พิธีศพ ของ วอลดีโกด
บทที่12 ปลาย : บิดาแห่งจอมมาร
ความเงียบสงัดดั่งไว้อาลัยเข้าปกคลุมห้องบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์ ของเหลว จากบ่อโลหิตมาคว้าดีฮิดอาเทม กระเซ็นดังซ่าทำลายความเงียบ แขนข้างหนึ่งของกราแฮมโผล่พรวด
"ตะเกียกตะกายเอาป่านนี้ก็เปล่าประโยชน์"
กราแฮมถูกแทงรากเหง้าและจมสู่ พิธีศพบ่อโลหิตโดยย่อมหนีออกมาไม่ได้ ทว่าเขตแดนโลหิต สีบานโอบล้อมในเมื่อติดอยู่ในกับดักถึงขั้นนั้นวันนั้นนายเสียใจกับความผิดพลาดของตัวเองสินะ รีคุส ดังก้องจากกราแฮมผู้กำลังจะจมสู่ฟากฝั่งอันไกลโพ้น
ของมิติ
“นายละอายที่ตัวเองอ่อนหัดจนมองใจจริงของอาจารย์ไม่ออกความเสียใจทำให้นายฝ่าฝืนคำสั่งเสียของอาจารย์ที่ชี้หนทางให้ใช้ชีวิตในฐานะราชานรกอีเจส นายเปลี่ยนเป็นวิญญาณเหมือนเขาซะแล้ว”
มันจับด้ามหอก พยายามสุดกำลังไม่ให้จมลงไปทั้งตัว ทว่าจะจมมิดเมื่อใดก็ขึ้นกับเวลาแล้ว
"พล่ามเรื่องไร้สาระพอรึยัง"
“ไม่เข้าใจเหรอว่าทำไมเขาไม่สั่งให้นายเป็นวิญญาณ คนที่เข้าใจความรู้สึกของเขาในวินาที่สุดท้ายอย่างนายน่าจะมีคุณสมบัติ
นั้นแท้ๆ”
เสียงครวญครางดังสะท้อนไปรอบ ๆ ซ้อนกับถ้อยคำของกราแฮม เสียงของเวียแฟลร์นั่นเอง แสงรวมตัวกันที่วงเวทซึ่งวาดไว้ที่ท้องของนาง เสียงหัวใจเต้นในครรภ์ก้องดังตุ้บๆ พลังเวทมหาศาลทำท่าจะลืมตาตื่นภายในกายนาง
“...บอ...ดีโนส..”
เวียแฟลร์พึมพำคล้ายเพ้อ แตะนิ้วเรียวบนหน้าท้อง
“รอเดี๋ยวนะ ลูกของพวกเรา ใกล้คลอดแล้ว”
ราชานรกกล่าวโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
“ไม่รู้ว่าเจ้าตั้งใจจะให้กำเนิดปีศาจประเภทใด แต่เราไม่ปล่อยให้มีชีวิตนานขนาดนั้นหรอก”
“แน่ใจเหรอ ขึนรอจนกว่าผมจะสิ้นสลาย นายอาจหยุดยั้งไม่ให้เธอคลอดสิ่งนั้นไม่ทันก็ได้ อีกเดี๋ยวทารกจะมีร่างกายแล้ว ถ้าจะทำให้ตกเลือดก็ต้องตอนนี้แหละ”
"เรื่องเล็กน้อย รอให้เกิดมาก่อนแล้วค่อยฝังกลบก็ได้"เขาพูดมีเหตุผล ไม่รู้ว่าจะเกิดมาเป็นใคร ทว่ากับแค่ทารก แรกเกิด ขับกล่อมนิดหน่อยก็พอแล้วนายจะทำได้เหรอ"
ร่างกราแฮมจมลงบ่อโลหิตทีละน้อย มือของมันทำท่าจะผละจากหอก อีกด้านหนึ่งรากเหง้าที่พยายามเกิดมาในครรภ์ของเวียแฟลร์เริ่มแข็งแกร่งและแผ่พลังเวทรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราชานรก พุ่งนัยน์ตาข้างเดียวไปที่กราแฮม ไม่ตอบสนองต่อวาทศิลป์ที่ใช้สั่นคลอนจิตใจของมันไม่ว่ามันจะมาไม้ไหน เขาก็คงใช้หอกมารเล่มนั้นจัดการ มือของกราแฮมค่อย ๆ เลื่อนหลุดจากด้ามหอกอย่างไร้หนทาง ในไม่ช้า ก็ปล่อยมือโดยสมบูรณ์เหมือนถึงขีดจำกัดแล้วแขนของมันจมลงบ่อเลือด ดูเหมือนรากเหง้าหายไปแล้วจริงๆเสี้ยววินาทีนั้นอีเจสสร้างดีฮิดอาเทมอีกเล่มจากบ่อโลหิตจากนั้นแทงเข้าใส่เวียแฟลร์
"...อีก...อ๊ะ...!"
