タイトル未定2026/03/26 13:52
บทที่ 13 โลกแห่งดาบศักดิ์สิทธิ์
~ อสูรระดับภัยพิบัติ
~
เสียงกระแทกดังสนั่นกัมปนาทราวกับชั้นบรรยากาศถูกฉีกกระชาก
“อั่ก—!!”
เรย์ กรันซ์โดรี่ เบิกตากว้าง เลือดอุ่น ๆ พุ่งกระฉูดออกมาจากปากและบาดแผล มือยักษ์ของไอแซ็คทะลวงผ่านเกราะและกล้ามเนื้อหน้าอกของเขาจนมิดข้อมือ
ร่างของเทพดาบผู้เก่งกาจถูกยกขึ้นเหนือพื้นอย่างไร้ทางสู้ ราวกับเป็นเพียงตุ๊กตาผ้าที่กำลังจะหลุดเป็นชิ้น ๆ
“เรย์!!”
ซาช่าแผดเสียงเรียกด้วยความตระหนก ดวงตาแห่งการทำลายล้างของเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ไม่นะ... พลังชีวิตของเขากำลัง...”
มีช่ากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือที่กุมกันไว้สั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่เห็นเพื่อนพ้องถูกย่ำยี
ไอแซ็คแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม นัยน์ตาฉายแววดูถูกเหยียดหยาม
“อ่อนแอ... อ่อนแอกว่าที่ข้าคาดไว้มาก นี่หรือคือสิ่งที่พวกเจ้าภาคภูมิใจนักหนา? ผู้กล้าในตำนานงั้นเรอะ? ในสายตาของข้า มันก็แค่เศษเนื้อที่ดิ้นรนก่อนตายเท่านั้นแหละ!”
“หุบปากเน่า ๆ ของแกไปซะ!!”
ซาช่าตะคอกกลับ พลังเวทสีม่วงดำระเบิดออกจากร่างเธอและมีช่าหันมาสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ไม่ต้องมีคำอธิบายใด ๆ
จิตวิญญาณของทั้งสองเชื่อมถึงกันด้วยสายสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามโชคชะตา ทั้งคู่ก้าวเข้าหากันและโอบกอดท่ามกลางพายุเวทมนตร์ที่คลั่งแค้น
“ไดโน จิ๊กเซส (หลอมรวม)”
แสงสีแดงเพลิงและสีน้ำเงินเยือกแข็งระเบิดออกเป็นเสาแสงพุ่งทะลุหมู่เมฆ พลังเวทหมุนวนเป็นพายุทอร์นาโดกดทับทุกสิ่งในรัศมีร้อยเมตรให้หมอบราบ ร่างของสองสาวหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้แสงเจิดจ้า
“พวกเราคือ... ไอช่า”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นไม่ใช่ทั้งซาช่าหรือมีช่า แต่เป็นเสียงที่ทุ้มกังวานและเปี่ยมด้วยอำนาจ ไอช่าสะบัดหน้ามองไปยังสนามรบ ไอเย็นและรังสีทำลายล้างแผ่ออกมาพร้อมกัน
“เฟลส!!”
