บทที่1 : บิดาแห่งจอมมาร
จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดใน ระบบสุริยะ กลับชาติมาเกิด และเข้าไปเรียนกับ ลูกหลานของเขาเอง
~ เผ่ามารยุคปัจจุบันและสองพันปีก่อน ~
หลายวันต่อมา ข้าสั่งให้ เอมีเลีย ลูดเวล เข้าไปเป็นอาจารย์สอนเรียนใน โรงเรียนผู้กล้าแห่งมวลมนุษยชาติ หลังจากนั้น เอมีเลียพานักเรียนของเธอไปยัง จักรวรรดิอินซูเอล ทันใด ราอารอส ทำท่าจะถอยประตูห้องเรียนที่เปิดอยู่กลับหายไปแทนที่ด้วยผนังที่แข็งแกร่ง
“อะไรเนี่ย!? ประตูหายไปแล้ว!!”
ราอารอสพุ่งหมัดออก พร้อมร่าย ไซฟิโอ
แต่ผนังเวทมนตร์นั้นแข็งแรงทนทานไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
“เอมีเลีย! ทำยังไง—”
เขาเรียกหาคำสั่งจากเธอแต่เอมีเลียกลับนิ่งสงบสายตาของราอารอสเริ่มฉายความอับจนจู่ๆสะเก็ดไฟขนาดเล็กปรากฏรอบบริเวณค่อย ๆ รวมตัวเข้าหากันแสงไฟหมุนวนอย่างรุนแรงจนหล่อหลอมกลายเป็น ร่างของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ร่างนั้นสูงใหญ่
กล้ามเนื้อกำยำเปลวไฟสีแดงปะทุรอบตัว
เขาคือ ราชาวิถีมาร โมบิรัสซ์ สายตาเหี้ยมเกรียม พูดออกมาอย่างโหดร้าย
“ว่าไง… เผ่ามารยุคปัจจุบัน ผู้เสื่อมถอย”
คำพูดนั้นก้องสะท้อนไปทั่วจักรวรรดิ
อากาศรอบตัวร้อนฉ่าพื้นดินสั่นสะเทือนราวกับรับรู้ถึงพลังอำนาจของเขาราอารอสยืนนิ่งตาค่อย ๆ ขยายกว้างพยายามประเมินความแข็งแกร่งของผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าแต่ไม่ทันจะทำอะไรโมบิรัสซ์ยกมือขึ้นเปลวไฟสีแดงพุ่งออกมาเป็นคลื่นแรงสูงฟาดไปยังราอารอสและนักเรียนของเอมีเลีย
“อึก!”
แรงระเบิดพัดนักเรียนถอยหลังพื้นผิวรอบตัวแตกร้าวแต่ เอมีเลีย ยืนมั่นเธอชี้มือออกไปเวทมนตร์สีฟ้าเข้มปกป้องนักเรียนทั้งหมดโมบิรัสซ์หัวเราะราวกับเพลิดเพลิน
“…น่าสนุกขึ้นทุกทีแล้ว…”
ชายผู้นั้นเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้าตรงต่อหน้า เอมีเลีย และ ราอารอส
“อ่อนแอเหลือเกิน… ทั้งเผ่ามารสมัยนี้ และสถาบันแห่งผู้กล้า… ห่างชั้นจากเมื่อสองพันปีก่อนยิ่งนัก”
เสียงนั้นสะท้อนอยู่รอบตัวแต่เมื่อสายตาของราอารอสและเอมีเลียสอดส่ายไปทั่ว
กลับไม่พบศัตรูแม้แต่เงาหรือรูปร่าง
“มองไปทางใดเล่า ข้าอยู่ตรงนี้”
ทันใดนั้น เพลิงทรงกลมปรากฏรอบตัวบนผิวนั้น ดวงตาและปากปรากฏขึ้นอย่างน่าขนลุก
“ให้ตายเถิด… นี่หรือที่เรียกกันว่าแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ ข้าก็ทราบอยู่แล้วว่า 'โลเมซิส' มีจุดบกพร่องตรงนี้”
เอมีเลียเขม้นมองชายผู้นั้นด้วยสายตาแข็งกร้าว
“ราชาวิถีมาร… โมบิรัสซ์ หรือคะ…”
“ถูกต้องแล้ว… เผ่ามารยุคปัจจุบันแสนอ่อนแอเอ๋ย ข้าคือ ราชาวิถีมาร โมบิรัสซ์
ราชาผู้บรรลุวิถีแห่งมาร”
นางกัดกรามด้วยความตึงเครียดต่อการปรากฏตัวกะทันหันของเขา
“ผู้อ่อนแอเอ๋ย ข้ามีข้อเสนออย่างหนึ่ง… เจ้าจะรับฟังหรือไม่?”
โมบิรัสซ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงถ่อมตัวผิดคาด
เอมีเลียระแวงแต่ถามออกไป
“…อะไรคะ?”
