表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
The Unknown   作者: Shū
บทที่ 8 : บิดาของจอมมาร
4/4

[ ~ ความจริงเมื่อสองพันปีก่อน ~ ]


 เมื่อสองพันปีก่อน ณ ภูเขาไฟเมฆสายฟ้า ดินแดนกอร์เนลกองอัศวินมายานำโดยเซลิสอยู่ที่ภูเขาไฟซึ่งมีเมฆครึ้มปกคลุมและเสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาคือปากปล่อง ภูเขาไฟ ลาวาที่เอ่อล้นไปด้วยพลังเวทเดือดพล่าน


"ที่นี่รึ"


 เซลิสวาดวงเวทแล้วสอดมือเข้าใจกลางของมัน เขาดึงดาบหมื่นอัสนีเกาด์เกย์มอนมาชูขึ้นฟ้า ทันใดที่ไฟฟ้าสีม่วงมหึมารวมตัว ที่ใบดาบ เขาวาดมันลงไปทางปากปล่องภูเขาไฟ เสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นหวั่นไหว ไฟฟ้าสีม่วงฟาดลงที่ลาวาเดือด น้ำพุสีแดงพวยพุ่ง ลาวาที่ถูกสายฟ้าฟาดมลายไป


 ปล่องภูเขาไฟว่างเปล่าในชั่วอึดใจเมื่อชะโงกมองก็พบว่าลึกพอสมควร ที่ก้นปล่องมีวงเวทเฉพาะที่วาดไว้ พวกเซลิสกระโดดลงปล่องภูเขาไฟมาอยู่บนวงเวทเฉพาะที่ เมื่อใช้พลังเวท ร่างกายก็ดิ่งจมลงพื้นใต้ปล่องภูเขาไฟมีโพรงคล้ายจะเป็นถ้ำ


 ในนั้นมืดสลัวไร้แสงกลิ่นเหม็นน่ารังเกียจทิ่มแทงจมูก กลิ่นเลือดนั่นเอง กลิ่นไม่น่าพิสมัยเช่นเดียวกับที่เคยได้กลิ่นที่ไหนสักแห่งในอดีต พวกเขาเดินลึกเข้า ข้างในพลางสอดส่องสายตาในความมืด ในไม่ช้าก็เห็นแสงรำไรตะไคร่น้ำเปล่งแสงที่ติดบนผนังถ้ำช่วยมอบแสงสว่าง


 เมื่อเพ่งมองก็เห็นศพเรียงรายเป็นทิวแถว เป็นศพของสี่เผ่าคือมนุษย์มาร ภูต และเทพ เกือบทุกศพมีร่องรอยท้องฉีกขาด แม้มีศีรษะทว่าสภาพเหมือนที่หมู่บ้านเซวรอนแทบทุกอย่าง ใครบางคนคงเคย

 วิจัยเวทมนตร์ในที่แห่งนี้


"ออกมาซะ"


 เชลิสตวัดเสียงบอก เสี่ยงฝีเท้าดังก้องจากอีกฟากของความมืด ผู้ที่เดินออกมาคือชายถือหอกมาร


"เจฟฟ์"


 เอดพึมพำ เซลิสเห็นเขาก็ขมวดคิ้วทันที


"มาทำอะไร"


"ที่นี่เป็นที่แบบไหนกันแน่ขอรับ"


 "คนถามคือข้า เจ้าไม่ใช่วิญญาณอีกต่อไปแล้ว ข้ากำลังถามว่าเจ้ามาทำอะไรที่นี่"


 เซลิสเขม้นมองเจฟด้วยประกายตาคมกริบ


"..ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังติดหนี้บุญคุณที่ท่านเก็บข้ามา...ถึงจะทำความเข้าใจท่านได้ยาก...แต่มีเฉพาะเรื่องนั้นที่จริงแท้..."


 เจฟมองตอบเซลิสตรง ๆ แล้วกล่าว


"ข้าทอดทิ้งท่านไม่ได้ขอรับ ต่อให้ต้องมีชีวิตเป็นวิญญาณโดยไม่เต็มใจก็ตามที่.."


