表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
Madou Gakuin no Futekigosha   作者: Shū Sianai
5/6

บทที่1 : บิดาแห่งจอมมาร

จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดใน ระบบสุริยะ กลับชาติมาเกิด และเข้าไปเรียนกับ ลูกหลานของเขาเอง

 ~ เผ่ามารยุคปัจจุบันและสองพันปีก่อน ~


 หลายวันต่อมา ข้าสั่งให้ เอมีเลีย ลูดเวล เข้าไปเป็นอาจารย์สอนเรียนใน โรงเรียนผู้กล้าแห่งมวลมนุษยชาติ หลังจากนั้น เอมีเลียพานักเรียนของเธอไปยัง จักรวรรดิอินซูเอล ทันใด ราอารอส ทำท่าจะถอยประตูห้องเรียนที่เปิดอยู่กลับหายไปแทนที่ด้วยผนังที่แข็งแกร่ง



 “อะไรเนี่ย!? ประตูหายไปแล้ว!!”



 ราอารอสพุ่งหมัดออก พร้อมร่าย ไซฟิโอ

 แต่ผนังเวทมนตร์นั้นแข็งแรงทนทานไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย



 “เอมีเลีย! ทำยังไง—”


 เขาเรียกหาคำสั่งจากเธอแต่เอมีเลียกลับนิ่งสงบสายตาของราอารอสเริ่มฉายความอับจนจู่ๆสะเก็ดไฟขนาดเล็กปรากฏรอบบริเวณค่อย ๆ รวมตัวเข้าหากันแสงไฟหมุนวนอย่างรุนแรงจนหล่อหลอมกลายเป็น ร่างของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ร่างนั้นสูงใหญ่

 กล้ามเนื้อกำยำเปลวไฟสีแดงปะทุรอบตัว

 เขาคือ ราชาวิถีมาร โมบิรัสซ์ สายตาเหี้ยมเกรียม พูดออกมาอย่างโหดร้าย



 “ว่าไง… เผ่ามารยุคปัจจุบัน ผู้เสื่อมถอย”



 คำพูดนั้นก้องสะท้อนไปทั่วจักรวรรดิ

 อากาศรอบตัวร้อนฉ่าพื้นดินสั่นสะเทือนราวกับรับรู้ถึงพลังอำนาจของเขาราอารอสยืนนิ่งตาค่อย ๆ ขยายกว้างพยายามประเมินความแข็งแกร่งของผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าแต่ไม่ทันจะทำอะไรโมบิรัสซ์ยกมือขึ้นเปลวไฟสีแดงพุ่งออกมาเป็นคลื่นแรงสูงฟาดไปยังราอารอสและนักเรียนของเอมีเลีย


 “อึก!”


 แรงระเบิดพัดนักเรียนถอยหลังพื้นผิวรอบตัวแตกร้าวแต่ เอมีเลีย ยืนมั่นเธอชี้มือออกไปเวทมนตร์สีฟ้าเข้มปกป้องนักเรียนทั้งหมดโมบิรัสซ์หัวเราะราวกับเพลิดเพลิน


 “…น่าสนุกขึ้นทุกทีแล้ว…”


 ชายผู้นั้นเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้าตรงต่อหน้า เอมีเลีย และ ราอารอส


 “อ่อนแอเหลือเกิน… ทั้งเผ่ามารสมัยนี้ และสถาบันแห่งผู้กล้า… ห่างชั้นจากเมื่อสองพันปีก่อนยิ่งนัก”


 เสียงนั้นสะท้อนอยู่รอบตัวแต่เมื่อสายตาของราอารอสและเอมีเลียสอดส่ายไปทั่ว

 กลับไม่พบศัตรูแม้แต่เงาหรือรูปร่าง


 “มองไปทางใดเล่า ข้าอยู่ตรงนี้”


 ทันใดนั้น เพลิงทรงกลมปรากฏรอบตัวบนผิวนั้น ดวงตาและปากปรากฏขึ้นอย่างน่าขนลุก


 “ให้ตายเถิด… นี่หรือที่เรียกกันว่าแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ ข้าก็ทราบอยู่แล้วว่า 'โลเมซิส' มีจุดบกพร่องตรงนี้”


 เอมีเลียเขม้นมองชายผู้นั้นด้วยสายตาแข็งกร้าว


 “ราชาวิถีมาร… โมบิรัสซ์ หรือคะ…”


 “ถูกต้องแล้ว… เผ่ามารยุคปัจจุบันแสนอ่อนแอเอ๋ย ข้าคือ ราชาวิถีมาร โมบิรัสซ์


 ราชาผู้บรรลุวิถีแห่งมาร”


 นางกัดกรามด้วยความตึงเครียดต่อการปรากฏตัวกะทันหันของเขา


 “ผู้อ่อนแอเอ๋ย ข้ามีข้อเสนออย่างหนึ่ง… เจ้าจะรับฟังหรือไม่?”


