เผ่ามารเมื่อสองพันปีก่อน
Jfjfjfisos
บทที่3 : ไร้คุณสมบัติ
ปัจจุบัน ทางกลับจากสถาบันเวทมนตร์ เอจีกาลุชซ์ แสงอัสดงสีส้มอมแดงดาบทับลงบนถนนหินที่ทอดยาวจากสถาบันเวทมนตร์ ข้า อานอส วอดีโก้ เดินทอดน่องอย่างสง่างามท่ามกลางกลุ่มพวกพ้องที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์
ข้างกายข้าคือพี่น้องเนครอน เอลวีน่า และ สเตลล่า ถัดไปคือ เรย์ กรั๊นซ์โดรี่ ผู้กล้าในคราบมาร และ โซเฟีย บุตรสาวของนักดาบคลั่ง ตามมาด้วยเหล่าสตรีแห่งมนตรา เอเลโอนอร์ และ เซเชีย
ทว่าผู้ที่เดินเยื้องไปทางด้านหลังข้าด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบราวกับเงา คือชายผู้ครองสมญานามนักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่ามาร—ไรฮาร์ด วาร์น แอสเทีย มือขวาผู้ซื่อสัตย์ของข้า
บรรยากาศรอบตัวพลันบิดเบี้ยวช้าๆ สเตลล่าหยุดกะทันหัน เธอหันมาสบตาข้าด้วยเนตรมารที่เริ่มทำงาน
"วันนี้เงียบผิดปกตินะ อานอส... เงียบจนน่าขนลุก"
"ข้าก็รู้สึกแบบนั้น ราวกับอากาศรอบตัวกำลังข้นคลักขึ้นเรื่อยๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลัง"
เอลวีน่าเสริม ทว่าเธอยังพูดไม่จบประโยค
"กำลังจ้องมองพวกเราอยู่"
เรย์พูดแทรกขึ้นมาทันควัน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากผ่อนคลายเป็นจริงจัง มือขวากระชับด้ามดาบศิลาศักดิ์สิทธิ์ไว้แน่น
ไรฮาร์ดขยับตัวมาบังด้านหน้าของโซเฟียและข้าอย่างรวดเร็ว มือของเขาปักหลักอยู่ที่ด้ามดาบข้างเอว
"ข้ารู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล มันไม่ใช่ระดับศัตรูธรรมดาที่หวังเพียงแค่ชื่อเสียง แต่มันคือจิตสังหารที่หมายหัวนายท่านโดยเฉพาะ"
ข้ากระตุกยิ้มที่มุมปาก แผ่เนตรมารออกไปสัมผัสห้วงมิติที่บิดเบี้ยว
"ออกมาได้แล้ว อย่าเสียเวลาเล่นซ่อนแอบกับข้าเลย"
"หึ..."
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังขึ้นจากความว่างเปล่าเงาสีดำสนิทรวมตัวกันช้าๆ ปรากฏเป็นชายในชุดคลุมโบราณที่แผ่กลิ่นอายของสงคราม
เมื่อสองพันปีก่อนออกมาเข้มข้น เขาเดินก้าวออกมาด้วยจังหวะที่มั่นคง แววตาที่จ้องมองมายังข้าเต็มไปด้วยความแค้นที่สั่งสมมานานแสนนาน
"ไม่คิดเลยว่า จะยังมีชีวิตอยู่ บรรพบุรุษ"
สเตลล่าหรี่ตาลง เนตรมารของเธอมองทะลุผ่านข่ายมนตรา
"อานอส ชายคนนี้คือใคร? พลังเวทของเขา มันโบราณและร้ายกาจมาก"
"หนึ่งในของเล่นที่ข้าเคยสร้างขึ้นเพื่อปกครองเผ่ามารในยามที่ข้าไม่อยู่ เจ็ดเฒ่าจักรพรรดิมาร"
ข้าเอ่ยเสียงเรียบ
"ดูเหมือนเจ้าจะจำหน้าที่ของตัวเองไม่ได้แล้วสินะ"
ชายผู้นั้นโน้มตัวลงเล็กน้อย ทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยการถากถาง
"กิลดาซิลวา วานโดส... รายงานตัว เพื่อปิดฉากตำนานที่จอมปลอมของเจ้า!"
ตู้มมมมมมมมม—!!!!
พริบตานั้น เพดานมหึมาของอาคารด้านบนพังทลายลงมาอย่างรุนแรง เศษหินขนาดหลายตันร่วงหล่นลงมาประหนึ่งห่าฝนหมายจะฝังพวกเราไว้ใต้ซากปรักหักพัง
"ระวัง!"