เปรี้ยง!! แรงลมจากการออกตัวระเบิดพื้นดินจนเป็นหลุมลึก ร่างของเธอเลือนหายไปจากสายตาด้วยความเร็วเหนือเสียง และปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเลบาฮาร์ดในชั่วอึดใจ
“เดมโด อีฟ (ดาวนิล มังกร 5 แฉกทมิฬ)”
วงเวทย์สีดำทมิฬซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ ราวกับกลีบดอกไม้แห่งความตาย หนึ่ง... สิบ... ร้อย... และขยายตัวจนเต็มท้องฟ้า บดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด
เลบาฮาร์ดหรี่ตาลง สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่เปลี่ยนไป
“โอ้... พลังระดับนี้เชียวหรือ น่าสนใจขึ้นมานิดหน่อยแล้วสิ”
“จงแหลกสลายไปพร้อมกับความโอหังของเจ้าซะ! จีโอ เกรซ (ปืนใหญ่บรรลัยกัลป์)”
ลูกพลังเปลวเพลิงสีดำมหาศาลนับหมื่นพุ่งออกจากวงเวทย์พร้อมกันประดุจฝนดาวตกทมิฬ เลบาฮาร์ดยังคงรักษาความสุขุม เขาชูมือขึ้นเรียกอาวุธศักดิ์สิทธิ์
“อามุส เทโอไทอัส (ปืนใหญ่ลำแสงศักดิ์สิทธิ์)”
ลำแสงสีทองบริสุทธิ์พุ่งสวนกลับไป ปะทะกับมวลมหาเวทสีดำกลางอากาศ เสียงระเบิดดังกึกก้องจนแผ่นดินแยกเป็นเสี่ยง ๆ คลื่นกระแทกพัดพาสิ่งก่อสร้างรอบข้างพังทลาย ไอช่ากระตุกยิ้มที่มุมปาก
“พลาดจนได้สินะ... ที่คิดว่าเจ้าจะกันมันได้หมดน่ะ”
เธอกางมือออกกว้าง พลังเวทเปลี่ยนรูปทรงทันที
“เกียร์เกด (ดาบแห่งกระสุนมนตรา)”
ดาบมนตราสีทองสลักลวดลายโบราณนับล้านเล่มปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าล้อมรอบเลบาฮาร์ดไว้ทุกทิศทาง
“เอาไปกินซะ!!”
ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!
“อะ— อะไรกัน—!?” เลบาฮาร์ดพยายามกางข่ายมนตร์ป้องกัน แต่ดาบเหล่านั้นพุ่งเข้าใส่ด้วยวิถีที่ซับซ้อนและรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งรับได้หมด ดาบนับร้อยเล่มแทงทะลวงร่างของเขาจนพรุน
“อ๊ากกกกกกก!!”
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นก่อนที่ร่างของเขาจะแหลกสลายกลายเป็นธุลีในพริบตาแต่ทว่า— ตู้มมมมม!!!! แรงระเบิดมหาศาลดังขึ้นจากทิศที่ไอแซ็คยืนอยู่
“นางหนู!! ระวังข้างหลัง!!”
กุสตาปรากฏตัวขึ้นจากฝุ่นควัน แขนข้างหนึ่งอุ้มอีซาเบลล่าไว้อย่างทะนุถนอม ส่วนมืออีกข้างกำด้ามดาบแน่น พลังใจของเขาส่งผ่านไปยังศัสตราวุธในมือ ดาบหมื่นอัสนี เกาด์เกย์ม่อน
“ข้าจะเปิดทางให้เอง!”
กุสตาคำรามพร้อมฟาดดาบลงไปสุดแรงเกิด
เปรี้ยงงงงง!!!
สายฟ้าสีม่วงเข้มฉีกกระชากมวลอากาศเป็นเส้นตรงพุ่งเข้าใส่ไอแซ็ค กุสตากล่าวด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
“สองพันปีที่แล้ว ชั้นมันก็แค่คนไร้ค่าที่ไม่มีคุณสมบัติอะไรเลย... แต่ในวันนี้ ชั้นจะปกป้องพวกเธอให้ได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตที่เหลืออยู่นี่ก็ตาม!!!”
ไอแซ็คหัวเราะในลำคอ ยิ้มเหี้ยมจนฟันแหลมคมโผล่ออกมา
“ซึ้งใจดีนี่... แต่พลังกระจอก ๆ แบบนั้น จะใช้ได้อีกกี่ครั้งกันเชียว?”
ทันใดนั้นเอง— บรรยากาศรอบตัวของ อานอส วอลดีโกด ก็เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง
“หืม...?”
อานอสขมวดคิ้ว พลังงานสีดำหม่นหมองเริ่มรั่วไหลออกจากเงาของเขา
“นั่นมัน... อะไรน่ะ...?”
