表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
Madou Gakuin no Futekigosha   作者: Shū Sianai
3/8

วิญญาณไร้นาม

ความลับของ เหล่า กองทัพอัศวิน นาม มายา

  บทที่10 : บิดาแห่งจอมมาร


 ยุคนั้นเป็นยุคก่อนที่ผู้ปกครองของเผ่ามารจะถือกำเนิด เผ่ามารที่แข็งแกร่งทั้งหลาย ไม่ว่าจตุราชามารหรือราชาถีมารแห่งอาเซเซียออน ต่างรบราห้ำหั่นประจัญบาน


 เหล่าเผ่ามารสำแดงอำนาจว่าข้านี่แหละคู่ควรจะปกครองอาเซนซีออน


 กระทั่งเผ่ามารด้วยกันก็ยังรบกันไม่เว้น มีไม่น้อยที่รุกรานฮาริสเพื่อขยายดินแดน ในและนอกอาณาจักรตกอยู่ท่ามกลางเพลิงสงครามเป็นนิจ


 เผ่ามารแต่ละกลุ่มจำต้องโดดเดี่ยวในการรับมือกับการบุกรุกของมนุษย์ผู้ผนึกกำลังกัน รวมทั้งเผ่าเทพ และหมู่ภูตที่ให้มนุษย์หยิบยืมพลัง


 สิ่งที่มวลมนุษย์และหมู่ภูตหวาดหวั่นคือ ความสามัคคีของเผ่ามารเพราะพวกมารโรมรันกันเองอย่างต่อเนื่อง กำลังรบของฮาริสกับอาเซนซีออนจึงรักษาสมดุลไว้ได้อย่างจวนเจียน


 หากเมื่อใดเกิดการปรากฏตัวของผู้ปกครองที่รวบรวมเผ่ามารให้เป็นหนึ่ง สถานการณ์รบคงพลิกตาลปัตรทันควัน


 กองทัพฮาริสยังคงเป็นจอมเจ้าเล่ห์เพทุบาย พวกเขาหว่านเมล็ดแห่งความหวาดระแวงแก่ราชาทั้งหลายที่ปกครองพื้นที่ต่าง ๆ ของอาเซนซีออน


 แผนของพวกเขาง่ายดายทำให้เผ่ามารฆ่าฟันกันเองระหว่างที่เหล่าเผ่ามารดูแคลนว่ามนุษย์ไร้ค่า กองทัพฮาริสก็จะค่อย ๆ ปิดฉากการรบ


 และเป้าประสงค์นั้นก็ประสบความสำเร็จอย่างราบรื่นทว่าในหมู่เผ่ามาร ย่อมมีผู้ตระหนักถึงเรื่องนั้นพวกเขาไม่สังกัดฝักฝ่ายใดของเผ่ามาร เป็นพวกไร้นาย ปราศจากดินแดน และไม่เปิดเผยแม้แต่นามของตน


 กองทัพอัศวินมายา แห่ง ประเทศ กาเดซีโอร่า ของ เผ่ามารซึ่งนำโดย เซลิส วอลดีโกด หายตัวไปโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ และไม่ทิ้งชื่อในประวัติศาสตร์พวกเขาคิดอย่างไรกวัดแกว่งดาบเพื่อสิ่งใดกันแน่


 มีเพียงผู้ที่เคยเห็นกองอัศวินไร้นาม—ซึ่งเป็นดั่งภาพมายา—กับตาตัวเองเท่านั้น ที่ยังหลงเหลือความทรงจำเพียงเล็กน้อย

 ทันใดนั้นเองทหารมนุษย์คนหนึ่งตะโกนสุดเสียง


 “ขะ...ข้าศึกบุก!! ข้าศึกบุก!!...ไม่รู้จำนวน! มองไม่เห็นตัว! เขตแดนกำลังถูกเวทมนตร์กระหน่ำโจมตีจากทั่วทุกทิศทางขอรับ!!”


 สถานที่นั้นคือเขตพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งอบอวลด้วยก๊าซหนองน้ำมีพิษ ตั้งอยู่ทางใต้สุดของอาเซเซียออนทหารมนุษย์ผู้สัมผัสถึงการจู่โจมจากเผ่ามารรีบส่ง ‘รีคุส’ ไปยังกองทัพพันธมิตรพวกเขาเพ่งมองสุดกำลัง

 แต่กลับไม่พบเงาของศัตรู


 “หน็อย...ไอ้เผ่ามาร...ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่...แล้วทำไมถึงรู้ว่าเป็นที่นี่...”