"จะเดินบนเส้นทางที่ขัดต่อศรัทธาของตัวเองรึ"


 เจฟเงียบไปเมื่อถูกถามเสียงกร้าว


"..เรื่องนั้น....ข้าไม่ทราบขอรับ..."


"เจ้าเด็กเหลือขอที่เตรียมใจพร้อมยังทำไม่ได้ ยังกล้าโผล่หัวมาที่นี่ด้วยความคิดเช่นนั้นอย่างหน้าไม่อายอีก"


 เซลิสไม่สนใจเจฟ เขากวาดตามองในถ้ำ คงกำลังค้นหาร่องรอยของผู้ใช้ศาสตร์ที่เคยทำการวิจัยเวทมนตร์ที่นี่


"ไอซิส"


 พอเจฟตั้งท่าจะซักถาม เอดตบบ่าเขา


"ไม่นึกว่าเจ้าจะกลับมา"


 เอดพูดเพียงเท่านั้นแล้วเริ่มสำรวจในถ้ำ เจฟมองภาพนั้นชั่วครู่ แต่สุดท้ายก็ร่วมปฏิบัติงานกับเหล่าอัศวินมายาเหมือนปรับ

 อารมณ์ได้แล้ว เขาเอ่ยถาม


"ที่นี่เป็นห้องวิจัยของมันหรือขอรับ"


"คงใช่"


 เซโน่ตอบ


"...วิจัยเวทมนตร์อะไรหรือ"


"คงเป็นเวท 'ซิลิการ์' เป็นกลเม็ดที่ทำให้มันผู้น่าจะสิ้นสูญไปแล้วมีชีวิตรอดมาได้"


"มันทำได้อย่างไร"


 เซโน่ ส่ายศีรษะเป็นทำนองว่าไม่รู้ แล้วมองไปที่เซลิส เซลิสเอ่ยทั้งที่ยังเพ่งมองวงเวทเฉพาะที่ในถ้ำ


"ข้าบั่นคอมันและร่ายคำสาปด้วยไฟฟ้าสีม่วง ใช้คำสาปตัดหัว กับมัน มันน่าจะดับสูญไปแล้ว ทว่ามีบางรายที่วิธีนั้นใช้ไม่ได้ผล"


 หลังใช้ความคิด เจฟฟ์ถาม


"เผ่ามารที่ไม่มีหัวหรือขอรับ"


"ถูกต้องในบรรดานั้นมีเผ่าที่ดูเผินๆ มีหัว ทว่าใช้วิธีนั้นไม่ได้ผล นั่นคือเชื้อสายของเผ่าเซวรอน เพราะหัวของพวกนั้นเป็นเพียงของหยิบยืมมาที่เปลี่ยนเป็นของใหม่ได้"


"ทว่าอย่าว่าแต่เป็นเชื้อสายของเซวรอนเลย มันไม่ใช่เผ่ามารด้วยซ้ำ..."


"คงกลับมาเกิดใหม่ด้วยเวทมนตร์เกิดใหม่ที่ใช้ครรภ์มารดา"


 เซลิสจับจ้องศพที่มีวงเวทวาดไว้ที่ท้อง


"เวลาใช้เวท 'ซิลิการ์' ร่างหลังเกิดใหม่จะมีความคลุมเครือ มันพัฒนาเวทมนตร์นั้นและใช้ครรภ์มารดาเพื่อกลับชาติมาเกิดใหม่เป็นตัวตนที่ตัวเองเลือก คาดว่ายังทำได้ไม่สมบูรณ์ ทว่ามันจูโจมหมู่บ้านเซวรอน ใช้พวกนางเป็นครรภ์มารดา แล้วกลับชาติมาเกิดใหม่เป็นเชื้อสายของเซวรอน_"


 เซลิสพลันผุดสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนพูดต่อ


"ไม่สิ มันรับเอาเลือดของเซวรอนไป กลับชาติมาเกิดใหม่เป็นตัวตนอีกประเภทโดยได้รับพลังของเผ่าไร้หัว แล้วแปรเปลี่ยนเป็นอสุรภายที่เรียกว่าเผ่ามารไม่ได้ด้วยซ้ำ"