ปลายหอกมารโลหิตแดงข้ามมิติแทงทะลุท้องของเวียแฟลร์
"..อูย...พะ...พอ...พอที่เถอะ..เด็กคนนีน่ะ..!"
"หอกมารโลหิตแดง เคล็ดวิชาลับที่หนึ่ง หอกของ อีเจส ทะลวงเด็กในครรภ์ของนาง
"ทะลวงมิติ''
รากเหง้าที่กำลังจะเกิดมาถูกกลื่นเข้ารอยแยกของมิติและปลิวกระเด็นไปฟากฝั่งไกลโพ้น ม่านแสงที่ส่องลงมายังห้องบัลลังก์ศักติ์สิทธิ์อันตรธาน ที่นั่งที่จัดไว้กลายเป็นอนุภาคพลังเวทแล้ว
"ไม่เป็นปีศาจเช่นไร ก็ไม่มีทารกใดมีชีวิตนอกครรภ์มารดา"
"..มะ..ไม่นะ..."
เวียแฟลร์เบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง
"...ไม่เอานะ...ลูกของฉันกับบอลดีโนส..."
นางส่ายศีรษะไปมา แสดงอาการสับสนอย่างรุนแรง
"ม่ายยยยยยยยยฃยยยยยยย!"
มือของกราแฮมที่น่าจะจมลงไปแล้วคว้าขาอีเจสหมับพร้อมเสียงกรีดร้อง แววตาของราชานรกเคร่งเครียดขึ้น ทำไมรากเหง้า ที่น่าจะดับสูญไปแล้วยังโผล่มาอีก กราแฮมโผล่หน้าพรวดขึ้นจาก บ่อโลหิต ผุดยิ้มเป็นมิต
"นั่นไงล่ะ นายทอดทิ้งเธอไม่ลงจริง ๆ ด้วย"
อีเจสรู้สึกว่าเกิดความผิดปกติกับดีฮิดอาเทมจึงดึงมันขึ้นปลายหอกหายวับไปเกลี้ยงเกลา
"อื่ม..!"
ราชานรกแทงหอกมารโลหิตแดงอีกเล่มใส่อกกราแฮมอีกครั้งไม่ปล่อยให้คลานขึ้นมาได้ เขารวบรวมพลังเวท เค้นพลังจากกล้ามเนื้อทั่วกาย และดันอีกฝ่ายให้จมสู่สุดชอบมิติอีกหน โลหิต
สายฟ้าเอ่อล้นเปรียะๆ จากรากเหง้าของมัน อสุนีสีชาดแล่นมาตามหอกมารโลหิตแดงและแผดเผาร่างของอีเจส ถึงกระนั้นราชานรก ก็ไม่ปล่อยมือ ยังคงแทงหอกลงข้างล่างต่อไป
"อย่ามัวอาลัยทางโลก จมลงไปซะ"
"สายเกินไปแล้ว"
ไฟฟ้าสีม่วงผ่าดีฮิดอาเทมสะบั้น กราแฮมถือดาบหมื่นอัสนีเกาด์เกย์มอนในมือซ้าย
"...อุก..!"
