↓ ↑ページトップへ
表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
3/4

[ สิ่งที่ไม่รู้จักลืมตาตื่น ]

 เวลา : 09:42 น..สายฝนที่โปรยปรายลงมาตั้งแต่ช่วงเช้ายังคงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆท้องฟ้าเหนือเมืองเซนต์อัลเดนถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาหม่น


 แสงอาทิตย์อันริบหรี่พยายามส่องผ่านม่านเมฆลงมายังพื้นถนนทว่ากลับไม่อาจทำให้บรรยากาศอันเย็นเยียบของเมืองแห่งนี้อบอุ่นขึ้นได้แม้แต่น้อย


 เสียงล้อรถม้าดังกระทบพื้นหินเป็นระยะ กลิ่นอายของดินเปียกฝนลอยปะปนอยู่ในอากาศ ผู้คนจำนวนมากเดินสวนกันไปมาบนทางเท้า บ้างรีบเร่งกลับไปยังสถานที่ทำงาน


 บ้างหยุดยืนอยู่หน้าร้านค้าเพื่อหลบฝนและบ้างก็เดินก้มหน้าก้มตาโดยไม่สนใจสิ่งใดรอบตัวท่ามกลางฝูงชนเหล่านั้นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินไปตามถนนพร้อมกับหญิงสาวในชุดคลุมสีน้ำตาลเข้ม


 ชายหนุ่มผู้นั้นมีชื่อว่าจินโมริหลังจากตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุภายในห้องใต้ดินของสำนักงานการค้าเมื่อครู่เขาก็ได้เบาะแสสำคัญบางอย่างเกี่ยวกับคดีผู้สูญหายทั้งหกราย


 โดยเฉพาะข้อความปริศนาที่ระบุเวลา 21:17 น. ซึ่งปรากฏอยู่บนกระดาษสองแผ่นที่พบในสถานที่แตกต่างกันอย่างไรก็ตามเบาะแสเหล่านั้นยังไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่


 สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างผู้สูญหาย และค้นหาว่าเหตุใดสพวกเขาจึงหายตัวไปโดยไม่มีร่องรอยเหลืออยู่เลย


 จินโมริสอดมือข้างหนึ่งเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุม พลางทอดสายตามองไปยังอาคารสองข้างทางอย่างครุ่นคิด


"คุณจินโมริคะ"


 เสียงของเอลีน่าดังขึ้นจากด้านข้าง


"ไงง"


"คุณกำลังคิดเรื่องคดีนั้นอยู่อีกแล้วใช่ไหมคะ?"


 จินโมริหันไปมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย


"ก็แน่นอนสิครับ ในเมื่อเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้สูญหายทั้งหกคนหายไปที่ไหน แล้วจะให้ผมคิดเรื่องอื่นได้อย่างไรล่ะครับ?"


"ฉันก็เข้าใจค่ะ แต่คุณดูจริงจังมากเกินไปแล้วนะคะ ตั้งแต่ออกจากสำนักงานการค้า คุณแทบจะไม่ได้พูดอะไรเลย"


"อย่างนั้นเหรอครับ?"


"ค่ะ"


 เอลีน่าพยักหน้า ก่อนจะเหลือบมองเขาด้วยความสงสัย


"หรือคุณกำลังคิดถึงสิ่งที่เห็นในห้องใต้ดินอยู่คะ?"


 ฝีเท้าของจินโมริชะงักไปเพียงเล็กน้อยเขาหันกลับมามองหญิงสาว


"คุณหมายถึงอะไรครับ?"


"ก็เมื่อครู่คุณหยุดยืนอยู่กลางห้องใต้ดินแล้วจ้องไปยังใต้โต๊ะทำงานอยู่ตั้งนานฉันเรียกคุณตั้งสองครั้งกว่าคุณจะตอบกลับมา"


"ฉันไม่รู้ว่าคุณเห็นอะไร แต่สีหน้าของคุณในตอนนั้นดูไม่เหมือนคนที่กำลังตรวจสอบหลักฐานตามปกติเลยค่ะ"


 เอลีน่าขมวดคิ้วเล็กน้อยจินโมริเงียบไปชั่วครู่

เขาไม่แน่ใจว่าควรเล่าเรื่องเงาประหลาดที่เห็นให้เธอฟังหรือไม่เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงภาพลวงตาจากแสงสลัวภายในห้องใต้ดิน


 ยิ่งไปกว่านั้นในโลกที่เต็มไปด้วยผู้มีพลังเหนือธรรมชาติการด่วนสรุปว่าเหตุการณ์ใดเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติอาจทำให้การสืบสวนผิดพลาดได้สุดท้ายเขาจึงเลือกตอบเพียงว่า


"ผมแค่รู้สึกว่าห้องใต้ดินแห่งนั้นมีบางอย่างผิดปกติครับ"


"ผิดปกติอย่างไรคะ?"