 เพราะเหตุนั้น แม้เซลิสจะบั่นคอและร่ายคำสาปตัดหัวแล้วมันก็ยังไม่สิ้นสลาย


"มันอาจใช้เวทมนตร์เกิดใหม่พร้อมกับตอนที่ข้าร่ายคำสาป ตัดคอใส่มันก็ได้ รากเหง้าหายไปจากที่นั่น แล้วย้ายเข้าครรภ์มารดา ที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ถ้าไม่รู้กลเม็ด ก็จะนึกได้อย่างเดียวว่ามัน ดับสูญแล้ว"


 ใช้'กิเจลิการ์' ไม่ผิดแน่ กลับชาติมาเกิดใหม่ได้เร็วกว่าด้วย


"เวทมนตร์แบบนั้น...ไม่มีใครในหมู่เผ่ามารใช้ได้.มนุษย์ดั้นต้นไปถึงก้นบิ้งนั้นแล้วหรือ..."


"อย่าไปดูถูกสิ มันไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แค่ใช้พลังของเชื้อสายเชวรอนและคลุมกายด้วยผิวหนังของมนุษย์ เพื่อปกปิดรากเหง้าที่อยู่เบื้องลึก"


 ได้ยินเสียงปรบมือแปะ ๆ เสียงปรบมือก้องมาจากความมืดในถ้ำคล้ายจะชมเชย

  เซลิส


"สมแล้วที่เป็น เซลิส วอลดีโกด หัวหน้ากองอัศวินไร้นามแห่งดีลเฮส"


 มีเสียงฝีเท้าดังพร้อมเสียงพูดที่ฟังดูอ่อนโยน คนส่วนใหญ่ในยุคเทพปกรณัมจะเดินเงียบเชียบไร้เสียงในสมรภูมิ หรือถึงไม่ทำอย่างนั้นก็จะระมัดระวังและเตรียมใจพร้อม


 ทว่าเสียงฝีเท้านี้ฟังดูไร้กังวลจนไม่เหมาะกับสนามรบ มันเดินมาจากทิศทางที่พวกเซลิส เดินมา มนุษย์ผู้นี้เคยกบดานอยู่ในดีลเฮด เขาคือผู้กล้า กราแฮม หัวหน้าหน่วยสิบเจ็ดแห่งกองทัพอาเซซิออน


"สันนิษฐานได้วิเศษมาก"


 เซลิสถามเสียงแข็งขณะส่องดูกันบิ้งของบุรุษที่ปรากฏตัว


"เจ้าเป็นใคร"


"ผู้กล้ากราแฮมน่ะสิ หมายถึงตอนนี้นะ"


 เซลิสยิงสายตาดุดันใส่อีกฝ่าย


"ข้าไม่ได้ถามชื่อของหัว จงเผยโฉมหน้าที่แท้จริงซะ ไอ้สวะ"


 กราแฮม พลันผุดยิ้ม


"ถึงบอกให้เผยโฉมหน้าแท้จริง ผมก็ลืมชื่อในอดีตไปแล้วเรียกผมว่ากราแฮมก็ได้ อีกอย่าง จำได้ว่าผมเป็นมนุษย์มาตั้งแต่ต้นแล้ว เกิดมาในตระกูลนักปราชญ์ที่เก่าแก่ทรงเกียรติ ถนัดเวทมนตร์กว่าคนทั่วไปนิดหน่อย ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้นะ ที่ผมคิดว่าตัวเองต่างจากคนอื่นอยู่บ้าง"


 สีหน้าเหมือนตอบโต้บทสนทนสัพเพเหระ ทว่าให้ความรู้สึกน่าขยะแขยงเหมือนคนสติฟั่นเฟือน


"ใช่ ผมตระหนักว่าคนอื่นพากันสิ้นชีวิต ส่วนผมไม่เคยเป็นอย่างนั้น เพราะอะไรกันนะ ผมตามหาคำตอบมาตลอด แต่ยังไม่พบเลย"


 กราแฮมรับประกายตาของเซลิสไว้อย่างสบายอารมณ์


"แต่ช่วงนี้ผมก็เจอเพื่อนพ้องจนได้ อ้อ แต่เพราะอย่างนั้นผมอาจทำเรื่องไม่ดีกับนายไปแล้วก็ได้นะ"