กราแฮมแทงดาบหมื่นอัสนีใส่ขาของอีเจสโดยไม่รอช้า จากนั้นหลบหนีจากบ่อโลหิตพร้อมเลือดสาดกระเซ็น ดาบหมื่นอัสนีปล่อยแสงปลาบ ไฟฟ้าสีม่วงสร้างรอยแผลให้ 'ทวารเขตแดนโลหิต
สี่บานสายฟ้าแผ่ขยายในชั่วอึดใจเหมือนแผลลุกลามแล้วระเบิดตัว ทวาร ร่วงกราว บ่อโลหิตเหือดหาย
"นายควรดูให้รอบคอบกว่านี้นะ ว่าผมสูญสลายไปแน่หรือยัง"
กราแฮมกล่าว
"ถูกอย่างที่นายว่า การปล่อยให้สิ่งนั้นเกิดมาแล้วค่อยทำลายให้ย่อยยับเป็นตัวเลือกที่ถูกแล้ว แต่นายก็ทำไม่ได้ ทั้งที่เข้าใจอยู่แล้วแท้ๆ"
พอมันยกมือ ไม้กางเขนที่ตรึงเวียแฟลร์อยู่ก็ขยับแล้วหล่นลงมาจากชั้นลอย สิ่งนั้นปักฉึกลงมาบนพื้นระหว่างกราแฮมกับราชานรก มือเท้าของเวียแฟลร์หลุดจากลิ่มที่ตอกไว้ ร่างของนาง ที่กลายเป็นอิสระล้มลงมาข้างหน้า
"......ขอโทษ...บอดีโนส...ฉัน...."
นางหันมาด้วยสีหน้ารวดร้าว
"เรื่องพรรค์นั้นช่างมันเถอะ"
กราแฮมเอ่ย เวียแฟลร์ยิ้มโล่งอกเพราะมันเป็นไปตามบทที่เขียนไว้ ผมพาเธอมาเพื่อทำให้ เขาเผยช่องโหว่
"ขอบใจนะ"
"..ถ้าเป็นประโยชน์ให้บอดีโนสได้ก็ดีแล้ว.."
เวียแฟลร์ตั้งท่าจะลุกขึ้นยืน ทว่าไม่มีแรงจนต้องล้มลง อีกรอบ นางยันมือกับพื้นพยายามจะลุกขึ้น แต่ร่างกายไม่ขยับแม้ลองใช้เวทมนตร์ก็พบว่าใช้พลังเวทไม่ได้เลย
"...เป็นเพราะ...อะไร..."
"เจฟ นายน่าจะเข้าใจอยู่แล้วนี่นาว่าช่วยไปก็ไร้ความหมาย ร่างกายของเธอเป็นครรภ์มารดาสำหรับ ก็เจลิกา' มาตั้งหลายหนแล้วรากเหง้าได้รับความเสียหายเกินเยียวยา ขนาดที่อาจคลอดเด็กออกมาไม่ไหวด้วยซ้ำ ตอนนี้เมื่อสูญเสียทารก เธอก็มีชีวิตอยู่ไม่ได้อีกต่อไป"
กราแฮม ยิงคำพูดใส่ ราชานรก ไม่แยแสเวียแฟลร์แม้แต่น้อย
"เอ๊ะ..."
ราชานรกมองหน้ากราแฮมด้วยความงุนงง เขายังผุดสีหน้าเป็นมิตรเช่นเคย เวียแฟลร์พยุงตัวลุกขึ้นจนได้และวิ่งไปหากราแฮม
"หอกมารโลหิตแดง เคล็ดวิชาลับที่หนึ่ง "
อีเจสเสือกหอกออกไป
"ทะลวงมิติ"
เวียแฟลร์เกร็งตัวเตรียมรับหอกมารที่พุ่งเข้ามา ทว่าดาบ หมื่นอัสนีของกราแฮมปัดมันกระเด็นอย่างง่ายดาย
"ขะ...ขอบคุณ..."
