表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
8/15

ใบหน้าของ จอมมารผู้เหี้ยมโหด

ตระกูล จอมมาร ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ กลับชาติมาเกิดใหม่แล้วไปเรียนในโรงเรียนลูกหลาน

~ เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องนอนของอานอส ใน หมู่บ้านมาร


แสงอรุณทอประกายอ่อนโยนลอดผ่านม่านสีเข้มเข้ามาภายในห้อง กลิ่นอายของหยาดน้ำค้างยามเช้าอบอวลอยู่ในชั้นบรรยากาศที่เงียบสงบ ทว่าความเงียบนั้นถูกทำลายลงด้วยน้ำเสียงใสที่แฝงไปด้วยความเข้มงวดอันเป็นเอกลักษณ์


“ตื่นได้แล้ว... ตื่นได้แล้ว อานอส!”


เสียงของ เอลวีน่า เนครอน ดังขึ้นข้างเตียง ข้าลืมตาขึ้นช้าๆ พบกับดวงตาสีฟ้าครามที่จ้องมองมาอย่างไม่ละสายตา ข้ายันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างใจเย็น


เส้นผมสีดำสลวยยุ่งเหยิงเล็กน้อย ข้าจ้องมองใบหน้าที่ดูจริงจังเกินเหตุของนางก่อนจะยกมือหนาขึ้นไปวางบนศีรษะของนาง แล้วลูบเส้นผมที่อ่อนนุ่มนั้นเบาๆ อย่างไม่รีบร้อน


“เด็กดีๆ... ถึงกับมาปลุกข้าถึงห้องนอนเลยหรือ เอลวีน่า”


ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเอ็นดู


“อ๊ะ—!?”


ร่างของเอลวีน่าชะงักงันไปชั่วขณะ สัมผัสจากฝ่ามือของข้าทำให้หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยพลันขึ้นสีแดงระระเรื่อลามไปจนถึงใบหู


เพียะ!


นางรีบใช้มือฟาดมือของข้าออกไปทันทีด้วยความขัดเขิน


“นี่นายคิดจะทำอะไรของนายกันน่ะ! ฉันก็แค่... ทำตามที่คุณพ่อกัสต้าและคุณแม่อิซาเบลล่าบอกมาเท่านั้นแหละ! ท่านบอกว่านายชอบนอนตื่นสายในวันหยุด!”



ข้าหัวเราะในลำคอเบาๆ


“อ้อ... อย่างนั้นหรอกหรือ”


ข้าเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย ใช้ข้อศอกยันฟูกหนาพลางมองนางด้วยสายตาเรียบเฉยทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจ


“แล้วมีธุระอะไรอีกล่ะ ถึงได้ทำหน้าตาจริงจังปานจะไปออกศึกแบบนั้น?”


เอลวีน่าหยุดนิ่งไปครู่ใหญ่ นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้น ก่อนจะเรียบเรียงคำพูดอย่างระมัดระวัง


“ข้ามีเรื่องอยากจะถามนาย... เพียงเรื่องเดียว”


“ว่ามาสิ”


“คนที่ชื่อว่า กราแฮม... มารไร้หัวคนนั้น สรุปแล้ว... มัน 'ดับสูญ' ไปจากโลกนี้แล้วจริงๆ ใช่ไหม?”


สิ้นประโยคของนาง ห้องทั้งห้องพลันตกอยู่ในความเงียบงันประหนึ่งกาลเวลาถูกหยุดนิ่ง ข้าไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที


แต่กลับหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้มโนสำนึกดำดิ่งลงไปสู่ส่วนลึกของรากเหง้าตนเอง สถานที่ที่ข้ากักขัง "ความว่างเปล่า" เอาไว้


“กราแฮม... ยังคง 'เสื่อมสลาย' อยู่ภายในตัวข้านี่แหละ”


ภายในห้วงคำนึงการเผชิญหน้าในรากเหง้าของข้า


ในความว่างเปล่าที่ไร้แสงสว่าง มีเพียงเสียงสะอื้นของมิติที่กำลังแตกสลาย ร่างของกราแฮมปรากฏขึ้นเบื้องหน้าข้า


ร่างกายของมันพยายามแตกตัวออกเป็นความว่างเปล่าและพยายามฟื้นคืนชีพกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งวัฏจักรที่ไม่มีวันจบสิ้น


“แล้วเธอจะทำผมให้ดับสูญได้อย่างไรกันเล่า... อานอส?”


