表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
Madou Gakuin no Futekigosha   作者: Shū Sianai
2/6

บทที่1 : บิดาแห่งจอมมาร

Madō Gakuin no Futekigosha

  การปิ๊กนิ๊กและสาเหตุที่ไม่ได้รับเลือก


 ข้า อาร์วอซ วอลดีโก๊ด วันนี้เป็นวันที่หาได้ยากวันที่ไม่มีสงครามไม่มีการต่อสู้ไม่มีศัตรูหลังจากที่ข้าได้หวนคืนสู่ตำแหน่งเดิมของข้า จอมมารผู้เหี้ยมโหด


 พวกเราทุกคนได้ออกมารวมตัวกันเพื่อทำสิ่งที่เรียบง่ายที่สุดอย่างหนึ่ง ปิ๊กนิค ผู้ที่มาด้วยกันในวันนี้มี


 เรย์ กรันซ์โดรี่

 มิสะ

 ซาช่า เนครอน

 มีช่า เนครอน

 เอเลโอนอร์ เบียนการ์

  เซเซีย เบียนการ์

 อัซต้า ผู้เป็นพ่อของข้า

 อีซาเบลล่า ผู้เป็นแม่ของข้า


 มันเป็นวันที่สงบมากจนแทบลืมไปเลยว่าโลกนี้เคยเต็มไปด้วยการต่อสู้เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นประตูห้องเปิดออกเบาๆเซเซียโผล่หน้าเข้ามาเสียงเล็ก ๆ ดังขึ้น


 “พี่”


 ประตูห้องเปิดออกเบาๆเซเซียโผล่หน้าเข้ามาในห้องเซเซียพูดพร้อมกับจ้องมองมาที่ข้าด้วยตาแป๋ว


 “พี่อาร์วอซ... ทุกคนพร้อมกันหมดแล้วนะ เหลือแค่พี่คนเดียวเลย”


 “ข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย ทำไมถึงไม่มีใครบอกข้าล่วงหน้าสักคำล่ะ”


 ทันใดนั้นเซเซียก็วิ่งเข้ามาแล้วจับแขนของข้าก่อนจะลากออกไปจากห้อง


 “ก็มันเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์นี่นา! เร็วเข้าสิ เดี๋ยวแสงแดดสวยๆ จะหมดซะก่อนนะ!”


 พริบตาเดียวข้าก็ถูกลากมาถึงหน้าบ้าน


 “โอ๊ะ มาแล้วหรอ อาร์วอซ”


 พ่อของข้ายืนอยู่ตรงนั้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง


 “มาช้าจังนะเจ้าลูกชายมัวแต่แต่งตัวหล่ออยู่หรือไง”


 เขากล่าวเย้าแหย่


 “งั้นไปกันเลยไหม”


 เขาทำท่าจะออกเดินทางทันทีทั้งที่ยังไม่ได้อธิบายอะไรเลยข้ามองเขาอย่างสงสัย


 “จะไปที่ไหนกันหรอ ท่านพ่อ จู่ๆ ก็ลากกันออกมาแบบนี้”


 พ่อมองท้องฟ้าลมพัดเบาๆท้องฟ้าสีครามใสเขากางแขนออกเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นอย่างจริงจัง เขายิ้มกว้าง


 “แกดูสิ อาร์วอซ...อากาศแบบนี้...ท้องฟ้าใสกระจ่างลมโชยเย็นสบาย...ในฐานะลูกผู้ชาย แกไม่รู้สึกเหรอว่ามันคู่ควรที่สุดแล้วสำหรับการ ปิ๊กนิค!"


 ข้ามองพ่ออยู่ครู่หนึ่งจากนั้นสายตาของข้าก็เลื่อนลงไปที่มือของเขาซึ่งกำลังถือ

 ดาบ


 “แล้วท่านจะเอาดาบไปด้วยทำไม ปิ๊กนิคจำเป็นจะต้องพกอาวุธสงครามไปด้วยหรอ?”


 พ่อยิ้มกว้างขึ้นอีกรอยยิ้มแบบเดียวกับตอนที่กำลังจะไปทำลายล้างศัตรู


 “ถามแปลกๆก็นี่ไงอุปกรณ์สำคัญ!ปิ๊กนิคไปฝึกวิชาดาบไป...เลือดลมจะได้สูบฉีดไงล่ะ!จะเป็นยอดชายต้องขยันฝึกฝนตลอดเวลานะ”


 ข้าถอนหายใจเบาๆในขณะเดียวกันทางด้านทุ่งหญ้ามีช่าเดินไปหาเซเซีย


 “เซเซีย... ดูนั่นสิ ดอกไม้ตรงนั้นสีสวยจัง ไปเก็บดอกไม้มาทำมงกุฎกันไหม?”