"ไม่เป็นไร"
เลือดสด ๆ ไหลซึมออกมาจากร่างเวียแฟลร์ กราแฮมแทง ดาบหมื่นอัสนีใส่นาง ชั่ววินาทีนั้นนางเพียงแต่จับจ้องเขา ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
"..บอดีโนส...นี่คุณ..."
"เวียแฟลร์ เธอกำลังจะตาย อาจดับสูญไปเลยก็ได้ แต่ยังไงเราคงต้องลากันเท่านี้แหละ"
"...ไม่จริง..."
เวียแฟลร์มองเขาด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
"..ไม่จริงใช้ไหม...ก็บอลดีโนสไม่มีทางทำแบบนี้กับฉันอยู่แล้วนี่นา..."
"แน่อยู่แล้ว"
ทั้งที่ถูกดาบมนตราแทงอก นางก็ยังเผยใบหน้าสดใสโดยพลัน
"ถ้างั้น..."
"แต่ผมไม่ใช่บอดีโนสหรอกนะ"
ราชาผู้พิชิตงงงัน ท่าทางไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายพูดอะไร
"บอดีโนส..? พูดอะไรน่ะ..."
"บอดีโนส ราชาผู้พิชิตรุ่นแรก เป็นหนึ่งในตัวหมากของผมเขาหลอกง่ายพอๆกับเธอเลยละ ยอมฟังที่ผมบอกตั้งหลายอย่าง สุดท้ายผมก็ฆ่าเขาทิ้ง ผมหลอกเธอว่ากลับชาติมาเกิดใหม่เป็นผู้แทนแล้วสวมรอยเป็นเขา"
"...สวม...รอย...?"
"เพราะถ้าเธอเชื่อว่าผมคือ บอดีโนส มันจะสะดวกมากกว่าร่างของเธอเหมาะสำหรับ 'กิเจลิก้า' ที่สุดแล้ว"
เวียแฟลร์จับจ้องเขาตาโต
"เธอลุ่มหลงในความรักจนไม่ได้มองอีกฝ่ายให้ดี เธอพยายามมาตลอดเพื่อทำให้บอดีโนสที่เปลี่ยนไปกลับมาเป็นคนเดิม แต่เขาไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก คนละคนกันต่างหาก เธอไม่ตระหนักถึงเรื่องนั้นด้วยซ้ำ หากความรักในใจเป็นของจริงก็น่าจะรู้แล้วว่าผมไม่ใช่บอดีโนส"
"...เรื่องแบบนั้น...เล็กจ้อยนิดเดียว เวียแฟลร์"
"จะไปรู้ได้ยังไงสินะ ถ้าคิดแบบนั้น ความรักของเธอมันก็หลอกนางแล้วยังมีหน้ามาอวดดีอีก"
มิติ คงเพื่อช่วยชีวิตนาง อีเจสหันหอกมารไปทางกราแฮม เมื่อครู่ที่เขาปล่อย ทะลวง
"อย่ากล่าวหากันสิ ผมแค่อยากเห็นความรักที่แท้จริงเท่านั้นไม่เห็นเป็นไรเลย ในเมื่อผมเป็นตัวปลอม ก็ไม่มีอะไรให้เสียอยู่แล้ว"
"ไม่ใช่แบบนี้ส...ไม่ใช่ ๆ ๆ!"
เวียแฟลร์ร้องค้านสุดชีวิตแม้กระอักเลือด
"ผมพูดผิดตรงไหนเหรอ"
"..ฉัน...บอดีโนส...ฉันสัญญากับเขาว่า...ถ้ากลับชาติมาเกิดใหม่ ฉันจะ..."
"เธอผิดสัญญานั้นและหลงรักชายแปลกหน้า จนถึงเมื่อกี้ยังตั้งท้องลูกของผมอยู่เลยนะ"
"ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!"
