表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
Mahøú Gakuin no Futekigousha   作者: Shū
ซีซั่นที่ 1 : บท บิดาแห่งจอมมาร
5/5

~ ผู้ไร้คุณสมบัติ ~

 แสงสีดำอันตรธานสิ้น เวทมนตร์ 'กิเจลิกา' สำแดงอิทธิฤทธิ์ตอนนั้นเอง--มีเงาพาดผ่านหน้ากราแฮม เงาใหญ่ขนาดปกคลุม ทุกสิ่งในที่แห่งนี้


  มันแหงนมองเหนือศีรษะ มองเห็นท้องนภาของโลกใต้พิภพจากเพดานที่ช่องลมเปิดออกตอนเกิดการต่อสู้อัน ดุเดือดเลือดพล่าน ทว่ากลับมองไม่เห็นกลดสวรรค์ที่น่าจะอยู่บนนั้นปราสาทหลังมโหฬารขวางสายตาอยู่เหนือเอเบลาสต์อันเซตตา




"เดลโซเกด"


ขณะเดียวกับที่มันพึมพำ สิ่งหนึ่งถูกยิงสู่เอเบลาสต์อันเซตตาทะลุผ่านพื้นกับเพดานหลายต่อหลายชั้น ตกลงมายังห้องบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งอยู่ชั้นล่างสุด


"__อะ"


 สิ่งที่เสียบร่างเทพวิกลจริตอากังซอนคือดาบยาวเปล่งประกาย ทุม ดาบลบล้างตรรกะ เวนุซโดโนอา นั่นเอง เงาของเวนุสโดโนอา ที่สะท้อนบนพื้นเปลี่ยนจากรูปร่างของดาบเป็นร่างคน เงานั้นกลายเป็นรูปร่าง ลุกขึ้นมายืนถือ ดาบลบล้าง ตรรกะ


"นึกหรือว่าถ้าเจ้าทำให้ข้าเกิดใหม่ ข้าจะยอมกลับชาติมาเกิดแต่โดยดี"


 เงาพลิกกลับด้าน ตัวข้าที่ไม่เปลี่ยนจากเดิมอยู่ตรงนั้น ดาบลบล้างตรรกะสลาย


'กิเจลิกา'


และขจัดความไร้ระเบียบของเคียวเทพวิปลาส


"...อา..."


 อากังซอนครวญด้วยเสียงว่างเปล่าแล้วจ้องมาที่ข้า พริบตานั้นดาบลบล้างตรรกะเปล่งแสงวาบ ทำให้ร่างเทพของอีกฝ่าอันตรธาน


"เจ้าบอกว่าเราคล้ายกันสินะ กราแฮม บอกว่าข้าคล้ายกับเจ้า ดังนั้นจึงเข้าใจกันได้"


 ข้าค่อย ๆ ลดระดับ เวนุสโดโนอา ที่ถือตั้งท่าอยู่ลงต่ำ มองกราแฮมอย่างดุดัน


"เธอน่าจะเริ่มคิดแบบนั้นขึ้นมาบ้างแล้วไม่ใช่เหรอ"


"โทษที แต่เจ้ากับข้ามีข้อแตกต่างอย่างชัดแจ้ง ผิดแผกจนไม่มีวันพูดได้ว่าคล้ายกัน"


"ความรักกับความอ่อนโยนเหรอ"


 ข้าแค่นหัวเราะเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้น


"เจ้าทำลายข้าให้ดับสูญไม่ได้ หลักฐานชั้นดีคือเจ้าใช้ กิเจลิก้า กับข้า"


"อาจเป็นอย่างที่พูดก็ได้ แต่"


 กราแฮมวาดวงเวทด้วยสองมือ ด้ามเคียวใหญ่โผลให้เห็นจาก ซ้ายขวา พอพวกมันเชื่อมต่อกันแล้วหมุน เทพวิกลจริต เคียวเทพวิปลาสเบเฟนุกส์ดอกมาที่ถูกดาบลบล้างตรรกะทำลายไปแล้ว ก็ปรากฏให้เห็นอีกครั้ง


"เธอก็ทำลายผมให้ดับสูญไม่ได้เหมือนกัน"


 มันค่อยๆ กล่าว


“เราคล้ายกันมาก”


“ผิดแล้ว”


 ข้าย่ำเท้าหนึ่งก้าวเข้าหามันแล้วเอ่ย


“ข้าจะทำลายเจ้าให้สิ้นซาก”


 ข้าย่างเท้าเข้าไปในระยะอาวุธของกราแฮมซึ่งๆหน้ามันพูดด้วยท่าที่ไม่แยแส


"น่าสนใจลองทำดูสิถ้าทำอย่างนั้นเธอจะเข้าใกล้ผมอีกก้าว อาจเข้าใจผมขึ้นมาก็ได้"


 ข้าลดดาบลงอย่างเฉื่อยชาส่วนกราแฮม


ยกเคียวเทพวิปลาส ขึ้นตั้งในแนวขวาง


"คำพูดของเจ้าช่างเข้าใจยากไปเสียหมด"


 เคียวเปล่งแสงวาบเป็นเส้นตรงแนวขวางอย่างเงียบงัน ดาบยาวสีนิลสกัดมันไว้ได้ ใบดาบกับใบเคียวปะทะกัน