 หน่วยสิบเจ็ดแห่งกองทัพฮาริส นำโดย ผู้กล้า กราแฮม พวกเขาผูกพันธมิตรกับเผ่าเทพ และตั้งฐานปฏิบัติการลับใน อาเซนซีออน สถานที่แห่งนี้ควรเป็นความลับแต่จู่ๆ กลับถูกโจมตีจากศัตรูที่อำพรางตัวตน


 ผู้กล้า กราแฮม ก้าวออกมาข้างหน้า


 “ไม่ต้องกลัว...นี่คงเป็น "ไลเนล(มายาลวง)"

กับ

"นาจิระ(ซ่อนเร้นมนตรา)"


 เขามองไปรอบ ๆ อย่างสงบนิ่ง


 “แต่ดูจากสภาพแล้ว เวทน่าจะมีพลานุภาพต่ำ”


 เขายกดาบขึ้น ทหารบางคนเริ่มตั้งสติได้

ผู้กล้า กราแฮม กล่าวต่อ


 “พวกเราได้รับพรคุ้มครองจากเทพรีโนลรอสผู้

ศักดิ์สิทธิ์...เพื่อทะลวงพลังคุ้มครองนี้ เผ่ามาร

มีทางเดียวคือต้องเผยตัว”


 แสงสะท้อนจากคมดาบส่องประกาย ดาบปกปักษ์

โลรอสต์อัลมา กราแฮมประกาศเสียงดัง


 “ตราบใดที่ดาบเทพปกปักอยู่ในมือของข้า..พวก

เราจะไม่มีวันพ่ายแพ้”


 คำนั้นทำให้พันธมิตรกระวนกระวายเริ่มมีความ

มั่นใจดาบศักดิ์สิทธิ์นั้นได้รับพรจากเทพเขต แดน

รีโนโลรอส หากมีเขตแดนผู้กล้าขจัดสิ่งชั่วร้าย

 มีดาบเทพปกปักและพรคุ้มครองของเทพเขตแดนต่อให้โลกถล่มสลายก็คงมีเฉพาะพวกเขาที่อยู่รอดอย่างปลอดภัย


 แสงของ"อั๊สก์(อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์)"รวมตัวรอบ

ร่างของ กราแฮม พรคุ้มครองยิ่งทวีความแข็ง

แกร่งและในจังหวะนั้นเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างสงบ


 “เวเนเจียร่า(ความเป็นไปได้ปรากฏ)”


 เงาหนึ่งปรากฏตัวเบื้องหน้าหน่วยสิบเจ็ดแห่งกองทัพฮาริส ชายผู้มีผมสีม่วง ดวงตาสีฟ้า สวมเสื้อคลุมยาวสีดำขอบม่วง


 เซลิส วอลดีโกด(Celis Voldigoad)


 กราแฮมจ้องเขม็งทหารคนหนึ่งรีบตรวจสอบพลัง

เวทมนตร์ดู


 “...โผล่มาแล้วสินะ...”


 “ลองเปรียบเทียบความยาวคลื่นของพลังเวทแล้ว

ครับ!...ไม่ตรง เขาคงไม่ใช่เผ่ามารระดับราชวงศ์!”


 คำพูดนั้นทำให้เหล่าทหารหลายคนถอนหายใจโล่

งอกเผ่ามารระดับราชวงศ์คือกลุ่มที่มีพลังสูงลิบ

และต้องจับตาเป็นพิเศษแต่ชื่อของ เซลิส ไม่เคย

ปรากฏในข้อมูลข่าวกรองเลยหมายความว่าน่า

จะรับมือง่าย เซลิส ไม่พูดอะไรเขาเดินตรงเข้า

หาเขตแดนมือขวาตวัด


 ดาบหมื่นอัสนี เกลาว์เกย์ม๊อน เบื้องหน้าของเขาวง

เวททรงกลมปรากฏขึ้นไม่ใช่วงเดียวแต่มีถึงเก้าวง

เซลิสเอ่ยเบา ๆ อีกครั้ง


 “เวเนเจียร่า”


 เขาเลือกดาบหมื่นอัสนีแล้วแทงมันลงไป

 ในชั่วพริบตาดาบแห่งความเป็นไปได้ทั้งเก้าแทง

ทะลุวงเวททรงกลมทั้งเก้าเสียงอสนีบาตคำราม

ไฟฟ้าสีม่วงระเบิดกระจายทั่วพื้นที่ชุ่มน้ำนภาคำ

รามปฐพีสั่นสะเทือน


 เพียงการปลดปล่อยพลังเวทชีวิตในบริเวณนั้นก็ดับสูญไฟฟ้าสีม่วงแล่นไปตามพื้นดิน วาดวงเวทมหึมากลืนเขตแดนของเหล่าผู้กล้าเขตแดนนั้นมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้อาณาจักรถูกทำลายจากพลังเวทย์มหาศาล


 แต่ตอนนี้มันกำลังถูกฉีกออก เซลิสชูดาบขึ้นฟ้า ทั้งดาบที่มีตัวตนจริงและดาบแห่งความเป็นไปได้เส้นสายไฟฟ้าสีม่วงพุ่งขึ้นนภา แล้วเขาก็กล่าว


