表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
6/15

นอกเหนือจาก กฎระเบียบ

จอมมารผู้เหี้ยมโหด


ณ สถานศึกษาแห่งเทพเจ้า เอเบลาสต์ อันเซตตา


การเต้นของรากเหง้าที่ขัดแย้งกัน ข้าหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าชายผู้ถือหอกยมทูตสีแดงเข้ม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง


“เจ้ามาที่นี่... มีจุดประสงค์อะไรกันแน่?”


ชายผู้นั้นเอ่ยถามเสียงต่ำข้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาแล้วเหยียดยิ้ม


“ราชานรกอีเจส สินะ โอ้ ไม่สิ ข้าควรเรียกเจ้าว่า เจฟ หมายเลข 1 แห่งกองทัพอัศวินมายา ในสังกัด ของ ประเทศ กาเดซีโอร่า”


“...เจ้ารู้เรื่องนั้นได้เช่นไรกัน...”


“คัมภีร์แห่งการสลักรอย ยังไงล่ะ เจ้าก็คือลูกศิษย์คนโปรดของพ่อข้าสินะ ผู้ที่พยายามปกป้อง แม่ข้า จนถึงวินาทีสุดท้าย”


ข้าโน้มตัวลงเล็กน้อย ในครั้งแรกของชีวิตข้า


“ข้าขอ ขอบคุณ จากใจจริงเลย ที่เจ้า คิดจะช่วยแม่ข้า”


เปรี้ยง—!!!!!!!!


สายฟ้าสีม่วงฟาดลงกึ่งกลางห้องโถงจนเกิดรอยไหม้เกรียม ชายผู้หนึ่งเดินฝ่าม่านควันออกมาอย่างช้าๆ


เส้นผมสีม่วงปลิวไสว ดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่นั้นดูว่างเปล่าและเย็นชา ปลอกคอสีดำที่รัดอยู่กลางลำคอส่งประกายมนตราที่น่าสะอิดสะเอียน


“ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะ... ลูกชาย”


นั่นคือ เซลิส วอลดีโกด แห่งกองอัศวินมายา


“เลิกเสแสร้งด้วยใบหน้านั่นสักทีเถอะน่า”


“หึ... พูดแบบนี้ แสดงว่าไปเจอความจริงที่น่าเบื่อเข้าแล้วสินะ?”


“เจ้ามันก็แค่คนขี้ขลาดที่หลบซ่อนอยู่ภายใต้นามและศีรษะของพ่อข้า”


“การที่เจ้าช่วงชิงศีรษะของพ่อข้ามานั่นน่ะเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ กราแฮม”


“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ แต่ผมก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีนะ”


กราแฮมในร่างเซลิสยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน


“การได้เป็นพ่อของจอมมารผู้เหี้ยมโหด เช่นเธอนั้น...มันช่างรื่นเริงใจเหลือเกิน”


“ไร้สาระ”


“เจ้าเหยียบย่ำความคิดคำนึงของผู้คนมามากมายเพื่อเรื่องไร้ค่าของเจ้า?”


“โห... หายากนะเนี่ย อานอส เธอกำลังโกรธอยู่เหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้นผมก็ดีใจนะที่ทำให้จอมมาร ต้องหวั่นไหวได้”


“หึ... โกรธ ข้าเนี่ยนะ ที่จะโกรธเจ้า”


“หึ ๆ ๆ ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เจ้าเพ้อเจ้ออะไรอยู่ กราแฮม ข้าน่ะ แทบจะอดยาก ขอบคุณเจ้าจากส่วนลึกของจิตใจเลยด้วยซํ้า พ่อของข้า...ได้ทิ้งสิ่งสิ่งหนึ่งไว้ จงละทิ้งความเกลียดชัง จงอย่าชิงชังเจ้า และมุ่งมั่นไปบนเส้นทางแห่งสันติภาพ นั่นคือสิ่งเดียวที่พ่อทิ้งไว้ให้ข้าในส่วนลึกของรากเหง้า”


กราแฮม ทำท่าปรบมือเบาๆ


“พ่อเธอกับเธอนี่โรแมนติกดีนะ ผมปลื้มจนน้ำตาจะไหลเลยล่ะ”


“ข้ากลับรู้สึกขอบคุณเจ้านะ กราแฮม...”