 ยังบอกไม่ได้ครับ ผมต้องกลับไปตรวจสอบอีกครั้งก่อน"


"คุณนี่นะ...ถ้ามีอะไรที่น่าสงสัยก็ควรบอกกันตรง ๆ สิคะ เรากำลังทำงานร่วมกันอยู่นะ"


 เอลีน่าถอนหายใจเบา ๆ


"ถ้าผมมีคำตอบที่แน่นอนแล้ว ผมจะบอกคุณเป็นคนแรกเลยครับ"


"ฉันจะถือว่าคุณรับปากแล้วนะคะ"


 จากนั้นจินโมริหันกลับไปมองถนนเบื้องหน้าเอลีน่าส่ายหน้าเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อทั้งสองเดินไปตามถนนสายหลักโดยมีจุดหมายต่อไปคือสำนักงานทะเบียนประชาชนประจำเขตที่เจ็ด


 พวกเขาต้องการตรวจสอบประวัติของผู้สูญหายทั้งหกรายอย่างละเอียดเพื่อค้นหาความเชื่อมโยงที่อาจถูกมองข้ามไปหากโชคดีพวกเขาอาจพบข้อมูลบางอย่างที่ช่วยเปิดเผยตัวตนของผู้ที่อยู่เบื้องหลังคดีนี้ได้


 ทว่าในขณะที่จินโมริกำลังครุ่นคิดถึงแนวทางการสืบสวนอยู่นั้นเอง—


"อ๊ะ! คุณผู้ชายทั้งสองท่านตรงนั้นน่ะครับ!"


 เสียงเรียกอันร่าเริงก็ดังขึ้นจากด้านหน้าจินโมริเงยหน้าขึ้นตามเสียงก่อนจะพบว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา


 ชายหนุ่มผู้นั้นมีรูปร่างค่อนข้างสูงสวมชุดสูทสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีตเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดอยู่ภายในเสื้อสูทขณะที่บริเวณลำคอมีหูกระต่ายสีแดงสดประดับอยู่


 แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดกลับไม่ใช่เสื้อผ้าของเขาหากเป็นใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางของตัวตลกสีขาวถูกทาลงบนใบหน้าจนทั่วริมฝีปากถูกแต่งให้มีสีแดงเข้ม


 และบริเวณดวงตาทั้งสองข้างมีเส้นสีดำวาดเป็นลวดลายโค้งแปลกประหลาดเมื่อรวมเข้ากับรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาก็ทำให้เขาดูราวกับตัวตลกที่หลุดออกมาจากโรงละครแห่งหนึ่ง


 ชายหนุ่มถือไม้เท้าสีดำเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง ปลายไม้เท้าประดับด้วยลูกกลมสีทองขนาดเล็ก ขณะที่กระเป๋าสีแดงใบจิ๋วห้อยอยู่บริเวณเอว


 แม้จะมีรูปลักษณ์แปลกประหลาดแต่ท่าทางของเขากลับดูเป็นมิตรอย่างยิ่งเขาเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าจินโมริ ก่อนจะโน้มศีรษะลงเล็กน้อยด้วยท่าทางสุภาพ


"อรุณสวัสดิ์ครับคุณผู้ชาย และคุณผู้หญิงที่งดงาม!"


 น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ราวกับกำลังต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่เพิ่งเดินทางมาถึงโรงละครของตนเอง


 เอลีน่ามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยส่วนจินโมริกลับไม่ได้แสดงท่าทีตกใจมากนักเขาเพียงพิจารณาอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเงียบๆ


 ชายหนุ่มตัวตลกยืดตัวขึ้นก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งแตะบริเวณหน้าอกของตนเอง


"ขออภัยที่ต้องรบกวนเวลาของพวกคุณนะครับ ผมทราบดีว่าการเดินทางท่ามกลางสายฝนเช่นนี้คงไม่ใช่เรื่องน่าสนุกนัก แต่กระนั้น ผมก็ยังมีเรื่องสำคัญที่อยากจะเชิญชวนให้พวกคุณทั้งสองท่านได้ลองพิจารณาดูสักหน่อย!"


