เด็กคนนั้น
ย้อนกลับไปสู่ยุคเทพปกรณัมเมื่อสองพันปีก่อน ณ ดินแดนที่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์เลือนลางยิ่งกว่าความฝัน—โลกใต้พิภพ ประเทศกาเดซีโอร่า บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยไอเวทมนตร์ที่หนักอึ้งและหนาวเหน็บ
เจฟ หมายเลขหนึ่งแห่งกองอัศวินมายา ก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงไปยังแผ่นหลังของบุรุษผู้เป็นดั่งนายเหนือหัวและอาจารย์ของเขา เซลิส วอลดีโกด ยืนนิ่งจ้องมองความว่างเปล่าเบื้องหน้า
“ไอซิส”
เจฟเอ่ยเรียกนามที่เป็นดั่งยศถาบรรดาศักดิ์ของเหล่านายกองผู้นำทัพวิญญาณ
“ข้าขอแสดงความคิดเห็นหน่อยได้หรือไม่ขอรับ”
เซลิสไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง น้ำเสียงที่ตอบกลับเรียบเฉยทว่าแฝงด้วยความกดดัน
“ว่ามา”
“หมู่บ้านของตระกูลเซวรอนนั้นเป็นเขตแดนของ ราชาวิถีมาร โมบิรัสซ์ หากเรามุ่งหน้าไปที่นั่นโดยตรงตามเส้นทางปกติ ต้องผ่านเขตแดนพรางตาถึงสองสามแห่ง ทั้งยังต้องใช้พลังทะลวงปราการชั้นใน ข้าเกรงว่ามันจะล่าช้าเกินไปสำหรับการเคลื่อนพล”
“จะใช้เวลามากไปหน่อยก็ไม่เห็นเสียหายตรงไหน”
เซลิสตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“แต่ข้ามีแผนที่เร็วกว่านั้น”
เจฟ เว้นจังหวะพลางสูดหายใจลึก
“ข้าเห็นควรให้ ลูน่า วอลดีโกด ภรรยาของท่าน เดินทางไปขอพึ่งพิงที่หมู่บ้านตระกูลเซวรอนก่อน หากทางนั้นรู้ว่านางคือภรรยาของท่าน ราชาวิถีมารย่อมต้องเห็นแก่หน้าค่าตาและยอมเปิดทางให้เราผ่านเข้าไปได้โดยง่ายขอรับ”
พริบตานั้น บรรยากาศรอบตัวพลันบิดเบี้ยวด้วยจิตสังหารที่พุ่งสูงขึ้น
“พวกเราคือวิญญาณ... จิตวิญญาณที่ละทิ้งชื่อและตัวตนไปแล้ว จำเป็นต้องคิดใคร่ครวญเรื่องทางโลกพรรค์นั้นด้วยหรือ?”
“...ทว่า... บุตรของท่าน... กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่ช้าไม่ใช่หรือขอรับ!”
ฟึ่บ—!!
ดาบหมื่นอัสนี เกาด์เกย์ม่อน ถูกชักออกมาพาดที่ลำคอของเจฟในเสี้ยววินาที ประกายไฟฟ้าสีม่วงเต้นเร่าราวกระหายเลือด
“หุบปาก เจฟ... เจ้ารู้กฎเกณฑ์ของกองอัศวินมายาดีอยู่แล้ว”
เซลิสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง
“ยามที่พวกเราสวมผ้าคลุมผืนนี้ พวกเราคือวิญญาณ ปราศจากพันธนาการทั้งปวง เมื่อไร้นาม ย่อมไร้ครอบครัว หากเจ้าคิดจะละเมิดกฎเกณฑ์เพื่อยึดติดกับสายสัมพันธ์... เจ้าก็ต้องกลับคืนสู่ความว่างเปล่าเสียเดี๋ยวนี้”
“ถึงอย่างนั้นก็เถิดท่านอาจารย์!”
เจฟตะโกนลั่นโดยไม่สนคมดาบที่จ่อคอ
“หากเราไม่ปกป้องผู้ที่ควรปกป้องที่สุด แล้วเราจะมีพลังมหาศาลไปเพื่ออะไรกัน! ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง... พวกเราก็ไม่ต่างอะไรจากวิญญาณโดยแท้จริงนะ ขอรับ”
เปรี๊ยง—!!!!
“อะ...อ๊ากกกกกกกก!!!!”