 เคียวเทพวิปลาสแตกกระจาย พร้อมกันนั้นเลือดของจอมมารก็ทะลักล้นจากรากเหง้าของข้า พอข้ากัดกร่อนชิ้นส่วนของเคียวเทพเจ้าที่ปลิวกระเด็นไปรอบๆ


  ใบเคียวก็บาดรากเหง้าของข้าด้วยการจู่โจมส่งเดชและสร้างรอยแผลมากมายเหลือคณานับ


"นึกเหรอว่าดาบลบล้างตรรกะจะทำลายได้กระทั่งความไร้ระเบียบ"


 เมื่อมันหมุนเคียวใหญ่ ใบเคียวที่แตกก็ได้รับการซ่อมแซม ดังถูกปลอมแปลงชั่ววินาทีนั้นรากเหง้าของมันถูกฟันกระจุย อสุนีสีชาดกระจัดกระจายไปรอบด้าน


“นึกหรอว่าเคียวแห่งความไร้ระเบียบจะปลอมแปลงดาบลบล้างตรรกะได้ ”


 แม้ถูกเคียวเทพวิปลาสขุดคว้านรากเหง้า ข้าก็ยังก้าวออกไป อีกก้าว เวนุสโดโนอากับเบเฟนุกส์ดอกมาเปล่งแสงปลาบพร้อมกัน ข้าใช้แขนซ้ายรับด้ามเคียวใหญ่


 มันคว้าใบดาบยาวด้วยมือซ้ายต่างฝ่ายเขม้นมองกันด้วยดวงตาที่ถูกย้อมเป็นสีม่วงหม่นและปิดผนึกพลังของเทพเจ้า


"ไม่เรียก อาร์คาน่า มาเหรอ"


"ไม่แน่ว่านางจะมาได้เสมอไป"


‘กุอารา นาเต ฟอลเทออส’


ช่วยให้เคลื่อนย้ายจากโลกเบื้องบนมายังโลกใต้พิภพได้ คงข้ามเขตแดนที่ถูกกางไว้ได้ด้วย


  ทว่าเมื่อ มีคู่ต่อสู้เป็นความไร้ระเบียบของเคียวเทพวิปลาส ก็ไม่รู้อัญเชิญแล้วผลจะเป็นอย่างไร


"ดวงตาคู่นั้นจะหยุดยั้งเคียวเทพวิปลาสไปได้สักกี่น้ำ"


“นั้นมัน”


 พื้นใกล้เท้าข้าแบ่งครึ่งเป็นสองส่วนราวกับผ่าด้วยของมีคม


"คำพูดของข้าต่างหาก"


 ดาบลบล้างตรรกะ ฟันนิ้วกราแฮมขาดกระจุย


"ยืมดวงตาของคนอื่นเขามาแท้ๆ อย่าอวดเบ่งนัก"


 ใบดาบเวนุสโดโนอาจมเข้าข้อต่อของแขนขวาที่ถือเคียวเทพ วิปลาส สีหน้าของกราแฮมผู้รักษาความเยือกเย็นเป็นนิจบิดเบี้ยว ด้วยความเจ็บปวดเล็กน้อย


"ถึงเป็นของที่ขอยืมมา มันก็ขึ้นกับวิธีใช้”


 กราแฮมกระแทกมือซ้ายที่ไร้นิ้วมือใส่ท้องข้า


‘กาเวดูล(ขวานเหล็กอสุนีบาต)’


 ไฟฟ้าสีม่วงทะลักทลายจากวงเวท แล่นไปตามแขนซ้ายของกราแฮม


  แล้วกลายเป็นขวานยักษ์ซึ่งใช้ได้ทั้งโจมตีและป้องกันขวานนั้นแทงทะลุท้องข้า เผาไหม้ทั่วร่างด้วยไฟฟ้าสีม่วงและคมขวาน


‘เวเนเชียรา(ความเป็นไปได้ปรากฎ)’


"อ่อนหัด"


 ถึงถูกแทงทะลุท้อง ข้าก็ยังตวัดเวนุสโดโนอาฟันไหล่ขวาขาด จากลำตัวของมันแขนขวาของมันที่ถือเคียวเทพวิปลาสลอยไปในอากาศกราแฮมถอยหลัง ข้าถีบพื้นยื่นมือซ้ายไปคว้าเสื้อมัน


"ไม่ปล่อยให้หนีหรอก"


"กาเวสท์"


 ไฟฟ้าสีม่วงท่วมท้นเบื้องหน้าข้า ข้าใช้เวนุสโดโนอาฝ่าออกไป ปักหัวใจและแทงทำลายรากเหง้าของมัน ผ่ากระทั่งอสุนีสีชาดไปด้วย ชีวิตของมันแน่นิ่ง


"นึกรึว่าข้าจะทำลายความว่างเปล่าไม่ได้"


 รากเหง้าของมันที่ว่างเปล่าไม่มีวันดับสูญ ทว่าตรรกะ ทุกประการล้วนไร้ความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้าดาบลบล้างตรรกะรากเหง้าของมันสิ้นสลายไปแล้วจริงๆตัวมันแห่งความว่างเปล่า ก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่เหมือนเมื่อครู่


"ถึงทำลายมันได้ แต่นึกเหรอว่าจะเป็นอย่างนั้นไปชั่วกาลนาน"


 เสียงดังกึกก้องจากด้านหลัง มองไม่เห็นร่างของกราแฮมมีเพียงเคียวเทพวิปลาส เบเฟนุกส์ด็อกม่าที่ลอยขึ้น เสมือนมีใครบางคนถือมันขึ้นมา