 เขาพูดอย่างรวดเร็วแต่กลับออกเสียงได้ชัดเจนทุกคำจากนั้นชายหนุ่มก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา


 มันเป็นกระดาษสีครีมขนาดพอเหมาะขอบกระดาษถูกตัดแต่งเป็นลวดลายคล้ายคลื่นอย่างประณีตตรงกลางมีภาพวาดของตัวตลกสวมหมวกทรงสูงกำลังยืนยิ้มอยู่บนเวที


 รายล้อมด้วยลูกบอลสีสันสดใสและแสงไฟจากโคมระย้าด้านบนของกระดาษมีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนเอาไว้ว่า THE JOKER'S GRAND SHOW ส่วนด้านล่างมีข้อความเชิญชวนให้ผู้คนเข้าร่วมชมการแสดง


 พร้อมระบุสถานที่จัดงานและเวลาการแสดงเอาไว้ชายหนุ่มยื่นกระดาษแผ่นนั้นมาตรงหน้าจินโมริด้วยรอยยิ้ม


"มารับชมการแสดงของผมด้วยนะครับ คุณผู้ชาย!"


"การแสดงงั้นเหรอ?"


 จินโมริมองกระดาษที่ยื่นมาให้ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย


"ถูกต้องแล้วครับ! การแสดงอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้ผู้ชมทุกท่านต้องประทับใจไปตลอดชีวิต! ไม่ว่าจะเป็นมายากล การแสดงกลอันน่าตื่นตาตื่นใจ หรือการแสดงตลกที่ทำให้ทุกท่านหัวเราะจนลืมความทุกข์ไปชั่วขณะ ผมรับรองได้เลยครับว่าพวกคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน!”


 ชายหนุ่มตัวตลกตอบอย่างกระตือรือร้นเขายกมือขึ้นทำท่าประกอบคำพูดราวกับกำลังแสดงอยู่บนเวทีจริงๆ


"ในช่วงเวลาที่ผู้คนต่างเร่งรีบกับชีวิตประจำวัน ในช่วงเวลาที่ความกังวลและความเหน็ดเหนื่อยเข้าครอบงำจิตใจ การได้หยุดพักเพื่อรับชมการแสดงดี ๆ สักครั้ง ถือเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้ามเลยนะครับ!"


 จินโมริฟังคำพูดของอีกฝ่ายจนจบ ก่อนจะยื่นมือออกไปรับใบปลิวเอาไว้


"ถ้ามีเวลา แน่นอนว่าข้าจะไป"


 เขาตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆชายหนุ่มตัวตลกชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าจะกว้างขึ้นกว่าเดิม


"โอ้! เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ! ผมหวังว่าจะได้พบคุณผู้ชายที่นั่นนะครับ!"


 เขายกมือขึ้นแตะหมวกที่ไม่มีอยู่บนศีรษะด้วยท่าทางเคารพอย่างเกินจริงก่อนจะโน้มตัวลงเล็กน้อยจากนั้นชายหนุ่มก็เงยหน้าขึ้น


 ดวงตาซึ่งถูกล้อมกรอบด้วยเครื่องสำอางสีดำจับจ้องไปยังจินโมริอย่างสงบนิ่งรอยยิ้มของเขายังคงเหมือนเดิมแต่ในชั่วขณะหนึ่ง จินโมริกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป


 มันเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบายคล้ายกับว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังพิจารณาเขาอยู่ไม่ใช่ในฐานะผู้ชมการแสดงคนหนึ่งหากแต่เป็นบุคคลที่มีความสำคัญบางอย่างต่ออีกฝ่าย


 ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาก่อนที่ชายหนุ่มตัวตลกจะเอ่ยถ้อยคำออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


"สรรเสริญแด่องค์เทพี"


 คำพูดนั้นเบาเสียจนแทบกลืนหายไปกับเสียงฝนแต่จินโมริได้ยินมันอย่างชัดเจนรอยยิ้มของชายหนุ่มตัวตลกไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย


