น ยิ่งเข้าใกล้ ารเสื่อมสลายเท่าไร รากเหง้าของเธอก็ยิ่งเปล่งประกาย และ มีชัยชนะเหนือการเสื่อมสลาย เหมือนอย่างที่ผมผ่านพ้นความว่างเปล่าและกลับสู่ความมีอยู่"


มันหมุนเคียวใหญ่ ก่อนจะปล่อยมือจากมัน


"ฉะนั้นผมจะไม่ดับชีพเธอหรอก"


เคียวเทพวิปลาส กลับสู่ร่างของเทพวิกลจริต

อากังซอร์ ผู้สวมชุดผ้าปะต่ออีกครั้ง


"ผมจะให้เธอเกิดใหม่ด้วย 'กิเจลิก้าร์' ผ่านครรภ์มารดาของอากังซอน เป็นทารกที่ถูกปั่นป่วนระเบียบไปเรื่อย ๆ และไม่ได้เกิด

ชั่วนิรันดร์"


มันวาดวงเวท กิเจลิก้าร์' ที่ศรษะของข้า วงเวทผุดขึ้นที่ท้องของอากังซอนซึ่งมีการฝังสูตรเวทมนตร์ไว้แล้ว กายของข้าแหลกสลายกลายเป็นอนุภาคแสงสีนิลลอยขึ้นฟ้า ศีรษะที่มันถืออยู่ก็เปลี่ยนเป็นอนุภาคสีดำเหมือนกัน


"เธอเฝ้าดูสิ่งที่ผมทำอยู่ใกล้ๆ ก็พอแล้ว มองดูโลกที่เธอรักถูกป้ายทับด้วยความเกลียดชังและความอัปลักษณ์ไงล่ะ"


มันเอ่ยด้วยสีหน้าเปี่ยมเมตตา


"ต่อให้ต้องใช้เวลาสักหมื่นหรือสองหมื่นปี ผมจะปรับความเข้าใจกับเธอให้ได้ อานอส"


แสงสีดำอันตรธานสิ้น เวทมนตร์ 'กิเจลิกา' สำแดงอิทธิฤทธิ์ตอนนั้นเอง--มีเงาพาดผ่านหน้ากราแฮม เงาใหญ่ขนาดปกคลุม ทุกสิ่งในที่แห่งนี้


มันแหงนมองเหนือศีรษะ มองเห็นท้องนภาของโลกใต้พิภพจากเพดานที่ช่องลมเปิดออกตอนเกิดการต่อสู้อัน ดุเดือดเลือดพล่าน ทว่ากลับมองไม่เห็นกลดสวรรค์ที่น่าจะอยู่บนนั้นปราสาทหลังมโหฬารขวางสายตาอยู่เหนือเอเบลาสต์อันเซตตา


"เดลโซเกด" ขณะเดียวกับที่มันพึมพำ สิ่งหนึ่งถูกยิงสู่เอเวลาสต์ อันเซตต้า ทะลุผ่านพื้นกับเพดานหลายต่อหลายชั้น ตกลงมายังห้องบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งอยู่ชั้นล่างสุด


"__อะ"


สิ่งที่เสียบร่างเทพวิกลจริตอากังซอร์ คือดาบยาวเปล่งประกาย ทุม ดาบลบล้างตรรกะ เวนุซโดโนอา นั่นเอง เงาของ เวนุซโดโนอา ที่สะท้อนบนพื้นเปลี่ยนจากรูปร่างของดาบเป็นร่างคน เงานั้นกลายเป็นรูปร่าง ลุกขึ้นมายืนถือ ดาบลบล้าง ตรรกะ


"นึกหรือว่าถ้าเจ้าทำให้ข้าเกิดใหม่ ข้าจะยอมกลับชาติมาเกิดแต่โดยดี"


เงาพลิกกลับด้าน ตัวข้าที่ไม่เปลี่ยนจากเดิมอยู่ตรงนั้น ดาบลบล้างตรรกะสลาย 'กิเจลิการ์' และขจัดความไร้ระเบียบของเคียว

เทพวิปลาส


"...อา..."


อากังซอร์ ครวญด้วยเสียงว่างเปล่าแล้วจ้องมาที่ข้า พริบตานั้นดาบลบล้างตรรกะเปล่งแสงวาบ ทำให้ร่างเทพของอีกฝ่าอันตรธาน


"เจ้าบอกว่าเราคล้ายกันสินะ กราแฮม บอกว่าข้าคล้ายกับเจ้า ดังนั้นจึงเข้าใจกันได้"


ข้าค่อย ๆ ลดระดับ เวนุซโดโนอา ที่ถือตั้งท่าอยู่ลงต่ำ มองกราแฮมอย่างดุดัน


"เธอน่าจะเริ่มคิดแบบนั้นขึ้นมาบ้างแล้วไม่ใช่เหรอ"


"โทษที แต่เจ้ากับข้ามีข้อแตกต่างอย่างชัดแจ้ง ผิดแผกจนไม่มีวันพูดได้ว่าคล้ายกัน"


"ความรักกับความอ่อนโยนเหรอ"


ข้าแค่นหัวเราะเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้น


"เจ้าทำลายข้าให้ดับสูญไม่ได้ หลักฐานชั้นดีคือเจ้าใช้ กิเจลิก้า กับข้า"


"อาจเป็นอย่างที่พูดก็ได้ แต่"


กราแฮมวาดวงเวทด้วยสองมือ ด้ามเคียวใหญ่โผลให้เห็นจาก ซ้ายขวา พอพวกมันเชื่อมต่อกันแล้วหมุน เทพวิกลจริต เคียวเทพวิปลาสเบเฟนุบส์ด๊อกม่าที่ถูกดาบลบล้างตรรกะทำลายไปแล้ว ก็ปรากฏให้เห็นอีกครั้ง


"เธอก็ทำลายผมให้ดับสูญไม่ได้เหมือนกัน"


มันค่อยๆ กล่าว


“เราคล้ายกันมาก”


“ผิดแล้ว”


ข้าย่ำเท้าหนึ่งก้าวเข้าหามันแล้วเอ่ย


“ข้าจะทำลายเจ้าให้สิ้นซาก”

เขาจะทำเช่นไรต่อไปกันนะ

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

↑ページトップへ