 ต่างกับความว่างเปล่าเมื่อครู่นี้ เวทมนตร์ที่มันใช้หลัง 'กาเวดูล" ก็คือ 'เวเนเชียรา' พริบตานั้นกราแฮมซึ่งกลายเป็นความเป็นไปได้ใช้ เวเนเจียรา' อีกครั้ง แล้วรักษาสภาพตัวเองในฐานะ


 ความเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องและตัวมันแห่งความเป็นไปได้อีกอย่างที่ไม่ถูกข้าทำลายก็ยืนอยู่ตรงนั้น


"เดาถูกแล้ว"


 ก่อนที่ข้าจะทันได้ใช้ 'เนตรมารแห่งการเสื่อมสลาย' กำจัด ตัวมันที่มีฤทธิ์ของ เวเนเชียรา' เคียวก็เปล่งแสงวาบอย่างไร้ระเบียด ผนังกับพื้นโดนผ่า ข้าถูกฟันทั่วร่าง ชั่วอึดใจที่ข้าใช้ เนตรมารแห่งการเสื่อมสลาย ทำลาย เวเนเจียรา'


 ที่มีความทนทานจากการซ้อนกันหลายชั้น ร่างของกราแฮมซึ่งโดนดาบลบล้างตรรกะเสียบก็ถูกผ่าเป็นสองท่อน


"ดาบลบล้างตรรกะ เวนุสโดโนอา มีพลังของเทพแห่งการทำลายล้างอาเบลนิวส์ สถิตอยู่ ดูเหมือนว่าถึงใช้พลังอันไร้ตรรกะนั้นแล้ว ก็ยังทำลายความว่างเปล่าของผมไปชั่วกาลนานไม่ได้อยู่ดีนะ"


 ร่างท่อนบนของมันที่หนีรอดจากเวนุสโดโนอาจางหายไปและเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย สัมผัสพลังเวทไม่ได้สักนิด ทว่ามันก็อยู่ตรงนั้น


"สิ่งที่ถูกทำลายจะกลับคืนสู่ความว่างเปล่า นั่นคือระเบียบของโลกนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าดาบลบล้างตรรกะ ตรรกะ ทุกอย่างย่อมไร้ความหมาย สรรพสิ่งล้วนสูญสลาย มันจะแสดงประสิทธิผลจนกว่าเป้าหมายจะแตกดับสินะ"


 มีเฉพาะเสียงพูดที่ดังสะท้อนจากความว่างเปล่าที่รายล้อม


"ทว่าความว่างเปล่าไร้สิ่งใดหลังแตกดับ หรือความว่างเปล่า ที่ไม่เป็นไปตามตรรกะด้วยซ้ำ ก็คือสภาพที่แท้จริงของรากเหง้าของผม"


 ดาบลบล้างตรรกะ ทำลายความว่างเปล่าของมันไปแล้วแปลว่ามันกลับคืนสู่ความว่างเปล่า แต่ขอเพียงหนีรอดจากคมดาบลบล้างตรรกะได้ ความว่างเปล่านั้นก็จะก่อเกิดเป็นตัวมันอีกครั้ง สินะ


"ถ้าใช้พลังของ ดาบลบล้างตรรกะ อย่างต่อเนื่อง เธอคงทำลายผมอย่างต่อเนื่องได้ แต่ดาบมนตราเล่มนั้นไม่น่ารักษารูปร่างไว้ได้ชั่วกัลปาวสานใช้ไหมล่ะยิ่งที่นี่ไม่ใช่ปราสาทจอมมารของเธอก็ยิ่งแล้วใหญ่"


  ถูกของมัน เวนุสโดโนอา มีจำกัดเวลาในการใช้งาน ข้าไม่อาจทำลายตรรกะแห่งความว่างเปล่าไปชั่วนิรันดร์ด้วยดาบลบล้างตรรกะ ต่อให้ใช้เวทมนตร์ประเภทใด


  ระเบียบก็จะกลับสู่รูปร่างเดิมในที่สุดพอเก็บดาบ ตรรกะก็กลับสู่สภาพเดิมความว่างเปล่าที่หลงเหลืออยู่จะก่อเกิดรูปร่างเป็นกราแฮมแล้วมันก็จะเคลื่อนไหวอีกครั้ง


"ฮึม แต่ข้าเข้าใจคร่าวๆแล้วเวลาเคียวเทพวิปลาสผ่าความว่างเปล่าใบเคียวอันไร้ระเบียบจะถูกตวัดไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จริงแต่มีเรื่องหนึ่งที่แน่ชัด"


 ข้าฟันร่างหลักของกราแฮมผู้มีฤทธิ์ของ 'เวเนเชียรา' กับรากเหง้าของมัน แล้วปล่อยให้มันหนีจากดาบลบล้างตรรกะ หากไม่เกิดเหตุการณ์นั้น


  มันก็ยังไม่หลุดพ้นจากภาวะคับขันถึงรู้ว่าตัวเองจะฟื้นคืนชีพทว่าข้าว่ามันไม่น่าเดิมพันแบบทุ่มสุดตัวเพราะเรื่องนั้นกล่าวคือ


"มันเอื้ออำนวยความสะดวกให้เจ้า"


"แน่ใจเหรอ บางทีผมก็บาดเจ็บเพราะมันนะ"


"เจ้าใช้มันไม่ได้ในเวลาสำคัญที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อยากให้ข้าคิดแบบนั้นสินะ"


 เสียงหัวเราะของกราแฮมลอยมาให้ได้ยินในพลันนั้น


'นูเอริเอนู'


 ท่อนล่างที่ถูกฟันขาดจากท่อนบนและตกอยู่บนพื้นพลอยหายไปด้วยความว่างเปล่าอันสมบูรณ์ปรากฏขึ้นตรงนั้นมองไม่เห็นไม่ได้กลิ่น สัมผัสไม่ได้ทว่าก็อยู่ตรงนั้น


"...ชิ..."