สายฟ้าสีม่วงระเบิดออกจากใบดาบเข้าช็อตร่างของเจฟจนล้มลงไปชักดิ้นชักงอ เซลิสมองลงมาด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม
“ไอ้หนู อย่าให้ข้าได้ยินคำพูดเจื้อยแจ้วจากปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมของเจ้าอีกเป็นครั้งที่สอง”
ไฟฟ้าสีม่วงยังคงพวยพุ่งไม่หยุด เจฟสิ้นใจลงเป็นครั้งที่ห้าในรอบวัน และในทุกครั้ง เซลิสก็จะร่ายเวท
‘อินการ์ (ชุบชีวิต)’
ดึงวิญญาณเขากลับมาเข้าร่างซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อสั่งสอน
“ฝีมือของเจ้าพัฒนาขึ้นจนพอใช้การได้ แต่สมองกลับยังอ่อนวัยและงี่เง่าเหมือนเดิม”
เซลิสลดดาบลง
“ผู้ที่ยังกลายเป็นวิญญาณได้ไม่เต็มตัวเช่นเจ้า บางทีอาจไม่จำเป็นสำหรับข้าอีกต่อไป... จงสูญสลายไปเสียตั้งแต่บัดนี้เถอะ”
เจฟ ยันตัวขึ้นอย่างยากลำบาก เลือดสีเข้มไหลซึมจากมุมปาก เขาจ้องหน้าอาจารย์อย่างไม่ลดละ
“จะให้ข้าสูญสลายไปตอนนี้ก็ไม่เป็นไร... ทว่าท่านอาจารย์... ข้าขอพูดทิ้งท้ายเถิดว่า... ท่านน่ะ ผิดแล้ว!”
เซลิส หันหลังให้ จากนั้น
“ตามข้ามา”
“ไอซิส...เราจะไปถึงไหนกัน...”
จังหวะที่ เจฟ ถามนั่นเอง ก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“เสร็จข้าละ”
เสียงวัยเยาว์ ดังสะท้อนเด็ก 6 ขวบ พุ่งกระโจน ออกมาจากลาวา ของภูเขาไฟเมฆสายฟ้า
“นี่มัน”
เจฟ เบิกตาโพรงด้วยความตกใจ
เซลิส กล่าว
“ดูนี่ไว้ซะ เจฟ ถึงจะยังเป็นเด็กแต่เจ้าหนูนี่ ฉลาดกว่าที่เจ้าคิด”
เด็ก 6 ขวบ ร้องขึ้นมา
“ใครอยู่ตรงนั้น”
“อะไรกัน ขอรับ ไอซิส ทำไมเด็กคนนั้นถึงรู้ว่ามีคนอยู่ตรงนี้ ก็เราใช้ ‘ไลเนว(มายาลวง)’ ทับกันกับ ‘นาจีระ(ซ่อนเร้นมนตรา)’ แล้วมิใช่รึขอรับ”
“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าไอ้หนูนั่น มันฉลาดกว่าที่เจ้าคิด”
ทั้งคู่ ยกเลิก ไลเนว และ นาจีระ
เด็กคนนั้นกล่าว
“เอ่ยนามมา”
“ไม่มี ข้าเป็นแค่ วิญญาณระเหเร่ร่อน ไม่จำเป็นต้องมีนาม”
“มีธุระอะไรกับข้า”
“ไอ้หนู ข้าจะสั่งสอนวิชาให้เจ้า”
อาร์วอซ ในวัย 6 ขวบ ตอบทันควัน
“ไม่จำเป็น“
“จงทำตามที่ข้าบอกซะ”
“ขอปฏิเสธ”
“บอกให้ทำตามไงเล่า”
“ก็บอกว่า ขอปฏิเสธ ไงเล่า”
อาร์วอซ พุ่งมือซ้ายออกไป ทว่า ถูก ‘เบบุสโด(สังหารรากเหง้า)’ ของ เซลิส คว้ามือไว้ และจากนั้น เซลิส บีบคอ อาร์วอซ จนตัวลอย
“ไอ้หนู ไม่อยากรู้เรื่องพ่อแม่รึ”
เขาแสดงความสนใจเล็กน้อย
“เจ้ารู้งั้นหรือ”
“งั้นบอกข้ามาเดี๋ยวนี้ ถ้าเจ้าไม่อยากตาย”
“ไอ้หนู.....อย่าใช้คำพูดที่ดูหัวอ่อนขนาดนั้นออกมาเป็นครั้งที่ 2 ให้ข้าได้ยิน”
“แล้วเจ้าต้องการอะไร”
“จงปกครอง ครึ่งนึง ของ อาเซนซีออน แล้วเขาจะบอกเรื่องของแม่เจ้า”
“แล้วพ่อข้าล่ะ”
“ต้องปกครองอีกครึ่งนึง จนปกครองได้ทั้ง อาเซนซีออน แล้วเขาจะบอกเรื่องของพ่อเจ้าต่อ”
ณ ประเทศ กาเดซีโอร่า
“แค่นี้ก็คงจะรู้แล้วนะ ว่าเจ้าเด็กนั่นน่ะ แข็งแกร่งกว่าที่เจ้าคิด”