 ทว่าท่วงท่าของเขากลับดูสำรวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเขาโน้มตัวลงอีกครั้งราวกับกำลังแสดงความเคารพต่อสิ่งที่มีสถานะสูงส่งอย่างแท้จริงจินโมริก้มมองใบปลิวในมือของตนเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย


"องค์เทพีเหรอ? ขออภัยนะครับ ผมไม่ค่อยเข้าใจว่าคุณหมายถึงใคร"


 เขาถามออกไปด้วยความสงสัยชายหนุ่มตัวตลกหัวเราะเบาๆ


"ฮ่า ๆ ๆ! เป็นเพียงถ้อยคำแสดงความเคารพที่ผมคุ้นเคยเท่านั้นเองครับ คุณผู้ชาย อย่าได้ใส่ใจเลย!"


 เขายกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปาก ทำท่าราวกับกำลังเก็บความลับอันยิ่งใหญ่เอาไว้


"บางครั้ง โลกใบนี้ก็มีเรื่องราวมากมายที่เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจทั้งหมดตั้งแต่แรกเห็นหรอกนะครับ จริงไหม?"


 จินโมริจ้องมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง


"นั่นก็จริงครับ"


 เขาตอบสั้นๆก่อนจะเก็บใบปลิวลงในกระเป๋าเสื้อคลุม


"ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ ยังมีธุระที่ต้องจัดการอีกพอสมควร"


"เชิญเลยครับ! ขอให้การเดินทางของพวกคุณราบรื่น และขอให้วันนี้เป็นวันที่ยอดเยี่ยม!"


 ชายหนุ่มตัวตลกผายมือออกทั้งสองข้างอย่างสง่างาม


"แล้วพบกันใหม่ในโรงละครของผมนะครับ!"


 จินโมริพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินต่อไปพร้อมกับเอลีน่าเสียงฝีเท้าของทั้งสองค่อยๆห่างออกไปท่ามกลางเสียงฝนและความวุ่นวายของถนนสายหลัก


 ส่วนชายหนุ่มตัวตลกยังคงยืนอยู่ที่เดิมเขามองตามแผ่นหลังของจินโมริด้วยรอยยิ้มที่ไม่เคยจางหายไปจากใบหน้าเมื่อร่างของทั้งสองลับสายตาไปแล้ว เขาจึงค่อยๆลดมือลง


"หืม..."


 ชายหนุ่มส่งเสียงในลำคอ


"ช่างเป็นชายหนุ่มที่น่าสนใจจริงๆ"


 เขาหมุนไม้เท้าในมือเล่นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าสีเทา


"การแสดงครั้งนี้คงสนุกกว่าที่คิดเอาไว้เสียแล้วสิ ฮิฮิฮิ..."


 จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมาเบาๆเสียงหัวเราะนั้นฟังดูร่าเริง แต่กลับมีบางสิ่งแฝงอยู่ภายในจนยากจะบอกได้ว่าเป็นความยินดีหรือความคาดหวังต่อเหตุการณ์บางอย่าง


 เพียงไม่นาน ชายหนุ่มตัวตลกก็หมุนตัวกลับ เดินหายเข้าไปในฝูงชนที่กำลังสัญจรไปมาบนถนนไม่มีใครสนใจเขาเป็นพิเศษ


 ไม่มีใครสงสัยว่าเหตุใดชายหนุ่มผู้แต่งหน้าเป็นตัวตลกจึงเดินอยู่ท่ามกลางสายฝนด้วยรอยยิ้มเช่นนั้นและไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้ใบหน้าที่ดูร่าเริงของเขามีความลับบางอย่างซ่อนอยู่มากมายเพียงใด


 เวลา : 09:46 น.


"คุณจินโมริคะ"


 เอลีน่าเอ่ยขึ้นหลังจากเดินห่างจากชายหนุ่มตัวตลกมาได้ระยะหนึ่ง


"คุณไม่คิดว่าผู้ชายคนนั้นแปลกไปหน่อยเหรอคะ?"


 จินโมริหันมามองเธอ


"หมายถึงตัวตลกคนนั้นน่ะเหรอครับ?"