"หมายความว่าไง"


"ลืมแล้วเหรอ เรื่องนี้ไงล่ะ"


 พอกราแฮมดีดนิ้ว วงเวทก็ก่อเกิดบนคริสตัลในถ้ำก่อนจะฉายภาพ สถานที่คือหมู่บ้าน เซวรอน นั้นเลือภาพยามที่จอมมารโกง จะใอ้นี


" ฝีมือทารก เมื่อที่ก่อนจะเห็นเปลวเพลิง จำได้ยินเสียงทารกขับ..แล้ว ก็เห็นพลังเวทที่ไม่ใช่ของนาง เผ่ามารในท้องกำลังใช้พลังเวท.."


"ว่า.....ไงนะ"


"..ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง พอเติบโตแล้วจะมีพลังขนาดไหน..."


 นัยน์ตาของพวกทหารในที่นั้นเป็นประกายวาว


"จะให้เกิดมาไม่ได้เด็ดขาด สิ่งที่อยู่ในท้องของหญิงนางน์คือร่างจำแลงของความชั่วช้าที่จะกลื่นกินโลกนี้ด้วยเพลิงสงคราม...แม้ต้องแลกด้วยชีวิต เราก็ต้องทำลายมันให้ย่อยยับตรงนี้เพื่อสันติภาพของโลก!"


"ลุย!! ฆ่ามันนนน!! เพื่อโลกของเรา!! เพื่อความเที่ยงธรรม!"


 ทหารมนุษย์กรูกันเข้าจู่โจม ใบดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือเปล่งแสงเจิดจ้าชั่วพริบตาต่อมา--เสียงทารกขยับดังก้อง เปลวไฟสีดำทะมืนกลืนพวกเขาทุกผู้เข้าไป


"อะไรเนี่ย ไฟนี้ดับไม่ได้ บ้าน่า เขตแดนที่ผนึกพลังขอฝเผ่ามารมัน!"


"ฮี่ย...พลังน่าพรั่นพรึงนี่มันอะไรกัน!"


"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก..!!!"


 วินาทีนั้นมนุษย์ทั้งหลายที่อยู่รอบบริเวณเปลี่ยนสภาพเป็นขี้เถ้าจนหมดสิ้น


"วิเศษไปเลยเนอะ"


 ชายคนหนึ่งกล่าวด้วยเสียงไม่อนาทรทุกข์ร้อน


"เชื้อสายของตระกูล วอลดีโกด พลังแห่งการเสื่อมสลาย ราวกับหลุดออกจากตรรกะของโลกนี้"


 ผู้ที่อยู่ตรงนั้นไม่ใช่เทพแห่งการทำลายล้างอาเบลนิวซึ่งอยู่ในร่างของเด็กสาว ทว่าเป็นกราแฮม


"เมื่อครรภ์มารดาใกล้พินาศ พลังเวทก็เพิ่มขึ้นหรือนี้"


 เขาจับจ้องลูน่า อัคนีสีนิลปรากฏตรงหน้านางและกลายเป็นบาเรียราวกับจะปกป้องมารดา


"...อานอส.."


 ลูน่าพึมพ้า


"ไม่ต้องห่วง..ไม่เป็นไรหรอก...ลูกใช้พลังเพื่อให้ตัวเองเกิดมาก็พอ..แม่จะคลอดลูกให้ได้..."


"งดงามเหลือเกิน ความรักของแม่ที่ปกป้องลูก เธอคงเสี่ยงชีวิตคลอดเขาออกมา"


 กราแฮม เอ่ย


"เมื่อครรภ์มารดาเสื่อมสลาย เขาก็จะได้รับชีวิต โดยแบกรับชะตากรรมแห่งการเสื่อมสลายไว้"


 ทันใดที่อัดนีสีดำสนิทอันตรธานสิ้น ลูนาวิ่งเข้าหากราแฮมเขายิ้มแล้วโค้งอย่างนอบน้อมดุจดังเปิดม่านการแสดงบนเวที


"ขอบคุณ"


 ความมืดมิดเริ่มแผ่ขยายไปรอบด้าน


'กาเลียน'


 ความมืดมิดซึ่งไม่มีแสงสักเสี้ยวมาเยื่อนที่แห่งนั้น


"แย่จัง แบบนี้ก็มองอะไรไม่เห็นเลยน่ะสิ"


 ฉับ เสียงชีวิตดับวูบ มือของกราแฮมผ่าท้องลูน่า


"...อะ...."