 โมบิรัสซ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงถ่อมตัวผิดคาด

 เอมีเลียระแวงแต่ถามออกไป


 “…อะไรคะ?”


 “ภายในร่างข้ามีมิติอื่นเต็มไปด้วยเปลวเพลิง ข้ายังไว้ชีวิตผู้ที่เร่งรุดมาด้วย กาตอม ในสภาพเฉียดความตาย


 เจ้าจงมาอยู่ใต้บัญชาของข้า หากทำเช่นนั้น ข้าจะละเว้นชีวิตเฉพาะพวกเจ้าและผู้โง่เขลาที่ย่ำเท้าสกปรกเข้ามาในดินแดนของข้า”


 อุณหภูมิในห้องร้อนระอุจากเปลวเพลิงของโมบิรัสซ์


 เอมีเลียและราอารอสแม้เพียงฟังคำพูดก็สูญเสียพละกำลังโดยไม่อาจเลี่ยง


 “ฉันอยู่ใต้บัญชาของ จอมมารผู้เหี้ยมโหด ค่ะ ท่านจะต่อต้านผู้ปกครองอาเซนซีออนหรือคะ?”


 โมบิรัสซ์ตอบเย็นเยียบ


 “เป็นเพียงผู้ใต้บัญชา… ช่างจองหองนัก


 หากประสงค์จะสนทนากับข้าอย่างเสมอภาค เจ้าจงสนทนาด้วยพลังของตนเอง หาใช่พลังของผู้เป็นนาย


 นั่นคือวิถีของเผ่ามาร”


 ดวงตาที่ผุดขึ้นในเปลวเพลิงโหมคลั่ง เปล่งรังสีเย็นเยียบ


 เอมีเลียเงียบด้วยความครั่นคร้าม


 รับรู้ชัดเจนแล้วว่า หากไม่แสดงพลังให้เห็น อีกฝ่ายคงไม่ฟังคำพูด


 “ไม่ต้องคิดมาก ทางเลือกของเจ้ามีสองทาง


 มาอยู่ใต้บัญชาของข้าและมีชีวิตรอดต่อไป


 หรือไม่ก็มอดไหม้ด้วยเพลิงของ ราชาวิถีมาร โมบิรัสซ์ พร้อมเพื่อนพ้องที่เจ้าพาเข้ามาที่นี่”


 เอมีเลียไม่ตอบ


 นางมองหาโอกาสเอาชนะอย่างรอบคอบ


 โมบิรัสซ์หัวเราะหึ ๆ


 “โง่เขลานัก… ติดกับดักตื้น ๆ เพียงนี้แล้ว ยังคิดว่ามีโอกาสชนะอีกหรือ?


 หากเป็นเผ่ามารเมื่อสองพันปีก่อน… ไม่มีวันเคลื่อนย้ายมาที่นี่หรอก”


  ราชาวิถีมาร กล่าวต่อว่า

 "จงฟังให้ดี เผ่ามารผู้เสื่อมถอย หากไม่เข้าใจทั้งความแตกต่างของพลังและมันสมอง ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้เอง"


 แขนงอกจากลูกเพลิง โมบิรัสซ์ กะชวกแขนเข้าไปในลูกเพลิงของตัวเอง


 "ประทับพลังของเผ่ามารที่แท้จริงไว้ในเนตรมารคู่นั้นซะ มันจะเผาผลาญเผ่ามารที่เคลื่อนย้ายมาที่นี่ไปทีละคน"


 โมบิรัสซ์ กำมือเพลิงแน่น


 "เริ่มจากคนแรก เอาละ"


 โมบิรัสซ์ ดึงมือเพลิงออกจากลูกเพลิง จากนั้นแบมืออย่างเชื่องช้า

 ที่เผยออกมาคือตุ๊กตา ใบหน้าของมันว่างเปล่าไร้หน้าตา มีตัวหนังสือเขียนว่า 'ไอ้งั่ง'


 "หา...ตัวปลอม..."


 เสี้ยววินาทีนั้น


 "อุก-อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!"


 ร่างเพลิงของ โมบิรัสซ์ ปลิวกระเด็น เผ่ามารอายุหกขวบปรากฏกายจากข้างใน


 "ฮึม หากเป็นเผ่ามารเมื่อสองพันปีก่อน ไม่มีวันเคลื่อนย้ายมาที่นี่หรอก...งั้นหรือ"


 เปลวไฟที่กระเด็นไปคนละทิศคนละทางกลับมารวมตัวและก่อเกิดเป็นรูปร่างของคนอีกครั้ง


 "ช่างอ่อนแอยิ่งนัก มันเป็นเช่นนี้ตั้งแต่ตอนไหนกันนะ เผ่ามารเอ่ย จงมาอยู่ใต้บัญชาของข้าไหม"


 แต่ทว่า ราชาวิถีมารยังไม่ทันได้โม้จบ เสียงเพลิงฟุ้งกระจายในห้องกลับสั่นสะเทือนเมื่อเด็กชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว



 “ไทโอไทอัส! (ปืนใหญ่ศักดิ์สิทธิ์)”



 ตู๊มมมมมม!!!!!