"ใช่ค่ะ"


 เอลีน่าขมวดคิ้วเล็กน้อย


"ฉันเข้าใจว่าการเดินแจกใบปลิวเชิญชวนให้คนไปชมการแสดงเป็นเรื่องปกติ แต่การแต่งหน้าเป็นตัวตลกเต็มรูปแบบแล้วเดินอยู่กลางสายฝนแบบนั้นมันไม่ค่อยเหมือนคนทั่วไปเท่าไรนัก"


"บางทีเขาอาจเป็นนักแสดงที่กำลังโฆษณาการแสดงของตัวเองก็ได้ครับ"


"คุณคิดอย่างนั้นจริง ๆ เหรอคะ?"


"แล้วคุณคิดว่าเขาเป็นอะไรล่ะครับ?"


"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่มีบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ"


 เอลีน่าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่าจินโมริหัวเราะเบาๆ


"คุณเป็นตำรวจนะครับ การรู้สึกไม่สบายใจเมื่อพบคนแปลกหน้าคงไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรหรอก"


"ฉันรู้ค่ะ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป"


 เธอหยุดเดินชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับไปมองถนนที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา


"ตอนที่เขาพูดว่า ‘สรรเสริญแด่องค์เทพี’ ฉันรู้สึกเหมือนเขาไม่ได้พูดเล่นเลยค่ะ"


 รอยยิ้มบนใบหน้าของจินโมริค่อย ๆ จางลงเล็กน้อยเขาเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันแม้ชายหนุ่มตัวตลกจะมีท่าทางร่าเริงและพูดจาเหมือนนักแสดงทั่วไป


 แต่ในช่วงเวลาที่อีกฝ่ายเอ่ยถ้อยคำดังกล่าว บรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าประหลาดมันเป็นความรู้สึกคล้ายกับการได้ยินคำสาบานอันศักดิ์สิทธิ์จากปากของผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง


 ไม่ใช่คำพูดที่กล่าวขึ้นเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ฟังและไม่ใช่ถ้อยคำที่ถูกพูดออกมาอย่างไร้ความหมาย


"คุณเคยได้ยินชื่อองค์เทพีมาก่อนหรือเปล่าครับ?"


 จินโมริถามขึ้นเอลีน่าส่ายหน้า


"ไม่เคยค่ะ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ชื่อที่ฉันคุ้นเคยในฐานะศาสนาหลักของเมืองนี้"


"ถ้าอย่างนั้น เราคงต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อน"


"คุณหมายความว่า..."


"ผมไม่ได้บอกว่าชายคนนั้นเกี่ยวข้องกับคดีผู้สูญหายครับ"


"แต่ในระหว่างการสืบสวน เราควรจดจำสิ่งที่ผิดปกติเอาไว้ก่อน แม้ว่ามันจะยังไม่มีความเชื่อมโยงกับคดีในตอนนี้ก็ตาม"


 จินโมริตอบอย่างใจเย็นเขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ


"เราอาจพบว่ามันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ หรือบางทีมันอาจกลายเป็นเบาะแสสำคัญในภายหลังก็ได้"


"ฉันเห็นด้วยค่ะ"


 เอลีน่าพยักหน้าอย่างเข้าใจจินโมริล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุม หยิบใบปลิวที่ได้รับเมื่อครู่ออกมาดูอีกครั้งกระดาษสีครีมยังคงแห้งสนิท แม้พวกเขาจะยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนมาโดยตลอดก็ตาม


 เขาพลิกดูด้านหน้าและด้านหลังอย่างละเอียด

 ชื่อการแสดงถูกพิมพ์ด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่จัดงานถูกเขียนเอาไว้บริเวณด้านล่าง


 สถานที่จัดการแสดงคือโรงละครแห่งหนึ่งทางตะวันตกของเมืองโรงละครโอเปร่า เวลาการแสดงรอบถัดไปคือ 21:17 น. จินโมรินิ่งไปทันที


 เขาจ้องมองตัวเลขดังกล่าวอยู่หลายวินาที ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนสายตาไปยังข้อความส่วนอื่นของใบปลิว เวลาเดียวกัน 21:17 น.


 ตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนกระดาษปริศนาซึ่งพบในห้องใต้ดินของสำนักงานการค้าและบัดนี้ตัวเลขชุดเดียวกันกลับปรากฏอยู่บนใบปลิวเชิญชมการแสดงของชายหนุ่มตัวตลกผู้กล่าวคำว่า


 ‘สรรเสริญแด่องค์เทพี’ ความบังเอิญเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้แต่เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า จินโมริกลับไม่คิดว่าตนเองควรมองข้ามมันไปง่าย ๆ


"คุณเอลีน่าครับคุณช่วยดูนี่หน่อยได้ไหมครับ?"


 เขายื่นใบปลิวให้เธอเอลีน่ารับไปก่อนจะก้มลงอ่านรายละเอียดที่พิมพ์อยู่บนกระดาษไม่ถึงสามวินาที สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป


"นี่มัน...เวลาเดียวกันกับที่เราเจอในห้องใต้ดิน!"


"ใช่ครับ"


"เป็นไปได้ยังไงกันคะ?"


"คุณคิดว่าตัวตลกคนนั้นเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือเปล่า?"


 เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตกใจจินโมริไม่ได้ตอบในทันทีเขากำลังพยายามแยกแยะความเป็นไปได้ต่างๆ ภายในหัว


 ข้อแรก ชายหนุ่มตัวตลกอาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเลยก็ได้ และเวลา 21:17 น. บนใบปลิวอาจเป็นเพียงเวลาการแสดงที่ถูกกำหนดเอาไว้ล่วงหน้า


 ข้อสองเขาอาจมีความเกี่ยวข้องกับผู้สูญหายรายใดรายหนึ่งโดยที่ยังไม่มีใครทราบหรือข้อสุดท้ายการแสดงที่กำลังจะจัดขึ้นอาจมีความเชื่อมโยงบางอย่างกับเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในเมืองแห่งนี้


 อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นข้อใดเขาก็ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปได้จินโมริจึงตอบอย่างระมัดระวัง


"ตอนนี้เรายังไม่มีหลักฐานที่จะยืนยันว่าชายคนนั้นเกี่ยวข้องกับคดีครับ แต่ผมคิดว่าเราควรตรวจสอบโรงละครมิดไนต์เอาไว้ด้วย"


"ฉันจะลองตรวจสอบประวัติของโรงละครแห่งนั้นค่ะ"


 เอลีน่าพยักหน้าอย่างเคร่งเครียด


"ดีครับ ส่วนผมจะเก็บใบปลิวนี้เอาไว้ก่อน"


 จินโมริพับกระดาษอย่างระมัดระวัง ก่อนจะใส่กลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุม


"และถ้าคืนนี้เรายังไม่พบเบาะแสเพิ่มเติมผมอาจต้องไปชมการแสดงนั้นด้วยตัวเอง"


"คุณพูดจริงเหรอคะ?"


 เอลีน่าหันขวับมามองเขาทันที


"ครับ"


"คุณไม่คิดว่ามันอันตรายหรือไงคะ? เราเพิ่งพบข้อความปริศนาที่ระบุเวลาเดียวกัน และตอนนี้คุณกำลังจะเดินเข้าไปในสถานที่ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับคดีด้วยตัวเองเนี่ยนะ?"


"ถ้ามันเป็นเพียงการแสดงธรรมดา ผมก็แค่เสียเวลาไปหนึ่งคืน แต่ถ้ามันเกี่ยวข้องกับคดีจริง อย่างน้อยเราก็อาจได้เบาะแสเพิ่มเติม"


 จินโมริยักไหล่เล็กน้อย


"แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณล่ะคะ?"


"ผมจะระมัดระวังครับ"


"คุณนี่เป็นคนที่ชวนให้คนอื่นปวดหัวจริง ๆ"


 เอลีน่าจ้องมองเขาอย่างไม่ค่อยพอใจนัก


"ผมถือว่าเป็นคำชมอีกครั้งนะครับ"


"ฉันไม่ได้ชมคุณสักหน่อย!"


 จินโมริหัวเราะเบาๆก่อนจะหันกลับไปเดินต่อแม้บทสนทนาจะดูเหมือนไม่มีอะไรสำคัญแต่ภายในใจของเขากลับเริ่มตระหนักถึงความเป็นไปได้บางอย่าง


 บางทีคดีผู้สูญหายอาจไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร้ความหมายและบางทีผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดอาจกำลังทิ้งเบาะแสเอาไว้ให้ใครบางคนค้นพบ


 หากเป็นเช่นนั้นจริง คำถามที่สำคัญที่สุดก็คือคนผู้นั้นต้องการให้ใครเป็นผู้ค้นพบความจริง?และเพราะเหตุใดจึงต้องเลือกเวลาสามทุ่มสิบเจ็ดนาที?