โซเฟียตะโกนก้อง เธอเตรียมพุ่งตัวออกไป ทว่าไรฮาร์ดเร็วกว่า
"เคล็ดวิชาลับที่ 271: ดาราตัดกัมปนาท!"
ไรฮาร์ดชักดาบออกเพียงครึ่งเซนติเมตร คลื่นดาบสีเงินพุ่งทะยานออกไปฟันเศษหินเหล่านั้นจนแตกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วอึดใจ เขาทำหน้าที่ปกป้องลูกสาวและข้าได้อย่างไร้ที่ติ ทว่านั่นเป็นเพียงแผนลวงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
เงาหนึ่งพุ่งลงมาด้วยความเร็วเหนือเสียง! มันคือเส้นตรงสีดำที่ตัดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว ข้าเหลือบตาไปมองช้าๆ ปลายดาบกระดูกที่วิจิตรและน่าขนลุกของกิลดาซิลวาอยู่ห่างจากใบหน้าข้าเพียงไม่กี่เซนติเมตร
"เร็วดีนี่..."
ข้าพึมพำ
ฉัวะ—!!!!!!!!
ดาบเวทมนตร์สีดำสนิทแทงทะลุผ่านหน้าอกซ้ายของข้า ตำแหน่งหัวใจอย่างแม่นยำ ปลายดาบทะลุออกไปด้านหลัง เลือดสีเข้มสาดกระเซ็นลงบนพื้นหินราวกับหยาดฝนแห่งความตาย
"อานอส—!!!!"
สเตลล่าแผดเสียงร้องด้วยความตกใจสุดขีด
เอลวีน่าถึงกับยกมือปิดปาก ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน
"ไม่จริง... นายท่านถูกแทง... ต่อหน้าต่อตาพวกเรา...!"
กิลดาซิลวาเลื่อนใบหน้ามาประชิดข้างหูข้า ลมหายใจที่เน่าเหม็นของมันสัมผัสผิวหนัง
"จอมมารผู้เหี้ยมโหด... ผู้โง่เขลา เจ้าแพ้ตั้งแต่วันที่เจ้าเลือกหนีสงครามเมื่อสองพันปีก่อนแล้ว พลังของเจ้ามันอ่อนแอลงเพราะสันติภาพที่ไร้ค่า!"
มันออกแรงบิดดาบในอกของข้าให้ลึกขึ้น หวังจะบดขยี้รากเหง้าให้เป็นจุล
"ไอ้บ้านี่... ปล่อยนายท่านเดี๋ยวนี้!"
เรย์กัดฟันกรอด เตรียมพุ่งเข้าใส่พร้อม ดาบเปลี่ยนแปลง โชคชะตา ดาบวิญญาณ เทวะมรรไตร เอวาร์น มานา
"อย่าเข้ามา! ปล่อยให้นายเหนือหัวเป็นหน้าที่ของข้า!"
ไรฮาร์ดคำรามพลางพุ่งตัวด้วยความเร็วสูงสุด
"ปล่อยนายท่าน!!!"
ฟึ่บ!
กิลดาซิลวาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนจะไปปรากฏตัวอีกด้านหนึ่งอย่างใจเย็น
"อย่าใจร้อนไป นักดาบผู้ซื่อสัตย์ ข้าจะส่งนายของเจ้าไปลงนรกก่อน แล้วพวกเจ้าค่อยตามไป"
มันชูดาบขึ้นอีกครั้ง แสงสีม่วงดำอาบย้อมใบดาบจนดูน่าสยดสยอง
"ลาก่อน... จอมมารผู้ดับสูญ"
ฉึก—!!
มันพุ่งเข้ามาแทงซ้ำที่หน้าอกของข้าอย่างรุนแรงจนร่างของข้าเซไปด้านหลังเล็กน้อย สเตลล่ายืนตัวสั่นเทา น้ำตาคลอเบ้า
"อานอส... ตอบอะไรหน่อยสิ... อย่าเงียบแบบนี้..."
ความเงียบเข้าปกคลุมสนามรบครู่หนึ่ง กิลดาซิลวายิ้มอย่างผู้ชนะ... ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน
"หืม?"
ข้าเปล่งเสียงออกมาเบาๆพริบตานั้น มือข้าคว้าจับใบดาบของกิลดาซิลวาไว้แน่นจนเลือดไหลซึมผ่านนิ้ว
ทว่าแรงบีบของข้ากลับทำให้ดาบเวทมนตร์ระดับสูงเริ่มมีรอยร้าว กิลดาซิลวาเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า
"อะไร! ทำไมเจ้ายังขยับได้ หัวใจเจ้าถูกบดขยี้ไปแล้ว!"