ข้าแสยะยิ้มเหี้ยม เนตรมารสีม่วงทอแสงลึกล้ำจนบรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว


“ขอบคุณที่เจ้าเป็นชายผู้ที่ไม่มีวันดับสูญ ความยินดีของข้ามันเอ่อล้น จากก้นบึ้งของหัวใจของข้าแทบจะระเบิด ตอนนี้น่ะข้าแทบจะหยุดความขอบคุณเจ้าไม่ได้เลย...


ข้าก้าวไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว และ ยิ้มมุมปากเล็กน้อย


“เพื่อเป็นการขอบคุณ ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นเองว่า ตอนนี้ข้ากำลังยิ้มอยู่รึเปล่า”


ภายในโถงอันศักดิ์สิทธิ์ของ เอเวรัส อันเซตต้า บรรยากาศบีบคั้นจนถึงขีดสุด ราชานรก อีเจส หรืออดีตหมายเลข 1 เจฟ


ก้าวออกมาข้างหน้า หอกในมือกั่นสั่นระริกด้วยความแค้นที่สั่งสมมานานกว่าสองพันปี เขาชี้ปลายหอกไปยังชายที่สวมใบหน้าอาจารย์ของตน


อีเจส คำราม


“ข้าทำตามคำสั่งเจ้ามาตลอด... ยอมเป็นสุนัขรับใช้ในเงามืดก็เพื่อรอวันนี้ ทำตามสัญญาซะ กราแฮม! มาสู้กับข้าด้วยชีวิต และถ้าเจ้าแพ้... เจ้าต้องทิ้งนามของอาจารย์ข้า และคืนศีรษะนั่นมาเสีย!”


กราแฮมในคราบเซลิสเพียงแค่ยิ้มกว้างอย่างน่าสยดสยอง


“เข้ามาสิ... ถ้าคิดว่า อำนาจของ หมายเลขหนึ่ง แห่ง กองอัศวินมายา นั่นจะแทงทะลุความว่างเปล่าของผมได้”


อีเจสไม่รอช้า พลังเวทพุ่งสูงถึงขีดสุดจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว


‘เคล็ดวิชาลับที่หนึ่ง (ทะลวงมิติ)’


ร่างของ อีเจส หายไปในพริบตา พุ่งทะลุผ่านมิติเข้าหาจุดตายของศัตรู ทว่ากราแฮมกลับเยือกเย็นกว่าที่คิด เขาพึมพำเวทมืด


‘กาเลียน (สุสานอธนการ)’


ม่านหมอกทมิฬปกคลุมพื้นที่ทันที พร้อมกับที่เขาเอื้อมมือเข้าไปในวงเวทย์ทรงกลม ดึงวัตถุที่คุ้นตาออกมาดาบหมื่นอัสนี เกาด์เกย์ม่อน


เปรี้ยง—!!!!!!!!


ในเสี้ยววินาทีที่หอกของอีเจ๊สกำลังจะปะทะกับใบดาบ กราแฮมกลับปลดปล่อยมหาเวททำลายล้างที่รุนแรงที่สุด


‘ราเวีย กีก กาเวรีสด์ (อสุนีบาตพิฆาตรากเหง้า)’


กระแสไฟฟ้าอาถรรพ์แล่นเข้าสู่ร่างกายของราชานรกในพริบตา เสียงระเบิดของรากเหง้าดังสนั่นจนหูอื้ออึง


ร่างของ อีเจส ถูกเผาไหม้จากภายในจนแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านร่วงหล่นลงสู่พื้น


“ต้องขอโทษด้วยนะ... เผลอทำลายไปถึง ‘รากเหง้า’ จนไม่เหลือซากซะแล้ว อานอส”


ข้าเพียงแค่จ้องมองเถ้าถ่านเหล่านั้น


“เจ้าคิดจริงๆ หรือ... ว่าทำลายรากเหง้าแล้วข้าจะทำให้ข้าช่วยเขาไม่ได้น่ะ”


ข้าดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว วงเวทสีฟ้าเรืองรองพลันสว่างวาบครอบคลุมเถ้าถ่านของอีเจส


‘อาโกรเนม (ฟื้นฟูรากเหง้า)’


เถ้าถ่านม้วนตัวกลับมารวมกัน รากเหง้าที่ถูกทำลายจนสูญสิ้นถูกรังสรรค์ขึ้นใหม่ด้วยพลังที่เหนือกว่าเทพเจ้า ร่างของ อีเจส กลับคืนมาสมบูรณ์พร้อมในพริบตา!