“ลาเวียเนโอนด์ กัลวาริสเอ็น(ดาบสิบสนามสายฟ้าม่วงสูญสิ้น)”


 สายฟ้ามหึมาจากท้องฟ้าฟาดลงมารวมกับดาบทั้งสิบแปรเปลี่ยนเป็นดาบยักษ์เพียงเล่มเดียวราวกับเสาที่เชื่อมฟ้ากับดิน เซลิสฟันลงมาเสียงกัมปนาทกึกก้อง หายนะกลายเป็นสายฟ้าท้องฟ้าของอาเซนซีออนถูกย้อมเป็นสีม่วง


 เพียงไม่กี่วิพื้นที่นั้นทั้งผืนก็ปลิวกระเด็นเหล่าหัวกะทิของกองทัพฮาริสและเทพเขตแดนอันตรธานเหลือเพียงดินแดนรกร้าง ผู้รอดชีวิตมีเพียงคนเดียว


 นั่นคือ ผู้กล้า กราแฮม


 ดาบเทพปกปักษ์ โรรอสต์อัลม่า ไหม้ดำจนร่วงกราวเหตุที่เขายังรอดมาได้อย่างหวุดหวิดคงเพราะพลังของเทพเขตแดน

 ดาบโรรอสต์อัลมา และ ‘อัสก์’ เซลิส เดินเข้าหาเขาช้าๆ กราแฮมก้มหน้า เบื้องหลังเซลิส เผ่ามารสิบกว่าตนสวมเสื้อคลุมปรากฏตัว


 อาจเพราะเวท “ไลเนล(มายาลวง)”

 และ

 “นาจิระ(ซ่อนเร้นมนตรา)”


 ทำให้พลังเวทของพวกเขาพร่าเลือนกราแฮมเงยหน้าขึ้นเขาหายใจหนัก


 “...ในเมื่อมีพลังสูงส่งเพียงนี้...แล้วเหตุใด...”


 กราแฮมพูดต่อ


 “...เหตุใด...ใยจึงไม่เข้าร่วม...สงครามแย่งชิงอำนาจ”


 เซลิส ไม่ได้เปิดปากตอบ ผู้กล้า


 เผ่ามารผู้ลือนามมักครอบครองดินแดน


 แต่กราแฮมไม่พบข้อมูลของชายคนนี้เลย


 “...พวกเจ้าเป็นใครกันแน่...”


 เซลิสตอบเบา ๆ


 “นามนั้นไม่จำเป็นสำหรับวิญญาณแต่สำหรับผู้ที่

จะเดินทางสู่ปรโลก อย่างน้อยควรได้สลัก

จำนามเอาไว้สักนิดข้าคือ ไอซิส (นายกอง)แห่งกองอัศวินมายา”


 “ช้าก่อน”


 อัคนีสีนิลลุกโชนจากเปลวเพลิงนั้นร่างหนึ่งปรากฏมนุษย์เพลิง ราชาถีมาร

 โมบิรัสซ์ เฮรอส


 “ที่แห่งนี้คือดินแดนอาเซเซียออน...และข้าคือเจ้าของดินแดน”


 เพลิงในดวงตาของเขาลุกวาบ


 “ไม่อาจปล่อยให้เจ้าสังหารชายผู้นั้นเพราะนึกสนุกได้ จริงไหมเล่า”


 เซลิสมองเขาเงียบๆโมบิรัสซ์ยิ้มบาง


 “ไม่ต้องปล่อยจิตสังหารเช่นนั้นหรอก...ข้ามีคำถามจะถามมนุษย์ผู้นั้นสักสองสามข้อ...แค่นั้น เจ้าคงไม่รังเกียจใช่หรือไม่”


 เซลิสยังไม่ตอบแต่ดึงดาบกลับคล้ายยินยอม โบมิลัส หันไปทางกราแฮม


 “จงตอบมา ผู้กล้ากราแฮม...มิเช่นนั้นชีวิตของเหล่าสายลับที่เจ้าส่งเข้ามาในวังของข้าจะหาไม่”


 “สายลับที่มายังวังอาเซเซียออนและพวกเจ้าตรงนี้ รวมแล้วยังไม่เท่าจำนวนคนที่เข้ามาในอาเซนซีออน...ที่เหลืออยู่หนใด”


 โมบิรัสซ์วาดวงเวท


 “เซ๊กต์(พันธสัญญา)...หากเจ้ายอมตอบอย่างว่าง่าย ข้าจะรับประกันชีวิตให้”


 เขากล่าวอย่างสงบ


 “ตัวข้ายึดหลักสันติภาพ เพียงได้ขับไล่พวกเจ้าออกจากดินแดนมิดเฮสแห่งนี้ก็พอใจแล้ว”