 เซเซียพยักหน้าแรง ๆ


 “อื้อ! จะเก็บมาฝากพี่อาร์วอซกับเอเลโอนอร์เยอะๆ เลย!”


 ทั้งสองเดินเข้าไปในทุ่งดอกไม้ลมพัดผ่าน

 กลีบดอกไม้ปลิวไปทั่วอีกด้านหนึ่ง ซาช่า กำลังช่วยแม่ของข้า อีซาเบลล่า จัดเตรียมอาหาร


 “ซาช่า ช่วยหยิบตะกร้านั่นให้หน่อยจ้ะ”

 “ได้ค่ะคุณแม่!เอ๊ะ...ตะกร้านี้คือแซนด์วิชสูตรพิเศษที่คุณแม่บอกเมื่อวานใช่ไหมคะ?"


 ซาช่าเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น


 “ใช่แล้วจ้ะมีไส้ที่อาร์วอซชอบเป็นพิเศษด้วยนะจ๊ะ ช่วยดูหน่อยว่าใส่ซอสทั่วหรือยัง”


 “ได้ค่ะคุณแม่”


 ซาช่าหยิบตะกร้าอาหารมาให้กลิ่นขนมปังอบใหม่ลอยออกมาบรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบในขณะนั้นพ่อของข้าเดินเข้ามาใกล้แล้วตบไหล่ข้าเบาๆข้าหันไปมอง พ่อมองข้าด้วยสายตาอบอุ่นก่อนจะพูดขึ้นเสียงของเขาจริงจัง


 “อาร์วอซ...พ่อดีใจมากนะ...ไม่ว่าแกจะเป็นจอมมาร เป็นผู้ยิ่งใหญ่มาจากไหน... แต่สำหรับพ่อพ่อดีใจจริงๆที่มีแกเป็นลูก”


 ข้าไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยพ่อมองข้าอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็พูดขึ้นอีกครั้งน้ำเสียงของเขานุ่มลง


 “จงเดินไปตามเส้นทางที่แกเลือก...ทางที่แกเชื่อมั่นว่ามันถูกต้อง...ไม่ต้องกังวลเรื่องข้างหลังพ่อกับแม่จะคอยเอาใจช่วยแกเสมอ”


 เขาตบไหล่ข้าอีกครั้งลมพัดผ่านทุ่งหญ้า

 ดอกไม้ไหวเอน

 พ่อหันมองไปยังท้องฟ้า

 ก่อนจะพูดประโยคสุดท้ายเขายิ้ม


 “อาร์วอซ...พ่อไม่มีอะไรจะสอนแกอีกต่อไปแล้ว...แกเติบโตขึ้นมาได้ยอดเยี่ยมกว่าที่พ่อเคยฝันไว้เสียอีก...”


 เสียงของเขาเต็มไปด้วยความภูมิใจ


 “จำไว้ให้ดีนะ...แกเป็นลูกชายที่พ่อภูมิใจมากที่สุดในชีวิตเลย!”


 หลายวันหลังจากวันปิ๊กนิคข้าและทุกคนได้มุ่งหน้าไปยัง โลกใต้พิภพ อีกครั้งพวกเราใช้เวทมนตร์


 “เกการ์ (เหินเวหา)”


 ลอยผ่านท้องฟ้ามืดหม่นของแดนมารลมเย็นพัดผ่านเสื้อคลุมของพวกเราก่อนที่ในที่สุดพวกเราจะลงจอดที่ซากปรักหักพักของสิ่งก่อสร้างเก่าแก่แห่งหนึ่งหลังจากนั้นไม่นาน


 เรย์ กรันซ์โดรี่ และ มิสะ ก็แยกตัวออกไปสำรวจอีกด้านหนึ่งทางเดินหินยาวทอดลึกเข้าไปในความมืดมีเพียงแสงเวทสลัว ๆ ส่องให้เห็นทางทั้งสองเดินมาถึงประตูบานหนึ่งแกรก…ประตูถูกเปิดออกช้า ๆภายในห้องนั้น


 มืดสลัวและมีเงาของชายคนหนึ่งยืนอยู่

 มิสะชะงักเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นทันที


 “คุณ…ที่อยู่ตรงนั้นน่ะ… ไม่ใช่คนของฝั่งเรานี่คะ?”