กุสตาชะงักไป เมื่อเห็นเงาสีดำรูปร่างมนุษย์พุ่งพรวดออกมาจากความว่างเปล่าเบื้องหลังอานอส
ฟ้าววว!!
เงาดำนั้นพุ่งเข้าหาไอแซ็คด้วยความเร็วที่เหนือกว่าประสาทสัมผัสจะรับรู้ได้
ฉั๊วะ!!!
เพียงการโจมตีเดียว หัวของไอแซ็คก็หลุดกระเด็นออกจากบ่า เลือดพุ่งกระฉูดเป็นน้ำพุ ศีรษะของอสูรกายกลิ้งไปตามพื้นดินที่แตกร้าวไกลหลายสิบเมตร ร่างไร้หัวของมันค่อย ๆ ทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมสนามรบทันที
เงามืดนั้นค่อย ๆ ก่อตัวชัดเจนขึ้น กลายเป็นชายที่สวมหัวของ เซลิส วอลดีโกด...
กราแฮม ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางผ่อนคลาย
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... โอ๊ะ... ไม่สิ... เธอเป็นลูกชายของผมนี่นา... อานอส”
บรรยากาศโดยรอบเย็นเยียบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง แรงกดดันมหาศาลมหาศาลที่แผ่ออกมาทำให้พื้นดินรอบตัวกราแฮมยุบตัวลงไป ไอช่าหรี่ตาลงพลางถอยหลังตั้งหลัก
“ตัวตนนี้... มันไม่ใช่สิ่งที่โลกนี้ควรจะมีอยู่อีกเป็นครั้งที่ 2 เลย...”
ในขณะที่สถานการณ์ตึงเครียด ไอช่ารีบพุ่งลงไปหาเรย์ที่นอนจมกองเลือด
“มีช่า!” เสียงของมีช่าดังก้องจากภายในร่างของไอช่า
“ฉันขอใช้อำนาจแห่งมิริเทีย... เพื่อรังสรรค์ปาฏิหาริย์”
วงเวทย์สีขาวบริสุทธิ์สว่างโรจน์ขึ้นใต้ร่างของเรย์
“จงรังสรรค์ อาโกรเนม(ฟื้นฟูรากเหง้า)’
ละอองแสงห่อหุ้มบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอก เนื้อเยื่อและเส้นเลือดที่ฉีกขาดเริ่มถักทอเข้าหากันใหม่ บาดแผลปิดสนิทลงอย่างสมบูรณ์ในชั่วพริบตา ซาช่าพึมพำเบา ๆด้วยความหวัง
“กลับมาให้ได้นะ... เจ้าคนบ้า...”
ในอีกด้านหนึ่ง—
อานอสจ้องมองกราแฮมด้วยสายตานิ่งสงบ ราวกับกำลังมองดูธุลีดิน
“เจ้ายังไม่สลายหายไปเป็นความว่างเปล่าที่แท้จริงอีกงั้นรึ...”
กราแฮมหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง
“สลายงั้นเหรอ? อานอสเอ๋ย... ผมน่ะคือความว่างเปล่าที่ไม่มีจุดสิ้นสุด จะให้หายไปน่ะมันไม่ใช่ง่าย ๆ หรอกนะ”
อานอสเริ่มก้าวไปข้างหน้า พลังแห่งการทำลายล้างที่ดวงตาเริ่มตื่นขึ้น
“งั้นคราวนี้... ข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าจบสิ้นลงอย่างแท้จริงเอง”
กราแฮมเอียงคอเล็กน้อย แววตาท้าทาย
“น่าสนใจ... งั้นก็ลองดูสิ อานอส ว่าความทำลายล้างของเธอ กับความว่างเปล่าของผม ใครมันจะเหนือกว่ากัน!”
แรงกดดันของทั้งสองปะทะกันจนเกิดเป็นโดมพลังงานที่ฉีกกระชากทุกสิ่ง อากาศเริ่มบิดเบี้ยวและพังทลาย
สงครามระหว่าง “ผู้ทำลายล้าง” และ “ความว่างเปล่า” กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง...