กราแฮมในร่างแห่งความเป็นไปได้เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มวิปริต


“ความว่างเปล่าของผม... ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดจบ เธอไม่มีวันทำลายสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงได้หรอก”


ข้าก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังเวทที่ข้นคลักแผ่ออกมาจนพื้นมิติเบื้องล่างแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ข้าแสยะยิ้มอำมหิตพลางเอื้อมมือออกไปหาศัตรูผู้โอหัง


“...และนี่คือคำตอบ...”


“หืม... จะลองดูหน่อยก็ไม่เลว”


กราแฮม ยก เคียวเทพวิปลาส ขึ้นเหนือหัว คมเคียวสีดำทมิฬฟาดลงมาด้วยเจตจำนงที่หมายจะลบล้างทุกความเป็นไปได้เบื้องหน้าให้กลายเป็นศูนย์


ทว่าข้ากลับไม่ขยับหนีแม้แต่นิ้วเดียว ข้ายื่นมือเปล่าออกไปคว้าจับคมเคียวนั้นไว้ได้ด้วยมือเดียว


พลังทำลายล้างที่ควรจะลบข้าให้หายไปกลับทำได้เพียงแค่สร้างลมพัดเบาๆๆ ผ่านตัวข้าไปเท่านั้น


“เธอจะทำอะไรน่ะ อานอส ฮ่าๆ”


กราแฮมถามด้วยความฉงน แววตามันเริ่มสั่นไหวเมื่อเห็นว่าข้าไม่ได้เพียงแค่กันการโจมตี แต่กำลัง 'ยึดครอง' มัน ข้าไม่ได้ตอบ แต่กลับใช้อีกมือหนึ่งคว้าจับเข้าไปที่


รากเหง้าของมันโดยตรง แม้ความว่างเปล่าจะพยายามกัดกินมือของข้า แต่มันกลับพ่ายแพ้ต่อพลังแห่ง "การเสื่อมสลาย" ที่เข้มข้นกว่า


“เจ้าคิดว่าความว่างเปล่าของเจ้าอยู่เหนือทุกสิ่งงั้นรึ? งั้นก็ลองสัมผัสกฎเกณฑ์ของข้าดูเสีย!”

“อินการ์ (การเสื่อมสลาย)”


วงเวทสีดำสนิทนับร้อยวงปรากฏขึ้นรอบตัวข้า แรงกดดันมหาศาลทำให้กาลเวลาและมิติรอบข้างเริ่มสึกกร่อน กราแฮมเบิกตากว้างเมื่อพบว่าความว่างเปล่าของมันเริ่มถูก "กัดกิน"


โดยรากเหง้าของข้า ข้ากำวิญญาณของมันแน่นแล้วกระชากมันเข้ามาในร่างของข้าโดยตรง


“ว๊ากกกกกกกกกกก—!!!!!!!!”


เสียงร้องของกราแฮมบิดเบี้ยวจนไม่เป็นภาษามนุษย์ ความว่างเปล่าของมันถูกย่อยสลาย ถูกทำลาย และถูกกัดกร่อนลงไปเรื่อยๆ ทว่ามันกลับไม่ยอมดับสูญหายไปข้าเอ่ยด้วยเสียงเย็นชาข้างหูมัน


“ง่ายๆ... ความว่างเปล่าของเจ้า จะถูกการเสื่อมสลายของข้ากัดกร่อนไปชั่วนิรันดร์ มันจะถูกทำลายลงซ้ำๆ โดยที่ไม่มีวันหายไป ไม่มีวันหลุดพ้น และไม่มีวันได้ไปสู่ความว่างเปล่าที่เจ้าถวิลหา”


กราแฮมหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางความเจ็บปวดที่ก้าวข้ามขีดจำกัด


“ฮะ... ฮะฮะ... แบบนี้เองสินะ... ไม่ใช่การดับสูญ... แต่เป็นการทรมานตลอดกาล... นี่คือคุกที่เธอสร้างไว้ให้ผมสินะ อานอส!”