 เสียงของเธอระมัดระวัง


 “ทำไมถึงอยู่ในที่แบบนี้ได้...คุณเป็นใครกันหรอคะ”


 ชายคนนั้นยังคงเงียบก่อนจะค่อย ๆ ยืนขึ้นจากเก้าอี้ที่อยู่ในเงามืดเขาก้าวเดินเข้ามาช้าๆจนแสงสลัวเผยให้เห็นใบหน้าของเขาชายคนนั้นกล่าวขึ้นเสียงทุ้มหนักเขามองไปยังชายที่ยืนข้างมิสะ


 “ข้าคือ…ผู้กล้า คาซิม”


 จากนั้นเขาก็กล่าวต่อ


 “น้ำเสียงและแววตานั่น... ดูเหมือนเจ้าจะจำอะไรไม่ได้เลยสินะ …เป็นพี่ชายของคนที่เธอยืนอยู่ข้าง ๆ นั่นยังไงล่ะ”


 มิสะหันไปมองเรย์ทันที

 สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความงุนงง


 “เอ๊ะ... พี่ชายงั้นเหรอคะ? หมายความว่ายังไงกัน...”


 เรย์เองก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองคาซิมแล้วกล่าวขึ้นเสียงของเขาสงบ


 “ขอโทษด้วยนะครับ…ดูเหมือนความทรงจำของผมจะขาดหายไปมากพอดีว่าชาติที่แล้วผมถูกสังหาร…แม้กระทั่งรากเหง้าก็ไม่เหลือ...จึงทำให้ผมไม่รู้เรื่องราวเมื่อสองพันปีก่อนเท่าไรนักรวมถึงเรื่องของคุณด้วย”


 คาซิมจ้องมองเขาก่อนจะกล่าวขึ้นอีกครั้ง


 “…ข้าคือพี่ชายของ…ผู้กล้า คาน่อน”


 แล้วเขาก็ชี้ไปที่เรย์


 “เจ้าที่ยืนอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ เมื่อสองพันปีก่อน…หรือก็คือเจ้านั่นไง”


 มิสะเบิกตาเล็กน้อยส่วนเรย์เพียงพยักหน้าเบา ๆเขาตอบอย่างเรียบง่าย


 “เรื่องนั้น…ผมรู้ครับ...ผมรู้ว่าผมคือผู้กล้า คาน่อน...ที่กลับชาติมาเกิด...เรื่องตัวตนของผมในอดีตผมยอมรับมันมาตั้งนานแล้ว”


 เรย์มองไปยังคาซิม


 “…แต่เรื่องอื่น ๆ เรื่องครอบครัว หรือความสัมพันธ์ที่เคยมี”


 "…ผมไม่ทราบอะไรเลยจริง ๆ ครับ ต้องขอประทานโทษด้วยจริงๆ ที่จำพี่ชายอย่างคุณไม่ได้”


 ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบคาซิมจ้องมองเรย์อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่สายตาของเขาจะเปลี่ยนไปภายในใจของเขากำลังคิดถึงสิ่งหนึ่งแม้ว่าคาน่อนจะกลับชาติมาเกิดใหม่มีตัวตนใหม่และใช้ชื่อว่า เรย์ กรันซ์โดรี่ แต่ทว่า ดาบศักดิ์สิทธิ์แห่งผู้กล้า


 ดาบวิญญาณเทวะมรรไตร·เอวาร์นมานา


 ก็ยังคงเลือก คาน่อน เหมือนเดิมไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปเท่าใดไม่ว่าตัวตนของเขาจะเปลี่ยนไปเพียงใดดาบเล่มนั้นก็ยังคงตอบสนองต่อเขาเพียงผู้เดียวคาซิมกำหมัดแน่นสายตาของเขาเย็นลง


 “เข้าใจแล้ว...ในเมื่อจำไม่ได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ข้าจะต้องอยู่ที่นี่ต่อ”


 เขาพูดเพียงเท่านั้นจากนั้นก็หันหลังแล้วเดินออก จากห้องไปเสียงฝีเท้าของเขาค่อยๆห่างออกไปภายในใจของเขามีความรู้สึกหนึ่งกำลังกัดกินอยู่เงียบ ๆความอิจฉา


 ในสายตาของเขาเขาเองก็เป็น ผู้กล้า เช่นเดียวกับคาน่อน เขาก็ฝึกฝนต่อสู้และอุทิศตนไม่ต่างจากอีกฝ่ายเลย แล้วทำไม

 ดาบเทวะมรรไตร เอวาร์นมานา ถึงเลือกเพียง คาน่อน เพียงคนเดียว


 ความคิดนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขาขณะที่ร่างของคาซิมค่อยๆหายไปในความมืดของทางเดินใต้พิภพทิ้งไว้เพียงความเงียบและคำถามของผู้ที่


 ไม่ได้ถูกเลือก.

ตอนต่อไป ฉันจะทำภายในคืนนี้แน่นอน ถ้าฉันมีเงินไปซื้อ ยาบ้า มาเสพ

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

↑ページトップへ