ข้าค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาเนตรมารสีม่วงทอประกายกร้าวจนอากาศรอบข้างหนักอึ้งขึ้นหลายเท่าตัว
"ใครอนุญาตให้เจ้าคิดไปเอง ว่าข้าตาย”
ฉึก—!
ข้ากระชากดาบออกจากอกตัวเองอย่างแรง เลือดพุ่งกระเซ็นท่วมร่าง ทว่าสิ่งที่น่าทึ่งคือบาดแผลฉกรรจ์เหล่านั้นกลับเริ่มสมานตัวและหายวับไปในชั่วพริบตาประหนึ่งไม่เคยเกิดขึ้น
"เป็นไปไม่ได้ ดาบนี่มีคำสาปห้ามฟื้นฟู! ทำไมเจ้าถึง"
"แค่ใช้ดาบแทงทะลุหัวใจ แล้วคิดว่า ข้าจะตายจริงๆเหรอ"
ข้าแสยะยิ้มอำมหิตก่อนจะเหวี่ยงดาบที่ชิงมาได้ใส่ร่างของมัน
ตูม—!!!!!!!!
กิลดาซิลวา ปลิวละลิ่วไปกระแทกกับกำแพงสถาบันจนถล่มลงมาทับร่าง
แรงสั่นสะเทือนทำให้พื้นดินแยกออกเป็นเสี่ยงๆ มันกระอักเลือดออกมาคำโต
"อั่ก...! เจ้า...!"
มันรีบร่ายเวทอย่างลนลาน
"อินการ์ (ชุบชีวิต)!"
แสงสว่างห่อหุ้มร่างเพื่อฟื้นฟู แต่มันมองข้าด้วยสีหน้าหวาดระแวงถึงขีดสุด
"พลังฟื้นฟูนั่นมันอะไรกัน... เจ้าไม่ใช่จอมมารที่ข้ารู้จัก!"
เงาสีดำจำนวนมหาศาลพุ่งพล่านขึ้นจากพื้นดิน รวมตัวกันเป็นดาบสีม่วงเข้มในมือของมัน
"งั้นข้าจะเอาจริงล่ะนะ บรรพบุรุษ! จงหายไปพร้อมกับความภาคภูมิใจที่พังทลายของเจ้าซะ!"
ข้ายกมือขึ้นเหนือศีรษะช้าๆ เงาสีดำที่เข้มข้นยิ่งกว่าของมันนับร้อยเท่าพุ่งมารวมกันที่ฝ่ามือข้า
กลายเป็นดาบยาวทรงประหลาดที่แผ่กลิ่นอายแห่งการลบล้างทุกสรรพสิ่ง
"ดาบ...?"
กิลดาซิลวาชะงักฝีเท้า
"ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า บรรพบุรุษ จะมีดาบมารน่ะ"
"เพราะคนที่เคยเห็น...ดาบเล่มนี้...ล้วนแล้วแต่ถูกทำลาสิ้น...ไม่เหลือแม้แต่รากเหง้า"
เรย์ที่ยืนดูอยู่พึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ
"นั่นมัน... ดาบลบล้างตรรกะ... เวนุซโดโนอา..."
"ข้าไม่เชื่อ! ระเบียบของโลกนี้จะฆ่าเจ้าเอง!"
กิลดาซิลวา กัดฟันพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม ฟันดาบสีม่วงลงมาหมายจะตัดร่างข้าเป็นสองซีก
ข้าสะบัดดาบเวนุซโดโนอาเพียงเบาๆ คลื่นพลังสีดำพุ่งออกไป กิลดาซิลวาเอี้ยวตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด
"ฮ่าๆ! ไร้ประโยชน์! เจ้าฟันไม่โดนข้า!"
ทว่า... ในวินาทีถัดมา
"อ๊ากกกกกกกกกกกก—!!!!!!!!"
เลือดพุ่งออกจากร่างกายของกิลดาซิลวาทุกรูขุมขนประหนึ่งถูกฟันด้วยดาบนับพันเล่มในคราวเดียว
ทั้งที่มันหลบการโจมตีได้แล้ว ร่างของมันทรุดลงแ
ทบเท้าข้า
"อะไรกัน... ข้าหลบได้แล้วนี่! ทำไมข้าถึงถูกฟัน...!"