“...ยอดเยี่ยม... เป็นพลังที่ผมชื่นชมจากใจ”


‘กาตอม (เคลื่อนย้ายในพริบตา)’


ข้าส่งร่างของ อีเจส ออกไปจากเขตแดนของเอเวรัส อันเซตต้าเพื่อความปลอดภัย


ก่อนจะหันมาประจันหน้ากับชายที่ใชนามของพ่อข้าข้ าก้าวเดินเข้าหาศัตรูอย่างช้าๆ


“เอาล่ะ... กราแฮม”


ภายใน สถานศึกษาแห่งเทพเจ้า เอเบลาสต์ อันเซตตา บรรยากาศบิดเบี้ยวจนถึงขีดสุด พลังแห่งการเสื่อมสลายสีม่วงเข้มของข้า


แผ่ซ่านออกมาปะทะกับความว่างเปล่าสีดำทมิฬที่พวยพุ่งจากร่างของกราแฮม พื้นที่ว่างระหว่างพวกเราแตกปริราวกระจกที่ถูกค้อนทุบ


กราแฮม เอ่ยพลางวาดวงเวทย์ทรงกลมด้วยไฟฟ้าสีม่วง กราแฮม พาดใบดาบหมื่นอัสนี เกาด์เกย์ม่อน ไว้บนไหล่ซ้ายด้วยท่าทางสนุกสนาน


“ผมรอเธอมาตลอดเลยนะ... อานอส”


ข้าจ้องลึกเข้าไปในความว่างเปล่านั้นแล้วตอบกลับด้วยเสียงเรียบต่ำ


“ขอโทษที่ให้รอ... ขอโทษจริงๆ กราแฮม ข้าขอโทษที่ให้เจ้ารอคอย ‘การดับสูญ’ ของเจ้านานเกินไป”


กราแฮม ไม่ได้สะทกสะท้าน มันห่อหุ้มนิ้วชี้ด้วยไอสังหารของ


‘เบบุสโด (สังหารรากเหง้า)’


ก่อนจะดีดนิ้วยิงกระสุนแห่งการทำลายล้างพุ่งตรงมาที่ข้าด้วยความเร็วเหนือแสง

ข้าเพียงแค่ตวัดมือเบาๆ ร่ายเวท


‘จีโน วัส (อัสนีบาตอันธนการ)’


สายฟ้าสีดำสนิทปะทุขึ้นจากความมืด มันโอบล้อมและกลืนกินเบบุสโดของกราแฮมจนสลายหายไปในพริบตา


ราวกับหยดน้ำที่ตกลงในมหาสมุทรแห่งความว่างเปล่า


“ถ้าอยากจะสนทนากับข้า... เจ้าควรจะกล้ามายืนเบื้องหน้าข้าด้วยตัวตนของเจ้าตั้งแต่แรก”


ข้าวาดวงเวทย์สีดำนับร้อยวงซ้อนทับกันตรงหน้า ตะวันสีดำทะมึนปรากฏออกมาจากวงเวทย์เหล่านั้นจนบดบังแสงสว่างในห้องบัลลังก์ไปจนสิ้น


“ไม่ใช่เอาแต่หลบซ่อนอยู่ภายใต้ศีรษะและนามของพ่อข้าอย่างขี้ขลาดแบบนี้”


กราแฮม หัวเราะเบาๆ ในลำคอ แววตา

ที่ขโมยมานั้นสั่นไหวด้วยความหฤหรรษ์


“หิ ๆ ๆ ๆ... ถ้าเธอเจอผมตั้งแต่แรกโดยที่ผมไม่ได้ใส่หน้ากากนี่... เธอจะสนใจผมมากขึ้นกว่านี้ไหมนะ?”


ข้าแสยะยิ้มเหี้ยม พลังเวทพุ่งสูงจนสถานศึกษาแห่งเทพเริ่มพังทลาย


“อีกเดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู้ด้วยตัวเองนั่นแหละ... ว่าความสนใจของจอมมารน่ะ มันเป็น ‘โลกที่น่ากลัว’ ขนาดไหน!”