นางรวบรวมพลังเวทเฮือกสุดท้ายไว้ที่มือขวา
"พาลใส่ผมแบบนี้ได้ไง ไม่ไหวเลย"
เขาดันดาบหมื่นอัสนีลึกเข้าไปในตัวเวียแฟลร์
"...อะ...!!"
พลังเวทไหลออกจากกายนาง
"..คืน...บอดีโนส...มานะ..."
เวียแฟลร์เค้นเสียงพูดขณะน้ำตาหลั่งริน กราแฮมดึงดาบ ออก หมุนตัวนางเปลี่ยนทิศ แล้วผลักไปหาอีเจส
"อยากจะคุยอะไรก็เอาเลย"
เวทมนตร์ 'เซกต์' กะพริบชั่วครู่พร้อมคำพูดของกราแฮม ราชานรกผู้ถือหอกตั้งท่าพร้อมสู้รีบโอบกอดร่างนางไว้
"นี่."
เวียแฟลร์ร้องถามทั้งน้ำตา
"..ไม่ใช่ความรักหรอกเหรอ...นี่ฉันไม่ได้รักบอดีโนส...?"
"ต่อให้ตั้งมั่นเช่นนั้น ทว่าคนเราก็พลาดกันได้ คนอย่างมันที่ไร้หัวจิตหัวใจแค่ไม่เข้าใจเท่านั้นเอง"
ราชานรกวาดวงเวทไว้ที่ร่างนาง เวทมนตร์ 'ซิลิก้า' นั่นเอง
"เราทำให้บอลดีโนสเกิดใหม่แล้วเช่นกัน เจ้าจงไปพบและถามเขาให้แน่ใจเถิด"
ร่างของเวียแฟลร์เปลี่ยนเป็นแสงแล้วค่อยๆ ลอยขึ้น ราชานรกมองตามด้วยแววตาอ่อนโยน ดาบไฟฟ้าสีม่วงฉวยจังหวะชั่ววินาทีแทงหัวใจเขา
....กะ."
"นายมีภาระผูกพัน เล่าความจริงให้เวียแฟลร์ฟังไม่ได้เพราะ ติด 'เซกต์' ที่แลกเปลี่ยนกับผม"
หลังจากแทงดาบหมื่นอัสนีใส่อีเจส กราแฮมกระซิบในระยะ ประชิด
"คงอดปรารถนาไม่ได้สินะว่า อย่างน้อยก็อยากทำให้นางไม่ต้องคลอดเด็กที่ตัวเองไม่ต้องการ ทั้งที่รู้ว่าสุดท้ายก็ช่วยใครไม่ได้เลย"
"...อะ......."
กราแฮมเอ่ยอย่างไร้กังวลขณะคว้านรากเหง้าของอีกฝ่าย
"นายเหมือนเขาจริงด้วย เป็นลูกศิษย์ที่รักของเซลิส วอลดีโกด ผู้ไม่อาจทำตัวเลือดเย็นได้ตลอดรอดฝั่ง เขาสั่งเสียไว้ว่าอย่าเลือกเส้นทางเดียวกับเขา แต่นายกลับปฏิบัติตามคำสั่งนั้นไม่ได้"
...กรา...แฮม...เจ้า.."