 ความว่างเปล่าแห่ง 'นูเอริเอนู' คว้านสีข้างของข้า เลือดไม่กระฉูดจากบริเวณนั้นที่เกิดช่องว่างด้วยซ้ำ


"สมมติว่าเธอทำลายผมให้แตกดับได้"


 เสียงก้องมาจากที่ใดสักแห่ง จากนั้นเคียวเทพวิปลาสก็พุ่งมาที่ลำคอของข้า


"ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ดับสลาย"


 ความว่างเปล่าแห่ง นูเอริเอนู อันตรธานหายไป กราแฮมผู้มีร่างกายครบสามสิบสองมาอยู่ด้านหลังข้า


"เธอคล้ายผมและผมก็คล้ายเธอขนาดนี้ ไม่เคยคิดบ้างเหรอว่า ทำไมมีแค่ตัวเองคนเดียว"


 เคียวเทพวิปลาสเฉือนคอข้าเล็กน้อย เลือดไหลซึมออกมาแม้แต่เคียวที่พอผ่าอากาศแล้วไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเวลาฟันเป้าหมายโดยตรงก็สามารถตัดคอตามความตั้งใจได้


"ไม่มีใครเคยมาถึงจุดที่เธออยู่ ถึงมีลูกน้องรายล้อมรอบตัวจอมมารผู้โดดเดี่ยวก็กอดเก็บความรู้สึกว่างเปล่าอยู่คนเดียวเสมอ"


 ชั่วพริบตาที่ข้าขยับแม้เพียงนิด เคียวเทพคลั่งเล่มนั้นคงบั่นคอข้าได้สบาย ๆ


"มีแค่ผมที่เห็นอกเห็นใจเธอผู้ไร้ตรรกะที่ทำลายกระทั่งตรรกะ"


 ข้าถอนหายใจเบาๆปรายสายตาเวทนาไปด้านข้างแล้วเอ่ย


"เจ้าเหงาถึงเพียงนั้นเชียวหรือ กราแฮม"


"เธอจะช่วยทำลายผมให้สูญสิ้นเพื่อไม่ให้ผมเหงาเหรอ ใจดีจังนะ"


 กราแฮมพูดติดตลก


"เธอคิดผิดแล้ว ผมไม่ทำเรื่องบ้าบิ่นอย่างพยายามทำลาย สิ่งที่ไม่มีวันสูญสลายหรอก ต่อให้ไม่ต้องทำลาย ขอแค่ตัดคอเสียผมก็ทำกับเธอตามที่ตัวเองต้องการได้"


"ด้วย 'กิเจลิก้า' น่ะรึ' นึกเหรอว่าจะป้องกันตัวจากกลเม็ดเดิมได้"


 มันมั่นใจหรือว่าแสร้งจะใช้ 'กิเจลิก้า' ทว่าแท้จริงช่อนไพ่ไม้ตายไว้กันแน่เอาเถอะจะทางใดก็เหมือนกัน


"ถ้างั้นข้าจะยกหัวนี้ให้"


 ข้าพลิกตัวกลับด้านในที่แห่งนั้น


"งั้นก็ขอรับไว้ "


 เคียวเทพวิปลาส เบเฟนุกส์ด็อกม่า ตวัดอย่างเงียบเชียบ มันอาศัยแรงเหวี่ยงจากศูนย์กลางหมุนเป็นวงโดยไม่ตัดคอ


  กวาดขึ้นจากด้านล่างปะทะกับดาบลบล้างตรรกะ เวนุสโดโนอา ที่กวัดแกว่งอย่างทรงพลังโดยไม่เกรงใจแล้วกันเลือดสดๆพุ่งกระจาย นิ้วมือขวาถูกเคียวเทพวิปลาสตัดขาด เวนุสโดโนอา ปลิวกระเด็น


"ก็เอาไปสิ"


 ข้าใช้ประโยชน์จากแรงหมุนที่ยังหลงเหลือ ตะครุบศีรษะของมันด้วยมือซ้ายที่ร่าย 'เบบุสโด(สังหารรากเหง้า)' 'จิลาสโด(อัสนีกาฬแห่งจักรพรรดิมาร)’ และ 'อาเวียสตันเชียร่า(เพลิงอัคคีแผดผลาญมรณา)' ซ้อนกันไว้ แล้วจับกระแทกลงพื้นดังโครม


'กิกีนูเวเนนุส'


 ข้าเหยียบศีรษะนั้นอนุภาคพลังเวทมารวมตัว เครื่อง พันธนาการครอบรอบคอกราแฮม กิโยตีนสีดำสนิทปรากฏให้เห็น


"เธอก็เดินหมากพลาดไปหนึ่งตาเหมือนกันจริงด้วย"


 ข้าวาดนิ้วจากบนลงล่าง


"ประหาร!"