ภายในห้องบัลลังก์อันศักดิ์สิทธิ์ของ เอเวรัส อันเซตต้า กราแฮมชู ดาบหมื่นอัสนี เกาด์เกย์ม่อน ขึ้นเหนือศีรษะ


ประกายแสงสีม่วงอาถรรพ์หมุนวนเป็นพายุหมุนก่อนที่มันจะคำรามเรียกมหาเวทออกมา


‘ราเวีย กีก กาเวริสด์ (อสุนีบาตพิฆาตรากเหง้า)’


กระแสสายฟ้าหมื่นสายระเบิดออกแผ่กระจายไปทั่วพื้นห้องบัลลังก์ประหนึ่งอสรพิษที่หิวโหย


ทว่าแรงกดดันมหาศาลนั้นกลับไม่อาจสั่นคลอนรากเหง้าของข้าได้แม้แต่น้อย ข้าพุ่งทะยานฝ่าพายุสายฟ้าเข้าหาศัตรู


มือทั้งสองข้างถูกห่อหุ้มด้วยไอเวทสีดำม่วงเข้มข้นของ


‘เบบุสโด (สังหารรากเหง้า)’


กราแฮมแสยะยิ้ม มันโยนดาบหมื่นอัสนีทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะห่อหุ้มหมัดของตนด้วย


‘เบบุสโด’ เช่นกัน!


ตึง—!!!!!!!!


หมัดต่อหมัดปะทะกันกึ่งกลางอากาศ แรงอัดเวทมนตร์มหาศาลทำให้พื้นที่รอบด้านเกิดรอยปริร้าวลึก


ข้าและมันยื้อยุดกันด้วยพละกำลังที่เหนือมนุษย์ กราแฮมจ้องประสานเนตรมารกับข้าพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงระรื่น


“ผมชอบความรักและความอ่อนโยนนะ... เพราะพวกมันเต็มไปด้วยความสิ้นหวังอันเป้าบางที่พังทลายได้ง่ายเหลือเกิน และสุดท้ายมันก็จะกลายเป็นความอัปลักษณ์และความชิงชังที่งดงามที่สุด”


“ถ้าเจ้าชอบมองสิ่งสวยงามเป็นเรื่องเน่าเฟะแบบนั้น... แปลว่าสมองของเจ้ามันกู่ไม่กลับแล้ว กราแฮม!”


ข้าคำรามพร้อมออกแรงกดมือของมันลงอย่างรุนแรงจนร่างของกราแฮมทรุดเข่าลงกับพื้นหินที่แตกกระจาย ทว่าแม้จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่มันกลับยังคงพล่ามต่อไปด้วยแววตาที่เป็นประกาย


“นั่นสินะ... แต่เธอไม่เคยคิดเลยเหรอว่าความรักและความเกลียดชังมันก็เหมือนกันน่ะ? มันขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ของ ‘โลก’ ที่เราอยู่เท่านั้นแหละที่บอกว่าความรักสวยงาม”


ข้าบิดนิ้วของมันด้วยพลัง ‘เบบุสโด’ จนเกิดเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ แต่มันกลับยิ้มกว้างกว่าเดิม


“เธอไม่เคยสงสัยบ้างเหรอว่าทำไมเราถึงถูกเรียกว่า ‘ผู้ไร้คุณสมบัติ ตามสมมติฐานของผมนะ การที่เธอมี รากเหง้าแห่งการเสื่อมสลาย เมื่อถูกผลักดันให้ถึงจุดสิ้นสุด พลังของเธอก็จะเอ่อล้นจนก้าวข้ามขีดจำกัดไปได้ ตัวผมก็เช่นกัน เมื่อผมถูกส่งกลับสู่ความว่างเปล่า รากเหง้าแห่งความว่างเปล่า ก็จะนำผมกลับมามีตัวตนอีกครั้ง สรุปคือพวกเราก้าวข้ามสิ่งนั้นแล้ว กฎเกณฑ์ของทุกความเป็นไปได้ไป”


“แล้วมันยังไง?”


“ผมคิดว่า... รากเหง้าของเราทั้งคู่ไม่ได้มาจากโลกของมิริเทียแห่งนี้ตั้งแต่แรกยังไงล่ะ!”


กราแฮม หัวเราะเบาๆ


“มันสมเหตุสมผลเลยใช่ไหมล่ะ? ถ้าเรามาจากโลกอื่น เราย่อมไม่ถูกผูกมัดด้วยกฎระเบียบของเทพเจ้าหรือระเบียบของโลกใบนี้ กฎเกณฑ์ที่สิ่งมีชีวิตอื่นต้องก้มหัวให้... กลับไม่มีผลกับเราเลยแม้แต่นิดเดียว!”