ร่างของมันแหลกสลายกลายเป็นเศษเสี้ยววิญญาณที่ไม่มีวันแตกดับ และถูกกลืนกินเข้าไปในส่วนลึกที่สุดของรากเหง้าข้า กลายเป็นส่วนหนึ่งของพลังที่ข้าควบคุมไว้โดยสมบูรณ์


~ ตัดกลับมาสู่ปัจจุบัน : ห้องนอน ~


ข้าลืมตาขึ้น พบว่าเอลวีน่ายังคงยืนนิ่งมองข้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและร่องรอยของความกังวล


“หมายความว่าไง... เสื่อมสลาย?”


“กราแฮมไม่ได้ถูกทำลายจนดับสูญไป... แต่มันยังคงถูกการเสื่อมสลายของข้ากัดกินไปเรื่อยๆ ภายในรากเหง้าของข้าเอง”


ข้าก้าวเท้าเข้าไปใกล้นางหนึ่งก้าว กลิ่นอายเวทมนตร์สีดำจางๆ แผ่ออกมาจากตัวข้าชั่วขณะจนอากาศในห้องดูหนักอึ้งขึ้นเอลวีน่ากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใบหน้าของนางซีดลงเล็กน้อย


“ยัง... ยังมีชีวิตอยู่ข้างในตัวนายเหรอ...?”


“ถูกต้อง”


ข้ายกมือขึ้นเล็กน้อย แสงเวทสีม่วงเข้มวาบผ่านดวงตา เสียงของข้าต่ำลงและเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็น


“แต่มันจะมีชีวิตอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า อานอส วอดีโก้ ผู้นี้เพียงคนเดียวเท่านั้น


มันจะไม่มีวันได้เห็นแสงเดือนแสงตะวัน หรือมีเจตจำนงเป็นของตนเองอีกต่อไป”


ข้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทางที่ดูผ่อนคลายแต่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามทำให้เอลวีน่าอุทานออกมาเบาๆ


“นะ... นี่นาย... ถึงขั้นกักขังความว่างเปล่าไว้ในตัวเองเชียวเหรอ... นายแบกรับสิ่งที่น่ากลัวแบบนั้นไว้ตลอดเวลาเลยรึไง”


ข้าหันหลังเดินไปที่หน้าต่าง มองดูทิวทัศน์ของเดลโซเกดที่กำลังถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศที่เปลี่ยนไป


ฟันเฟืองแห่งระเบียบของโลกที่กำลังหมุนวนไปสู่สงครามครั้งใหม่นั้น ข้าสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของมันจากฟากฟ้า


“ไม่ต้องกังวลไป เอลวีน่า ต่อให้มันจะดิ้นรนอีกกี่ร้อยกี่ล้านครั้ง ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม... ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะหลุดพ้นจากสายตาข้าไปได้”


ข้าหยุดเดินชั่วครู่ก่อนจะหันกลับมาสบตากับนาง เอ่ยทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดประดุจคำพิพากษาของพระเจ้า


“มันไม่มีวันหลุดพ้นจาก 'การเสื่อมสลาย' ของข้าได้... และหากใครหน้าไหนคิดจะมาช่วงชิงมันไป


หรือใช้มันเป็นเครื่องมือในนภาครามแห่งนี้ ข้าก็จะทำให้พวกมันได้รู้จักกับคำว่าเสื่อมสลายที่แท้จริงเช่นกัน”


สถานที่แห่งหนึ่งในนภาคราม — ดินแดนแห่งทวยเทพ

ฟันเฟืองทองคำขนาดยักษ์บนท้องฟ้าหมุนวนอย่างช้าๆ เสียงโลหะกระทบกันดังกึกก้องไปทั่ววิหารเมฆา


บุรุษผู้หนึ่งในชุดเกราะสีขาวบริสุทธิ์จ้องมองลงไปยังโลกเบื้องล่าง แววตาของเขาไร้ความรู้สึกประหนึ่งจักรกล


“...การเสื่อมสลายงั้นรึ... ช่างเป็นสิ่งแปลกปลอมที่น่ารำคาญใจเสียจริง...”


เขายกมือขึ้น แสงสว่างจืดจ้าเริ่มก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้ว


“ฟันเฟืองที่ผิดเพี้ยน... จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขให้กลับเข้าสู่ระเบียบที่ถูกต้อง”


สงครามที่แท้จริงกำลังจะเริ่มเคลื่อนไหว

กราแฮม ยังคง พินาศย่อยยับ

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

↑ページトップへ