ข้าเดินเข้าไปหามันช้าๆ ปลายดาบเวนุซโดโนอาลากไปกับพื้นจนเกิดประกายไฟสีดำ
"จงจำใส่หัวที่เน่าเฟะของเจ้าไว้..."
ข้าชี้ดาบไปที่หน้าผากของมัน
"เมื่ออยู่ต่อหน้า ดาบลบล้างตรรกะ...เหตุและผลที่เจ้าเชื่อถือไม่มีความหมาย สิ่งที่เจ้าหลบได้ ข้าก็ทำให้มันโดนได้ สิ่งที่เจ้าคิดว่าป้องกันได้ ข้าก็ทำให้มันพังทลายได้"
"ไม่... ไม่จริง...! ข้าคืออมตะ! อิน—"
มันพยายามร่ายเวทชุบชีวิตอีกครั้ง ทว่าเสียงของมันกลับหายไปในลำคอ
ฟึ่บ—!
ข้าหายไปปรากฏตัวตรงหน้ามันในระยะประชิด แววตาของข้าเย็นเยียบประดุจน้ำแข็ง
"ช้าเกินไป"
ฉึก—!!!!!!!!
ดาบ ลบล้าง ตรรกะ เวนุซโดโนอา แทงทะลุหน้าผากของกิลดาซิลวาอย่างแม่นยำ ทะลวงผ่านกะโหลกไปถึงรากเหง้าวิญญาณ แรงสั่นสะเทือนมหาศาล
กระจายออกจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว พื้นดินรัศมีร้อยเมตรแตกสลายกลายเป็นผุยผง
กิลดาซิลวาอ้าปากค้าง ดวงตาพร่ามัว
"บรรพ... บุรุษ..."
"นี่แหละ... ความต่างระหว่างเจ้า กับ ข้า"
ข้ากระซิบเบาๆ
ตู้ม—!!!!!!!!
ร่างของเจ็ดเฒ่าจักรพรรดิมารสลายกลายเป็นละอองสีดำ ไม่หลงเหลือแม้แต่รากเหง้าวิญญาณที่จะไปเกิดใหม่ได้อีก
ทุกอย่างถูกลบหายไปจากหน้ประวัติศาสตร์ในพริบตาความเงียบงันที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุม สเตลล่าทรุดเข่าลงกับพื้นหายใจหอบถี่
"เมื่อกี้... มันคือพลังอะไรกัน อานอส... นายดูเหมือนไม่ใช่คนเดิมที่ฉันรู้จักเลย"
เอลวีน่าเดินเข้ามามองหน้าอกของข้าที่บัดนี้ไร้บาดแผล มีเพียงรอยเลือดบนเสื้อที่ยืนยันว่าเกิดอะไรขึ้น
"นายถูกแทงทะลุหัวใจแท้ๆ... แต่กลับทำเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆ"
ข้าปัดเลือดที่ติดอยู่ที่ปลายนิ้วออกอย่างเฉยเมย
"เรื่องเล็กน้อย แค่หัวใจถูกทำลายไม่ได้หมายความว่าข้าจะตายเสียหน่อย"
เรย์ถอนหายใจยาวพลางเก็บดาบเข้าฝัก
"ฮ่าๆ สมกับเป็นนายนั่นแหละ อานอส... ทำเอาพวกเราใจหายหมด"
ไรฮาร์ดรีบโน้มตัวลงคุกเข่าต่อหน้าข้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"ขออภัยที่ข้าไร้ความสามารถจนช่วยเหลือนายท่านไม่ได้ ขอรับ ท่านอานอส"
"อย่าได้ใส่ใจไป ไรฮาร์ด เจ้าทำหน้าที่ปกป้องสิ่งที่ควรปกป้องได้ดีแล้ว"
ข้ามองไปยังความว่างเปล่าที่กิลดาซิลวาเคยยืนอยู่ สายตานิ่งสงบลง
"แต่ดูเหมือน... พวกที่อยู่เบื้องหลังเจ็ดเฒ่าจักรพรรดิมาร จะเริ่มเคลื่อนไหวกันจริงๆ แล้ว"
สเตลล่าขมวดคิ้ว
"พวกที่อยู่เบื้องหลัง? หมายความว่ากิลดาซิลวาไม่ใช่คนสุดท้ายงั้นเหรอ?"
ข้ายิ้มบางๆ ที่มุมปาก แววตาเริ่มฉาประกายแห่งความสนุกที่รอคอยมานาน
"หึ... ศึกที่แท้จริงน่ะ มันต่อจากนี้ต่างหาก เตรียมตัวให้พร้อมล่ะพวกเจ้า"
Ksivi