ข้าจ้องมองใบหน้าที่บ้าคลั่งของศัตรูด้วยความสมเพช


“ข้าไม่สนหรอกว่ารากเหง้าของข้าจะมาจากโลกไหน หรือกฎเกณฑ์ของเทพเจ้าใบไหนจะศักดิ์สิทธิ์เพียงใด... แต่ทว่าข้าน่ะแตกต่างจากเจ้าโดยสิ้นเชิง กราแฮม”


ข้าเร่งเร้าพลังสังหารรากเหง้าให้ถึงขีดสุดจนความมืดกลืนกินแขนของกราแฮมไปทั้งแถบ


“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นตัวอะไร หรือมาจากที่ไหน... ข้าจะทำลายเจ้าให้สิ้นซาก และลบตัวตนที่น่ารังเกียจของเจ้าออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์บัดนี้!


กลิ่นอายของการทำลายล้างอบอวลไปทั่ว เอเวราส อันเซตตา เมื่อข้าตัดสินใจยุติการต่อรองที่ไร้สาระนี้


ข้าเร่งเร้าพลังเวทมหาศาลจนบรรยากาศโดยรอบปริแตก วงเวทสีดำแดงนับพันซ้อนทับกันขยายใหญ่ขึ้นเหนือศีรษะ


“‘เอกิลโกรเน่ อังโดอาร์(เปลวเพลิงแห่งวันสิ้นโลก)’!”


เปลวเพลิงสีชาดที่เข้มข้นจนเกือบเป็นสีดำปะทุออกมาจากความว่างเปล่า มันคือมหาเวทระดับทำลายล้างโลกที่สามารถเผาผลาญอดีต ปัจจุบัน และอนาคต


ของโลกใบนี้ให้กลายเป็นเถ้าถ่านได้ในพริบตา ข้าอัดพลังงานทำลายล้างทั้งหมดลงไปในจุดเดียว—นั่นคือรากเหง้าแห่งความว่างเปล่า ของกราแฮม


บึ้มมมมมมมมม—!!!!


ทว่าท่ามกลางเปลวเพลิงที่ควรจะลบตัวตนของมันออกไปจากทุกห้วงเวลา กราแฮมกลับยืนนิ่ง


เปลวเพลิงทั้งหมดกลับถูกหยุดยั้งเอาไว้ในส่วนลึกของรากเหง้าของมัน


กราแฮมแสยะยิ้มกว้าง พร้อมควงเคียวเทพ จนเกิดลมพายุพัดถล่มทั่วห้อง


“เธอก็ทำลายให้ผมดับสูญไม่ได้เหมือนกัน เราคล้ายกันมาก”


มันชูมือซ้ายขึ้นเหนือศีรษะ แสงสะท้อนจากนิ้วนางข้างซ้ายวาวโรจน์ออกมา


‘กุอารา นาเต ฟอเทออส(อัญเชิญคัดสรรผ่านประตูสวรรค์)’


สิ้นเสียงร่าย วงเวทสีขาวหม่นขนาดมหึมาปรากฏขึ้นบนเพดานของวิหาร พร้อมกับการปรากฏตัวของตัวตนที่น่าขนลุก


ร่างกายของมันบิดเบี้ยวไปมาจนไม่อาจระบุรูปทรงที่แน่นอนได้ แผ่ซ่านพลังที่ทำให้เหตุและผลรอบด้านปั่นป่วนจนกฎระเบียบของโลกเริ่มพังทลาย


นั่นคือ เทพวิกลจริต อากังซอร์


ทว่า อากังซอร์ไม่ได้ปรากฏตัวมาเพื่อสู้ ร่างของเทพเจ้าผู้นั้นเริ่มบิดม้วนเข้าหากันประหนึ่งเศษเหล็กที่ถูกหลอมเหลว


มันหดตัวและยืดออกจนกลายเป็นด้ามกระบองยาวสีนิล และในวินาทีถัดมา คมเคียวขนาดมหึมาที่แผ่ไอแห่งความบ้าคลั่งก็ผุดออกมาจากส่วนปลาย


มันคือ เคียวเทพวิปลาส เวเฟนุบส์ดอกมา


กราแฮม กุมด้ามเคียวที่สร้างจากร่างกายของเทพเจ้าไว้แน่นพลางควงมันไปมาอย่างคล่องแคล่ว


“นี่คืออาวุธที่อยู่เหนือตรรกะทั้งมวล...”


กราแฮม สนธยายด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยความตื่นเต้น


“ระเบียยที่ทำให้ทุกสิ่งปั่นป่วน”


มันเล็งคมเคียวมาที่ข้า


“เอาล่ะ อานอส


เป็นอย่างไรบ้าง ฉันจะตั้งใจทำ ถ้าพวกคุณ โอนเงินมาให้ฉัน ไปซื้อ ยาบ้า มาเสพติดในห้องนอนของฉัน

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

↑ページトップへ