 จินโมริเหลือบมองนาฬิกาพกอีกครั้งเข็มนาฬิกายังคงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า 09:51 น. เวลายังเหลืออีกมากก่อนที่การแสดงจะเริ่มต้นขึ้น


 แต่สำหรับจินโมริแล้วเขากลับรู้สึกราวกับว่าการนับถอยหลังได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่ชายหนุ่มตัวตลกยื่นใบปลิวแผ่นนั้นมาให้เขาแล้ว


 เวลา : 10:03 น. หลังจากเดินต่อมาอีกระยะหนึ่งจินโมริและเอลีน่าก็มาถึงอาคารสำนักงานทะเบียนประชาชนประจำเขตที่เจ็ดอาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับลานกลางเมือง


 มีลักษณะเป็นอาคารหินสีเทาสามชั้น หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงจากภายนอกภายในมีเจ้าหน้าที่จำนวนมากกำลังจัดการเอกสารและให้บริการแก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการ


 เอลีน่าแสดงบัตรประจำตัวให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูก่อนจะพาจินโมริเข้าไปยังห้องทำงานของหัวหน้าฝ่ายทะเบียนหลังจากอธิบายวัตถุประสงค์ในการเข้าพบแล้วเจ้าหน้าที่หญิงวัยกลางคนก็พาพวกเขาไปยังห้องเก็บเอกสารด้านหลัง


"นี่คือประวัติของผู้สูญหายทั้งหกรายที่คุณต้องการค่ะฉันได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้วแต่ยังไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างพวกเขา"


 เธอวางแฟ้มเอกสารหลายเล่มลงบนโต๊ะ


"ขอบคุณมากครับ"


 จินโมริกล่าว ก่อนจะดึงเก้าอี้ออกมานั่งเอลีน่านั่งลงข้างๆแล้วเริ่มเปิดเอกสารทีละเล่มผู้สูญหายรายแรกเป็นพนักงานส่งสินค้ารายที่สองเป็นแม่บ้านวัยห้าสิบปี


 รายที่สามเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรายที่สี่เป็นเจ้าของร้านขายของเก่ารายที่ห้าเป็นคนงานก่อสร้างและรายที่หกคืออาร์เธอร์ เวลส์ เสมียนของสำนักงานการค้า


 อาชีพ อายุ และภูมิหลังของพวกเขาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจินโมริอ่านเอกสารอย่างละเอียด โดยให้ความสนใจกับกิจกรรมที่แต่ละคนทำก่อนหายตัวไปรวมถึงสถานที่ที่พวกเขาเคยเดินทางไปในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา


 เวลาผ่านไปประมาณยี่สิบนาทีเอกสารจำนวนมากถูกพลิกอ่านและจัดเรียงใหม่บนโต๊ะแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลใดที่สามารถเชื่อมโยงผู้สูญหายทั้งหมดเข้าด้วยกันได้


"ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันจริงๆนะคะ"


 เอลีน่าถอนหายใจจินโมริไม่ได้ตอบในทันทีเขายังคงจ้องมองเอกสารของผู้สูญหายรายที่สี่ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายของเก่าชื่อเอเดรียนโคล


 ในบรรดาผู้สูญหายทั้งหกคน เอเดรียนเป็นเพียงคนเดียวที่ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับการซื้อขายวัตถุโบราณโดยตรงจินโมริพลิกไปยังหน้าสุดท้ายของแฟ้ม


 ตรงนั้นมีบันทึกสั้นๆเกี่ยวกับการเดินทางของเอเดรียนในช่วงสัปดาห์ก่อนหายตัวไป


 สามวันก่อนหายตัว — เดินทางไปยังเขตการค้าเก่า


 สองวันก่อนหายตัว — ติดต่อสำนักงานการค้าเกี่ยวกับเอกสารนำเข้าวัตถุโบราณ


 หนึ่งวันก่อนหายตัว — ไม่มีข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม จินโมริขมวดคิ้ว


"คุณเอลีน่าครับคุณเห็นตรงนี้หรือเปล่าครับ?"

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。