“ภายในร่างข้ามีมิติอื่นเต็มไปด้วยเปลวเพลิง ข้ายังไว้ชีวิตผู้ที่เร่งรุดมาด้วย กาตอม ในสภาพเฉียดความตาย
เจ้าจงมาอยู่ใต้บัญชาของข้า หากทำเช่นนั้น ข้าจะละเว้นชีวิตเฉพาะพวกเจ้าและผู้โง่เขลาที่ย่ำเท้าสกปรกเข้ามาในดินแดนของข้า”
อุณหภูมิในห้องร้อนระอุจากเปลวเพลิงของโมบิรัสซ์
เอมีเลียและราอารอสแม้เพียงฟังคำพูดก็สูญเสียพละกำลังโดยไม่อาจเลี่ยง
“ฉันอยู่ใต้บัญชาของ จอมมารผู้เหี้ยมโหด ค่ะ ท่านจะต่อต้านผู้ปกครองอาเซนซีออนหรือคะ?”
โมบิรัสซ์ตอบเย็นเยียบ
“เป็นเพียงผู้ใต้บัญชา… ช่างจองหองนัก
หากประสงค์จะสนทนากับข้าอย่างเสมอภาค เจ้าจงสนทนาด้วยพลังของตนเอง หาใช่พลังของผู้เป็นนาย
นั่นคือวิถีของเผ่ามาร”
ดวงตาที่ผุดขึ้นในเปลวเพลิงโหมคลั่ง เปล่งรังสีเย็นเยียบ
เอมีเลียเงียบด้วยความครั่นคร้าม
รับรู้ชัดเจนแล้วว่า หากไม่แสดงพลังให้เห็น อีกฝ่ายคงไม่ฟังคำพูด
“ไม่ต้องคิดมาก ทางเลือกของเจ้ามีสองทาง
มาอยู่ใต้บัญชาของข้าและมีชีวิตรอดต่อไป
หรือไม่ก็มอดไหม้ด้วยเพลิงของ ราชาวิถีมาร โมบิรัสซ์ พร้อมเพื่อนพ้องที่เจ้าพาเข้ามาที่นี่”
เอมีเลียไม่ตอบ
นางมองหาโอกาสเอาชนะอย่างรอบคอบ
โมบิรัสซ์หัวเราะหึ ๆ
“โง่เขลานัก… ติดกับดักตื้น ๆ เพียงนี้แล้ว ยังคิดว่ามีโอกาสชนะอีกหรือ?
หากเป็นเผ่ามารเมื่อสองพันปีก่อน… ไม่มีวันเคลื่อนย้ายมาที่นี่หรอก”
ราชาวิถีมาร กล่าวต่อว่า
"จงฟังให้ดี เผ่ามารผู้เสื่อมถอย หากไม่เข้าใจทั้งความแตกต่างของพลังและมันสมอง ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้เอง"
แขนงอกจากลูกเพลิง โมบิรัสซ์ กะชวกแขนเข้าไปในลูกเพลิงของตัวเอง
"ประทับพลังของเผ่ามารที่แท้จริงไว้ในเนตรมารคู่นั้นซะ มันจะเผาผลาญเผ่ามารที่เคลื่อนย้ายมาที่นี่ไปทีละคน"
โมบิรัสซ์ กำมือเพลิงแน่น
"เริ่มจากคนแรก เอาละ"
โมบิรัสซ์ ดึงมือเพลิงออกจากลูกเพลิง จากนั้นแบมืออย่างเชื่องช้า
ที่เผยออกมาคือตุ๊กตา ใบหน้าของมันว่างเปล่าไร้หน้าตา มีตัวหนังสือเขียนว่า 'ไอ้งั่ง'
"หา...ตัวปลอม..."
เสี้ยววินาทีนั้น
"อุก-อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!"
ร่างเพลิงของ โมบิรัสซ์ ปลิวกระเด็น เผ่ามารอายุหกขวบปรากฏกายจากข้างใน
"ฮึม หากเป็นเผ่ามารเมื่อสองพันปีก่อน ไม่มีวันเคลื่อนย้ายมาที่นี่หรอก...งั้นหรือ"
เปลวไฟที่กระเด็นไปคนละทิศคนละทางกลับมารวมตัวและก่อเกิดเป็นรูปร่างของคนอีกครั้ง
"ช่างอ่อนแอยิ่งนัก มันเป็นเช่นนี้ตั้งแต่ตอนไหนกันนะ เผ่ามารเอ่ย จงมาอยู่ใต้บัญชาของข้าไหม"
แต่ทว่า ราชาวิถีมารยังไม่ทันได้โม้จบ เสียงเพลิงฟุ้งกระจายในห้องกลับสั่นสะเทือนเมื่อเด็กชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ไทโอไทอัส! (ปืนใหญ่ศักดิ์สิทธิ์)”
ตู๊มมมมมม!!!!!