 นางทรุดเข่าฮวบแล้วล้มลง กระนั้นก็ยังยกมือจับท้องเพื่อปกป้องทารกน้อย


"คุณคะ...ที่เหลือ..."


 ชั่ววินาที่นั้นไฟฟ้าสีม่วงแล่นแปลบปลาบเสมือนหนึ่งจะมีอสุนีบาตฟาดลงมา ดาบเกาด์เกย์มอนแทงทะลุหัวใจของกราแฮมไฟฟ้าสีม่วงอันทรงพลังป่วนปั่นเปรี๊ยะ ๆ ในร่างของกราแฮม เซลิส ร่ายเวทแห่งการเสื่อมสลายทั้งมวลใส่รากเหง้าของอีกฝ่าย


‘ราเวีย เนโอลด์ กัลวารีสเอน(ดาบสิบสนามสายฟ้าม่วงสูญสิ้น)’


 ไฟฟ้าสีม่วงมอบความวอดวายให้แก่ร่างและ รากเหง้า ของ กราแฮม


"งั้นไว้พบกันใหม่"


 กราแฮมพูดสบายๆ คล้ายจะกลับบ้าน เขาสินชีวิตสลายไปอย่างไร้ร่องรอยในเสี้ยววินาทีถัดมา ไม่สิ คงเกิดใหม่ด้วย 'กิเจลิกา' ก่อนจะทันได้สลายไปต่างหาก เซลิสไม่สนใจเขา ค่อยๆเบนสายตาไปทางลูนาที่ล้มอยู่ ภาพหยุดลงตรงนั้น


"ว่าแต่"


 กราแฮมเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง


"นายจำคำพูดในวาระสุดท้ายของเธอได้รึเปล่า"


 เซลิสไม่ตอบคำถามนั้น เอาแต่เขมันมองกราแฮมนิ่ง ๆ


"ที่ผ่านมาฉันมีความสุข' น่าประทับใจจังเลยนะ ให้ฉันข้ามไปฉากนั้นเลยไหมล่ะ"


 ชั่ววินาทีนั้นไฟฟ้าสีม่วงแล่นปราด คริสตัลที่ฉายภาพแตกเป็นผุยผง


"ข้าไม่สนใจ"


 เซลิสโพล่งอย่างเย็นชา ตั้งดาบหมื่นอัสนีขึ้นต่ำๆ


"เจ้าเป็นคู่มือที่เหมาะกับวิญญาณ เห็นบอกว่าไม่มีวันสิ้นชีวิตขอทดสอบดูหน่อยเถอะว่าเป็นจริงหรือไม่"


"ผมรู้อยู่แล้วนะ เซลิส วอลดีโกด ว่าที่จริงแล้วนายไม่ใช่วิญญาณ"


 กราแฮมยิ้มเหมือนมองทะลุจิตใจเซลิส


"นายแสร้งแสดงเป็นวิญญาณ คร่าจิตใจตัวเอง และทุ่มเทให้กับการต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวในแบบที่ไม่มีผู้อื่นเข้าใจได้ ร่วมกับเพื่อนพ้องที่มีน้อยนิด อา ช่างงดงามอะไรอย่างนี้"


 กราแฮมเอ่ยขณะวาดวงเวทด้วยสองมือ


"ถ้าผมเหยียบย่ำปณิธานนั้น นายจะเผยใบหน้าที่แท้จริงให้ผมเห็นหรือเปล่าหนอ ฮ่า ๆ ๆ ๆ อยากให้มันเป็นแค่สุข รึเปล่าล่ะครับ มารร้าย สายฟ้าม่วง เซลิส"

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

↑ページトップへ