 ‘เซ๊กต์’ บันทึกข้อความตามที่เขากล่าวกราแฮมมองมันตอนนี้เขาเสียทั้งพวกพ้อง

 เสียทั้งดาบศักดิ์สิทธิ์และอยู่ในแดนศัตรูเขาไม่มีทางเลือกเขาลงนาม แล้วกล่าว


 “พวกพ้องของข้าอยู่ที่หมู่บ้านของตระกูลเซวร็อน...อย่างนั้นเองหรือ”


 เขาพูดต่อ


 “เหล่าสตรีแห่งเซวร็อนตัดหัวมนุษย์ ช่วงชิงใบหน้า สติปัญญา และพลังเวทไป...พวกเจ้าย่อมเคียดแค้นพวกนาง”


 ชนเผ่าเซวร็อนคือเผ่ามารไร้หัวที่หาได้ยากและมีเพียงอิสตรี


 โมบิรัสซ์กล่าวอย่างสุขุมเขามองไปไกล


 “ผู้กล้าเอ๋ย...ข้าเป็นราชาที่เข้าใจอะไรง่าย...มนุษย์อย่างพวกเจ้าจะโกรธแค้น ก็เป็นเรื่องธรรมดา...ตระกูลเซวร็อนจะถูกล้างแค้น ก็ไม่แปลก”


 เขาหันกลับมา


 “นี่เป็นโอกาสอันดี...เผ่ามารกับมนุษย์ควรหารือกันสักครั้ง...มาที่วังของข้าไหม...พวกพ้องของเจ้าก็อยู่ด้วย...ระหว่างที่พำนักอยู่ที่นั่น ข้าจะรับประกันความปลอดภัยของมนุษย์ในหมู่บ้านเซวร็อน”


 กราแฮมเงียบไปครู่หนึ่งเขาใคร่ครวญแต่ทางเลือกมีเพียงทางเดียว


 “...เข้าใจแล้ว”


 พริบตานั้น เซลิส วาดดาบหมื่นอัสนีลงอย่างเงียบงัน เสียงฟ้าร้องกึกก้อง สายฟ้าสีม่วงพุ่งเข้าใส่ โมบิรัสซ์ ใช้มือเพลิงขวาคว้าใบดาบไว้


 เขากล่าว


 “ไอซิสผู้ไร้นามเอ๋ย...ข้าได้บอกแล้วว่าที่นี่คืออาเซเซียออน”


 “ขออภัยด้วย แต่ในเมื่อมี ‘เซ๊กต์...อ๊ากกกกก!!”


 แขนเพลิงของ ราชาถีมาร ร่วงหล่น

 ถูกตัดด้วยดาบหมื่นอัสนี


 “...อึก...”


 ในเวลาเดียวกันดาบเกลาว์เกย์ม๊อน สะบั้นคอ ผู้กล้า กราแฮม โดยไร้ความปรานี ร่างเขามอดไหม้ไปกับสายฟ้าสีม่วง โมบิรัสซ์ตะโกน


 “เจ้าคิดจะ—”


 ดาบหมื่นอัสนีปักเข้าร่างของเขาไฟฟ้าสีม่วงแล่นพล่านทั่วกายเพลิง เซลิส ตวัดดาบจนสุด ร่างของโมบิรัสซ์แตกกระจาย

 แต่ยังไม่ดับสูญ ราชาถีมาร หัวเราะแผ่ว


 “อา ได้สิ...ข้าเข้าใจแล้ว...อย่างไรเสียมนุษย์ก็ต้องเสื่อมสลายอยู่ดี...ถึงสู้กับเจ้าไปก็เปล่าประโยชน์”


เปลวเพลิงสลายตัวเป็นสะเก็ดไฟ แล้วไม่กลับคืนสู่ร่างมนุษย์อีก ก่อนจะกล่าวทิ้งท้าย


 “ให้ตายเถิด...ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะปราศจากความ

ละโมบ อีกทั้งยังสร้างความย่อยยับในทุกที่ที่ไป

ถึงไม่มีเผ่ามารใดคลุ้มคลั่งเท่าเจ้า สมแล้วที่เป็น

คนสุดท้ายของ วอลดีโกด ที่ถูกกำหนดให้

เสื่อมสลาย แม้แต่จิตใจก็สูญสิ้นไปเนิ่นนาน

จนกลายเป็นเพียงวิญญาณ”


ราชาถีมารโบมิลัสกล่าวทิ้งท้ายเช่นนั้นแล้วจากไป

พร้อมกับ กองทัพมาร ของเขา

บทต่อไป จะเริ่มใน คืนนี้

แต่ถ้าอยากให้ เร็วขึ้น ก็ต้อง โอนเงินมา ให้ฉัน

ซื้อ ยาบ้า เสพ

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

↑ページトップへ