 มีดกิโยตีนร่วงฉับบั่นคอ ศีรษะของกราแฮม ศีรีษะของเซลิสวอลดีโกด กลิ้งไปบนพื้น พอมันเป็นอิสระก็ยกเคียวเทพวิปลาสขึ้น ตั้งท่า


"อยากปลดปล่อยพ่อเร็วๆ เหรอ มีเฉพาะจุดนั้นที่ไม่คล้ายผมแฮะ"


 ข้ากระโดดหลบออกมาไกลไปยังทิศทางที่ดาบลบล้างตรรกะหล่นกลิ้งบนพื้น


"เคียวเทพวิปลาส เคล็ดวิชาลับที่หนึ่ง"เบเฟนุกส์ ด็อกม่าที่ถูกโยนออกไปหมุนเหมือนล้อพุ่งผ่านข้าไปชนเวนุสโดโนอากระเด็น


  และฟาดฟันมันหลายต่อหลายครั้งทุกครั้งที่กระแทกกับ เบเฟนุกส์ ด็อกม่าดาบยาวสีทึมก็เกิดรอยบิ่นและสึกหรอเสื่อมโทรมเสียงที่อดังเพลังกึกก้องดาบลบล้างตรรกะหัก


"เห็นไหมล่ะ อารมณ์อ่อนไหวนำความพ่ายแพ้มาให้เธอ"


 เลือดหลั่งล้นข้าก้าวไปข้างหน้าอีกครั้งสวนกับเบเฟนุกส์ด็อกม่าที่ถูกขว้างมาแล้วแทงดาบเสียบอกกราแฮมอาวุธคือดาบหมื่นอัสนีเกาด์เกย์มอนที่มันปล่อยจากมือ


"รู้สึกยังไงบ้างล่ะที่พ่ายแพ้ให้อารมณ์อ่อนไหว กราแฮม"


 ข้าปล่อยไฟฟ้าสีม่วงจากนิ้วแล้ววาดวงเวท พร้อมกันนั้น ก็วาดวงเวททรงกลมเก้าวงด้วย 'เวเนเชียร่า' ชั่วพริบตาที่ข้าตัดคอ เซลิส วอลดีโกด


ผู้ครอบครองดาบหมื่นอัสนีก็หายวับ บัดนี้มันเป็นของข้าที่จับมันอยู่ ต่อให้มีพลังเวทมากแค่ไหนก็ไม่อาจชิงดาบคู่ใจเล่มนั้นจากผู้ครอบครองพลังของเซลิส วอลดีโกด ดังนั้นข้าจึงบั่นคอ มันเป็นอันดับแรก


'เวเนเชียร่า'


 ข้าดันดาบหมื่นอัสนีแทงวงเวททรงกลม ขณะเดียวกันดาบแห่งความเป็นไปได้ทั้งเก้าก็ทะลวงเข้าวงเวททรงกลม เสียงฟ้าร้อง ดังสนั่นเสียดหู


 ไฟฟ้าสีม่วงระดับทำลายห้องบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์ได้กระจายทั่ว ท้องนภากัมปนาท ผืนปฐพีสั่นสะเทือน แค่ปล่อยพลังเวท ซากปรักหักพังโดยรอบก็สลายไป


  ไฟฟ้าสีม่วงแล่น นพื้นดังเปรี๊ยะๆๆสร้างเขตแดนขึ้นในที่แห่งนี้ ข้าทุ่มสุดกำลังแล้วยกร่างของกราแฮมที่มีดาบปักอยู่ให้ลอยขึ้น


 ข้าได้ชูดาบหมื่นอัสนีในความเป็นจริงกับดาบหมื่นอัสนีแห่งความเป็นไปได้ขึ้นฟ้า ไฟฟ้าสีม่วงพุ่งเป็นฝอยดังเส้นด้ายจากใบดาบ ทั้งสิบเล่มขึ้นข้างบน


  เป้าหมายไม่ใช่รากเหง้าของมัน ต้องใช้วิธีใดทำลายความว่างเปล่านั้น ข้าได้เห็นคำตอบนั้นแล้วในอดีตคงรู้วิธีนั้นอยู่แล้วสินะดังนั้นพ่อของข้าเอ๋ย ตอนนี้แหละ—


‘ลาเวีย เนโอลด์ กันวาริเซน(ดาบสิบสนามสายฟ้าม่วงสูญสิ้น)’


 ไฟฟ้าสีม่วงที่ขยายตัวมโหฬารฟาดจากกลดสวรรค์ลงมายังดาบสิบเล่มกลายเป็นดาบมหึมาเล่มหนึ่งดุจดังเสาเชื่อมฟ้าดินเสียงก้องสนั่นไปไกลประหนึ่งจะฉีกแยกโลกใต้พิภพเป็นชิ้น ๆ โลก


  ถูกย้อมเป็นสีม่วง ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ร่างของกราแฮมกลายเป็น ขี้เถ้าไม่เหลือร่องรอยเมื่อข้าเพ่งเนตรมารมองข้างหน้า พบว่าสิ่งที่อยู่ตรงนั้นคือรากเหง้าของมัน เป็นลูกกลมเปล่งแสงจาง