 เสียงระเบิดดังสนั่น ร่างเพลิงของราชาวิถีมารถูกทำลายแหลกกระจุยกระจายไปทั่วห้อง เศษซากไฟลุกโชนและควันคลุ้งตลบ

 จากตรงนั้นเอง ปรากฏตัวเด็กชายวัย 6 ขวบ ผมสีดำ ดวงตาสีม่วงเข้ม ชื่อ อามัวร์ วีไวเซอร์ เขายืนตรงท่ามกลางเศษซากเพลิง ดวงตาสะท้อนประกายความเด็ดขาดและความแข็งแกร่งที่เกินวัย

 เปลวไฟที่แตกกระจายกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ก่อรูปเป็นรูปร่างของราชาวิถีมาร วงเวทมนตร์ปรากฏขึ้นรอบตัว เสื้อคลุมแบบดั้งเดิมคลุมร่างโมบิรัสซ์ไว้ราวกับเตรียมพร้อมต่อสู้ใหม่



 “เจ้าบอกว่าเป็นเผ่ามารยุคปัจจุบันหรือ…”



  โมบิรัสซ์เอ่ยเสียงเข้ม ดวงตา เนตรมาร ทอประกายราวกับแผ่พลังไปทั่ว

 อามัวร์ วีไวเซอร์ ก้าวขึ้นมาอย่างมั่นใจ ตอบกลับด้วยเสียงหนักแน่น อย่าง สง่าผ่าเผย



 “ข้าประหลาดใจ…เพราะข้าคุ้นเคยกับเวทมนตร์ยุคนี้มากแล้ว แต่ใช่ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เดิมทีเผ่ามารก็ทรงพลังเช่นเจ้าทั้งหลาย เผ่ามารยุคนี้ที่ถดถอยต่างหากที่ผิดปกติ”




 โมบิรัสซ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาเพลิงประกายเย็นเยียบ



 “อามัวร์ วีไวเซอร์ เผ่ามารผู้แข็งแกร่งในยุคปัจจุบันเอ๋ย ข้ามีข้อเสนออย่างหนึ่ง เจ้าจะรับฟังได้หรือไม่?”



 อามัวร์ วีไวเซอร์ เงยหน้าสบตา ร่างเล็กแต่เต็มไปด้วยพลัง



 “ลองว่ามาสิ”



 โมบิรัสซ์ก้าวเข้ามา ใบหน้าอัคนีคลี่ยิ้มอย่างใจเย็น



 “มาอยู่ใต้บัญชาของข้าไหม? ที่จริงแล้วข้าไม่นิยมชมชอบการต่อสู้ แต่ถึงกระนั้นก็ต้องปัดสะเก็ดไฟที่ร่วงหล่นมาให้พ้นตัว จำเป็นต้องสั่งสอนผู้โง่เขลาให้หลาบจำ เหนืออื่นใด ยุคสมัยนี้อันตรายยิ่งนัก… อันตรายยิ่งกว่าเมื่อสองพันปีก่อนอักโข”



 อามัวร์ วีไวเซอร์ ไม่แสดงความหวาดหวั่น แต่ยืนตรงต่อหน้าเปลวไฟอย่างไม่ละสายตา

 เอย์นอส เอ่ยต่อ


 “ถ้าเจ้าไม่นิยมชมชอบการต่อสู้จริงๆ ข้ามีข้อเสนอที่ดีกว่านั้น”


 “ข้อเสนอที่ดีหรือ…อย่างไรเล่า?”



 “เข้าไปอยู่ใต้บัญชาของ จอมมารผู้เหี้ยม อาร์วอซ วอลดีโกด ก็พอแล้ว เผ่ามารยุคปัจจุบันไม่ชอบต่อสู้ มนุษย์ก็เช่นกัน มหาสงครามยุติลง สันติภาพมาเยือนโลกแล้ว”



 โมบิรัสซ์ระเบิดหัวเราะดังหึ ๆ หว่านสะเก็ดไฟรอบตัว



 “หึหึหึหึหึ…พูดอะไรตลกชะมัดเลยนะ…เอย์นอส พอลติโคโลด์ ข้าผู้นี้คือ ราชาวิถีมาร ผู้บรรลุวิถีแห่งมาร จะเอาเข้าไปเปรียบเทียบกับจอมมาร อาร์วอซ… จะอวดดีเกินไปแล้วนะ”



 เปลวไฟร้อนระอุรอบตัวโมบิรัสซ์ พ่นประกายไฟสีแดงทองสลับดำ เศษสะเก็ดไฟไหลวนเป็นวงรอบร่าง อามัวร์ เด็กชายยืนต้านทานด้วยพลังเนตรมารที่สะท้อนออกมาเป็นม่วงเข้ม

เป็นอย่างไรบ้าง ฉันตั้งใจทำมากกว่าเดิมอีกแล้วครับ

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

↑ページトップへ