เสียงระเบิดดังสนั่น ร่างเพลิงของราชาวิถีมารถูกทำลายแหลกกระจุยกระจายไปทั่วห้อง เศษซากไฟลุกโชนและควันคลุ้งตลบ
จากตรงนั้นเอง ปรากฏตัวเด็กชายวัย 6 ขวบ ผมสีดำ ดวงตาสีม่วงเข้ม ชื่อ อามัวร์ วีไวเซอร์ เขายืนตรงท่ามกลางเศษซากเพลิง ดวงตาสะท้อนประกายความเด็ดขาดและความแข็งแกร่งที่เกินวัย
เปลวไฟที่แตกกระจายกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ก่อรูปเป็นรูปร่างของราชาวิถีมาร วงเวทมนตร์ปรากฏขึ้นรอบตัว เสื้อคลุมแบบดั้งเดิมคลุมร่างโมบิรัสซ์ไว้ราวกับเตรียมพร้อมต่อสู้ใหม่
“เจ้าบอกว่าเป็นเผ่ามารยุคปัจจุบันหรือ…”
โมบิรัสซ์เอ่ยเสียงเข้ม ดวงตา เนตรมาร ทอประกายราวกับแผ่พลังไปทั่ว
อามัวร์ วีไวเซอร์ ก้าวขึ้นมาอย่างมั่นใจ ตอบกลับด้วยเสียงหนักแน่น อย่าง สง่าผ่าเผย
“ข้าประหลาดใจ…เพราะข้าคุ้นเคยกับเวทมนตร์ยุคนี้มากแล้ว แต่ใช่ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เดิมทีเผ่ามารก็ทรงพลังเช่นเจ้าทั้งหลาย เผ่ามารยุคนี้ที่ถดถอยต่างหากที่ผิดปกติ”
โมบิรัสซ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาเพลิงประกายเย็นเยียบ
“อามัวร์ วีไวเซอร์ เผ่ามารผู้แข็งแกร่งในยุคปัจจุบันเอ๋ย ข้ามีข้อเสนออย่างหนึ่ง เจ้าจะรับฟังได้หรือไม่?”
อามัวร์ วีไวเซอร์ เงยหน้าสบตา ร่างเล็กแต่เต็มไปด้วยพลัง
“ลองว่ามาสิ”
โมบิรัสซ์ก้าวเข้ามา ใบหน้าอัคนีคลี่ยิ้มอย่างใจเย็น
“มาอยู่ใต้บัญชาของข้าไหม? ที่จริงแล้วข้าไม่นิยมชมชอบการต่อสู้ แต่ถึงกระนั้นก็ต้องปัดสะเก็ดไฟที่ร่วงหล่นมาให้พ้นตัว จำเป็นต้องสั่งสอนผู้โง่เขลาให้หลาบจำ เหนืออื่นใด ยุคสมัยนี้อันตรายยิ่งนัก… อันตรายยิ่งกว่าเมื่อสองพันปีก่อนอักโข”
อามัวร์ วีไวเซอร์ ไม่แสดงความหวาดหวั่น แต่ยืนตรงต่อหน้าเปลวไฟอย่างไม่ละสายตา
เอย์นอส เอ่ยต่อ
“ถ้าเจ้าไม่นิยมชมชอบการต่อสู้จริงๆ ข้ามีข้อเสนอที่ดีกว่านั้น”
“ข้อเสนอที่ดีหรือ…อย่างไรเล่า?”
“เข้าไปอยู่ใต้บัญชาของ จอมมารผู้เหี้ยม อาร์วอซ วอลดีโกด ก็พอแล้ว เผ่ามารยุคปัจจุบันไม่ชอบต่อสู้ มนุษย์ก็เช่นกัน มหาสงครามยุติลง สันติภาพมาเยือนโลกแล้ว”
โมบิรัสซ์ระเบิดหัวเราะดังหึ ๆ หว่านสะเก็ดไฟรอบตัว
“หึหึหึหึหึ…พูดอะไรตลกชะมัดเลยนะ…เอย์นอส พอลติโคโลด์ ข้าผู้นี้คือ ราชาวิถีมาร ผู้บรรลุวิถีแห่งมาร จะเอาเข้าไปเปรียบเทียบกับจอมมาร อาร์วอซ… จะอวดดีเกินไปแล้วนะ”
เปลวไฟร้อนระอุรอบตัวโมบิรัสซ์ พ่นประกายไฟสีแดงทองสลับดำ เศษสะเก็ดไฟไหลวนเป็นวงรอบร่าง อามัวร์ เด็กชายยืนต้านทานด้วยพลังเนตรมารที่สะท้อนออกมาเป็นม่วงเข้ม
เป็นอย่างไรบ้าง ฉันตั้งใจทำมากกว่าเดิมอีกแล้วครับ