  ข้าใช้ 'เนตรมารแห่งการเสื่อมสลาย' เขม้นมองสิ่งนั้นที่ยังไม่กลายเป็นความว่างเปล่า แล้ว ยับยั้งไม่ให้มันใช้ อินการ์ จากนั้นคว้ารากเหง้าด้วยนิ้วแห่ง ‘เบบุสโด’


 ในไม่ช้ารากเหง้าของผมที่ไร้ร่างกายจะเข้าใกล้ความว่างเปล่าเหตุการณ์จะย้อนกลับไปเหมือนเมื่อกี้ รีคุส ดังก้อง


"ถ้าไม่ได้ใช้เจฟฟ์เป็นตัวประกัน เจ้าก็แพ้พ่อข้าไปแล้ว"


"ตอนนั้นเขาไม่มีวิธีทำลายผมให้สิ้นซากหรอกนะ"


"เปล่าเลย เขานำพารากเหง้าของเจ้าที่เข้าใกล้ความว่างเปล่าไปสู่การสูญสลายได้"


 เสียงหัวเราะของมันลอยมาเข้าหู


"ข้า เหรอ ทำยังไงล่ะ"


 เลือดทะลักจากอกข้า ข้าแทงหน้าอกตัวเองด้วย 'เบบุสโด' โดยยังจับรากเหง้าของกราแฮม


"นี่คือคำตอบ"


 ข้าทาบทับรากเหง้าของตัวเองกับรากเหง้าของกราแฮมเข้าด้วยกัน ก่อนจะส่งพวกมันสู่ก้นบิ้ง


"...อ้อ อย่างนี้นี่เอง เป็นงั้นเองเหรอ ช่างคิดจังนะ..จริงอยู่ว่าถ้าเป็นเขา อาจทำอย่างนั้นก็ได้..."


 กราแฮมเอ่ย คงเดาเจตนาของข้าออกแล้ว


"ถ้ารับรากเหง้าแห่งความว่างเปล่าเข้าสู่ร่างกาย รากเหง้านั้น ก็จะแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าด้วย 'นูเอริเอนู' หากใช้รากเหง้าแห่งการเสื่อมสลาย ของ วอลดีโกด กระทั่งความว่างเปล่าของผม ก็อาจแตกดับต่อไปเรื่อยๆ ได้ ในตอนนั้นเขาตั้งใจจะแลกหมัดเสมอ กับผมนี่เอง"


 มันพูดเหมือนเข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้ว


"เธอเจริญรอยตามพ่อที่ล่วงลับ และจะทำลายผมให้สิ้นซากเพื่อโลกนี้เหรอเนี่ย งดงามเหลือเกิน อานอส อา แบบนี้จะมองเป็นคำขู่ก็ได้มั้งเนี่ย แต่ว่า"


 เคียวเทพวิปลาสลอยขึ้น พอเพ่งเนตรมาร ข้าเห็นกราแฮมแห่ง เวเนเชียร่า' อยู่ตรงนั้น


"นึกเหรอว่าถ้าสูญเสียหัวของ เซลิส วอลดีโกด ไปแล้ว ผม จะใช้ 'เวเนเชียร่า' ไม่ได้"


 มันใช้เวทมนตร์นั้นได้ทันฉิวเฉียดก่อนที่ข้าจะทำลายร่างมัน เป็นขี้เถ้า


"ตอนนี้รากเหง้าของเธอกับรากเหง้าของผมกำลังประลองพลังและห้ำหั่นกันด้วยการเสื่อมสลายกับความว่างเปล่า รากเหง้า ของผมจะนำพาเธอเข้าใกล้ความว่างเปล่า ส่วนรากเหง้าของเธอจะนำพาการเสื่อมสลายมาให้ผม เป็นอย่างที่คาดไว้เลย พวกเราจะล่มสลายไปชั่วนิรันดร์แล้วกลับคืนสู่ความว่างเปล่า"


 กราแฮมแห่งความเป็นไปได้เดินมาพร้อมเคียวเทพวิปลาส ในมือ


"เอาละ ถ้าผมเพิ่มพลังปั่นป่วนเข้าไปในการเสื่อมสลายของเธอ มันจะกลายเป็นยังไงกันนะ"


 กราแฮมแห่ง เวเนเชียร่า' ตั้งเบเฟนุกส์ด็อกม่าในแนวขวางเป็นเส้นขนานกับพื้น


"น่าเสียดายนะ เธอกับผมคล้ายกันมาก ถ้าจะมีสาเหตุให้พ่ายแพ้ ก็เป็นเพราะเธอเกิดมาหลังผม เอาละ"


 เคียวแห่งความเงียบผ่าอากาศอย่างไร้ระเบียบ


"นี่คือความพ่ายแพ้ครั้งแรกในชีวิตของเธอ ผมจะเยี่ยวยาความเดียวดายให้เธอเอง อานอส"


 กราแฮมยิ้มลำพอง ตัวมันแห่งความเป็นไปได้วาดฝันว่าสมดุลของรากเหง้าแห่งการเสื่อมสลายกับความว่างเปล่าจะเอียงกระเท่เร่ จากนั้นเพ่งมองข้า


 เสี้ยววินาทีต่อมา


 ไม่เกิดสิ่งใดขึ้นเลย ไม่มีกระทั่งลมโชยอ่อน


"...อ้าว...?"


 ข้าย่างเท้าเงียบ ๆ หนึ่งก้าว


"ในสถานการณ์แบบนี้ยังจะเดินเข้ามาหาผมอีกเหรอ เมื่อกี้พลาดก็จริง แต่คราวนี้ "


 สีหน้าแห่งความเป็นไปได้ของมันเปี่ยมด้วยความตกตะลึง


"..อะไรกัน.."