มือของอีเจสสัมผัสใบหน้ากราแฮม เมื่อตาบหมื่นอัสนีปล่อยไฟฟ้าสีม่วงใส่รากเหง้า ร่างของราชานรถก็กระตุก เรี่ยวแรงหดหายจากนิ้วมือ รอยเลือดของอีเจสเปือนเป็นทางบนหน้ากราแฮม
ไม่ได้"
"นายเป็นวิญญาณไม่เอาไหนที่มีชีวิตอยู่ในยุคแห่งสันติสุขพอมันออกแรงดันเกาด์เกย์มอนเข้าไปลึก อีเจสก็สูญสลายอนุภาคสีแดงดั้งโลหิตลอยคว้างในที่แห่งนั้น ไม่นานนักร่างเขาก็หายไป กราแฮมเบนสายตามาทางข้าด้วยใบหน้าไม่สะทกสะท้าน
"ไง ปล่อยให้รอซะนานเลยนะ"
ข้ามองตอบโดยไม่ปริปาก รอบบริเวณเงียบงันเหลือประมาณ
"อะไรกัน ไม่ได้รอนานขนาดนั้นหรอก"
ข้าก้าวเท้าข้ามเส้นสีแดงที่อีเจสลากไว้ไปยืนตรงหน้าอีกฝ่าย
"ขอถามเรื่องหนึ่งสิ ที่อยู่ในท้องของเวียแฟลร์คือเอลโรรารีเอโลโบ้ อากาคานามูรีเซเรียมโร่ งั้นรึ"
"จะบอกว่าใช่ก็ได้ บอกว่าไม่ใช่ก็ได้ ผมดัดแปลงเทพ จัดระเบียบด้วยเวท 'กิเจลิก้า' และเทพวิกลจริต อากังซอร์ แล้วเปลี่ยนเนื้อหาของระเบียบนั้นกับการพิพากษาคัดสรร พูดง่าย ๆ คืออยากทดสอบดูว่าจะสร้าง 'ประกายแสงสรรทานุภาพ เอ็กส์เอสขึ้นมาได้หรือเปล่าน่ะ"
"เจ้ามีเป้าหมายอะไร"
"อยากรู้อยากเห็นน่ะสิ น่าสนใจออกใช่ไหมว่ามีอะไรอยู่ในก้นบึ้งของโลกกันแน่"
"ไร้สาระ"
ข้าปฏิเสธสิ่งที่มันพูดแล้วหยุดเดิน
"เจ้าเหยียบย่ำความคิดคำนึงของผู้คนมากมายเพื่อเรื่องไร้ค่า"
"โอ๊ะ? หากยากนะเนี่ย เธอโกรธอยู่เหรอ ถ้าเป็นชั้นผมก็ดีใจ"
"โกรธ?"
เสียงหัวเราะดำมืดรึ้นจากส่วนลึกของจิตใจ อาจเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาที่ข้านึกขันถึงเพียงนี้
"หึๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ เจ้าเพ้อพกอะไร กราแฮม ข้าน่ะรึ จะโกรธ"
ข้าดีดนิ้ว ร่างของอีเจสปรากฏขึ้นตรงที่ที่ข้าอยู่จนถึงเมื่อครู่ ข้าใช้ 'อาโกรเนมต์ ฟื้นฟูรากเห้าที่สิ้นสลายแล้ว
"พ่อของข้า เซลิส วอลดีโกด ช่วงชิงความทรงจำของข้าไป"
ข้ากล่าวอย่างสุขุม
"จงละทิ้งความเกลียดชัง จงอย่าชิงชังเจ้า และมุ่งมั่นไปบนเส้นทางเพื่อสันติสุข นั่นคือปณิธานหนึ่งเดียวที่พ่อทิ้งไว้ให้ข้า"
ต้องปกป้องสิ่งนี้ให้ได้ อย่าหลงมัวเมากับการล้างแค้นเป็น อันขาด เพราะฉะนั้น
"ข้ารู้สึกขอบคุณนะ กราแฮม ที่เจ้าเป็นชายผู้ไม่มีวันดับสูญ ความยินดีเอ่อล้นจากก้นบิ้งของหัวใจจนข้าหยุดมันไม่ได้"
ข้ายื่นมือขวาไปข้างหน้าอย่างแช่มช้า หันหลังมือให้อีกฝ่าย แล้วอัดพลังเวทใส่เข้าไป ข้าหัวเราะขณะนึกถึงสันติภาพในใจข้ายังคงมีความคิดคำนึงดังเช่นยามปกติ ทว่าขณะเดียวกันก็มีบางสิ่งต่างออกไป มันสะท้อนออกมาทางใบหน้าของ ข้าตามอำเภอใจ
"เพื่อเป็นการขอบคุณ ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นเองว่า--"ตอนนี้ข้ากำลังยิ้มอยู่แน่หรือเปล่า