 ขาของร่างแห่ง 'เวเนเชียร่า' ของมันก้าวถอย


"..เธอทำอะไร...ลงไป..."


"ถามร่างตัวเองดูสิ ร่างแห่งความเป็นไปได้ของเจ้าที่เกิดความหวาดกลัวไงล่ะ"


"หวาดกลัว? ผมน่ะเหรอกลัว กลัวเธอที่เหมือนกับผมไม่มีผิดเพี้ยนเนี่ยนะ"


 เคียวเทพวิปลาสตวัดเป็นวงใหญ่


"ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นหรอก อานอส"


 ใบเคียวแห่งความเงียบงันส่องแสงวาบ ทว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น


"...ทำไม..."


"ยังไม่เข้าใจอีกรึ เวลาที่แกว่งเคียวเทพวิปลาสในอากาศ จะเกิดเหตุการณ์ที่เข้าทางเจ้า"


 ข้าปักดาบหมื่นอัสนี ก่อนยกมือขึ้นและคว้าเงาดาบที่เหยียดยื่นมาอย่างเชื่องช้า


"ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย นั่นคือเหตุการณ์ที่เข้าทางเจ้าในขณะนี้ที่สุดแล้ว"


 เงาก่อเกิดรูปร่าง กลับกลายเป็น ดาบลบล้างตรรกะ เวนุสโดโนอา ใบดาบที่หักฟื้นฟูกลับมาแล้ว


"ซึ่งแปลว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็เปล่าประโยชน์แล้ว"


"หมายความว่าไง"


 พอข้าย่ำเท้าเข้าหามันหนึ่งก้าว มันก็ถอยหลังหนึ่งก้าว


"...เพราะอะไร..."


 เมื่อข้าก้าวไปข้างหน้าอีก มันก้าวถอยอย่างหวาดหวั่น


"...ทำไมขาของผม...ขยับถอยเอง..."


"เจ้าบอกสินะว่ารากเหง้าของข้ากับเจ้ากำลังประลองพลังและห้ำหั่นกันโดย การเสื่อมสลาย และ ความว่างเปล่า พวกเราจะ ล่มสลายไปชั่วนิรันดร์ แล้วกลับสู่ความว่างเปล่า"


 ข้าส่งรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมให้และบอกมัน


"ลองส่องดูให้ดีด้วยดวงตาแห่งความเป็นไปได้คู่นั้นสิ"


 ข้าวาดวงเวทที่ปากแผลบนหน้าอก คลายต้านเวทมนตร์จนหมดสิ้น แล้วเผยรากเหง้า กราแฮมพินิจพิเคราะห์ก้นบิ้งของรากเหง้านั้น


"..."


 ไร้คำพูด มันได้แต่จนด้วยถ้อยคำ


"เข้าใจหรือยัง มีเจ้าคนเดียวที่เสื่อมสลายไงเล่า กราแฮม"


 ดวงตาของมันคงมองเห็นความว่างเปล่าของตัวเองที่สูญสลายอยู่ฝ่ายเดียวไปเรื่อยๆ ในรากเหง้าแห่งการเสื่อมสลายของข้า


"..ทำไม..เรื่องแบบนั้น...เพราะอะไร...แล้ว 'นูเอริเอนู ล่ะ"


"จริงอยู่ว่าข้าสัมผัสถึงความว่างเปล่าในระดับเบาบางทว่าก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่รากเหง้าของข้ากำลังทำลายมันแบบถอนรากถอนโคน"


"...เรื่องแบบนั้น...เป็นไปไม่ได้หรอก อานอส"


เคียวเทพวิปลาสฟันอากาศว่างเปล่า


"ผมกับเธอคล้ายกันขนาดนี้เลยนะ"


 เคียวตวัดผ่าที่แห่งนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า


"ในที่สุดพวกเราก็จะไม่ต้องโดดเดี่ยวแล้ว พวกเรา มีแค่พวกเราที่ปกติในโลกอันคลุ้มคลั่งใบนี้"


 เคียวใหญ่เล่มนั้นปั่นป่วนและปลอมแปลงระเบียบหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่ว่าจะกวัดแกว่งสักกีหน หรือตัดผ่าอากาศสักกีรอบ ก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลย


"...ผมกับเธอ..คล้ายกัน"


 ข้าวาดดาบลบล้างตรรกะใส่มันผู้เปล่งเสียงสิ้นหวัง


"เราอาจคล้ายกันอยู่บ้างก็จริงนะ"


 กราแฮมแห่งความเป็นไปได้กระโดดถอยหลบคมดาบ ทว่า มือเท้าถูกฟันจนลงไปนอนฟุบบนพื้น เคียวใหญ่ที่หล่นกลิ้งเสียงดังกลับสู่ร่างของเทพวิกลจริตอากังซอน


"แต่คล้ายกันในแง่ที่ว่า รากเหง้าเพียงเสี้ยวของข้าเทียบได้กับรากเหง้าทั้งหมดของเจ้ายังไงล่ะ"


"...อึก.…"


 อากังซอนถูกดาบลบล้างตรรกะแทงทะลุ ตัวตนนั้นสิ้นสูญไป


"...เธอ....อานออ...อ้อก.!"


 ข้ากระทีบแผ่นหลังของมันผู้ไร้ศีรษะแล้วกล่าว


"รากเหง้าของเจ้าพ่ายแพ้หมดรูปในตัวข้านานแล้ว ที่เหลืออยู่มีเพียงตัวเจ้าแห่งความเป็นไปได้ที่อยู่ตรงนี้"


 ดวงตาของมันที่จับจ้องข้าฉายแววสิ้นหวัง


"..ทั้งที่เก็บกัก....พลังมากมายขนาดนี้อยู่ในตัว...แต่เธอต้องสู้กับผมโดยยับยั้งการเสื่อมสลายระดับนี้ไปด้วยเหรอ.."


"เจ้าพูดผิดไปนิด สำหรับข้า การพิชิตการเสื่อมสลายใน ตัวเองนั้นยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าการจัดการกับความว่างเปล่าของเจ้า จริงอยู่ พลังที่ข้าปลดปล่อยออกมาได้ในโลกที่เปราะบางใบนี้ทัดเทียมกับเจ้าในภาพรวม แต่ถ้าหากวัดกันตามปริมาณพลัง ทั้งหมดที่ข้ามีอยู่แต่เดิม เจ้าห่างชั้นกับข้าหลายขุม”


 พลังทั้งหมดของมันเกิดจากการสำแดงพลังเวทแห่งรากเหง้าออกมาจนเกลี้ยง ส่วนพลังทั้งหมดของข้านั้น ข้าต้องคอยใช้พลังของตัวเองยับยั้งและหักล้างพลังของตัวเองไม่ให้มันทำลายล้างโลกแล้วค่อยควบคุมพลังเวทที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดจากในบรรดา นั้น สิ่งที่ข้าสำแดงออกมาภายนอกได้ไม่ต่างกับพลังทั้งหมดของมัน สักเท่าใด ทว่าเนื้อในนั้นต่างกันขาดลอย


"เจ้าน่ะคิดว่าเจ้าสู้กับข้า ทว่าข้านั้นสู้กับตัวข้าเอง"


"...เธอ...ไม่เคย...ไม่เคยมีผมอยู่ในสายตาเลยเหรอ.."


"อย่าผิดหวังแบบนั้นเลย ข้าน่ะมีเจ้าอยู่ในสายตานะกราแฮม ถูกอย่างที่เจ้าพูดข้าถูกเอาโลกไปใช้เป็นโล่กำบังตลอดเวลาการไล่ตีแมลงวันไปพร้อมกับระมัดระวังทุกกระเบียดนิ้วเพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองทำลายล้างโลกน่ะเป็นเรื่องที่ยากลำบากเลยทีเดียว"


 ข้าผุดยิ้มอำมหิตแล้วเอ่ยต่อ


"ไม่รู้ว่าต้องเกิดการเสื่อมสลายอยู่อีกกี่ร้อยล้านครั้งกว่าความว่างเปล่าของเจ้าจะหายไปโดยสมบูรณ์ แต่หากเป็นส่วนลึกที่สุดของรากเหง้าเจ้าที่มีพลังเพียงกระจิ๊ดริ๊ด แค่ปล่อยให้ถ่ายออกไปเรื่อยๆก็เกินพอแล้ว"


"...อั๊ก..."


 ข้าได้ยินเสียงกลั้นหายใจ ชายผู้ช่างจำนรรจาคนนั้นเอาแต่นิ่งเงียบไม่ปริปาก ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด มันถึงพึมพำสั้น ๆ


"...จอมมารผู้เหี้ยมโหด...เหรอ..."


 ร่างแห่ง 'เวเนเชียร่า' ของมันค่อย ๆ อันตรธาน 


"...หึ เธอน่ะ..."


 กราแฮมพูดเสียงสัน


"..เป็นปีศาจที่โดดเดี่ยวเดียวดาย..."


 การล่มสลายเข้าปกคลุมความว่างเปล่ามากขึ้นเรื่อยๆ ในส่วนลึกที่สุดของรากเหง้าของข้า


"..จนคนอย่างผมเทียบไม่ติดฝุ่นเลย...อานอส..."


"เวเนเชียร่า' ที่ซ้อนกันหลายชั้นจนแข็งแรงทนทานเปลี่ยนเป็นอนุภาคแสงลอยขึ้นฟ้า ข้าทำให้ดาบลบล้างตรรกะกลับกลายเป็นเงาแล้วเงยหน้า ส่งสายตามองดาบหมื่นอัสนีเงียบๆให้เห็นสะท้อนอยู่บนนั้นรู้สึกเหมือนใบหน้าของพ่อกับแม่ที่ดาราอุบัติเอเรียลเคยแสดง


"ข้าจะไม่ให้กระทั่งโอกาสกับเจ้า"


 ถ้อยคำอันว่างเปล่าหลุดออกจากปากข้าขณะจับจ้องของดูต่างหน้าพ่อ ความว่างเปล่าในส่วนลึกของรากเหง้าของข้าคงทุกข์ทรมานจากการเสื่อมสลายจนกว่าจะกลับสู่การไม่มีอยู่อย่างแท้จริง


"สิ่งที่ข้าจะมอบให้มีเพียงความโดดเดี่ยวที่เจ้าเกลียดชัง"

ผู้ไร้คุณสมบัติที่สามารถเอาชนะผู้ไร้คุณสมบัติ......

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

↑ページトップへ