~ คดีฆาตกรรมบ้านพักต่างอากาศ ~
เวลา 16:45 น. ปลายฤดูฝนเมฆสีเทาอ่อนลอยคลุมเหนือเทือกเขาอันเงียบสงบสายลมเย็นพัดผ่านต้นสนที่เรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทางกลางหุบเขาแห่งนั้น...มีบ้านพักตากอากาศหลังหนึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวชื่อของมันคือไวท์ไพน์ลอดจ์
บ้านไม้สองชั้นสไตล์ยุโรป สร้างติดริมทะเลสาบสีมรกต มีเพียงถนนเส้นเดียวที่สามารถเข้าออกได้รอบด้านเป็นป่าทึบกลางคืนแทบไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
เหมาะสำหรับการพักผ่อน...แต่หากเกิดเหตุร้ายขึ้น
การขอความช่วยเหลือก็เป็นไปได้ยากคืนนี้...บ้านพักแห่งนี้มีแขกทั้งหมดเจ็ดคนซึ่งทุกคนรู้จักกันมาก่อนแต่ไม่มีใครรู้เลยว่าภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าหนึ่งในพวกเขาจะกลายเป็นศพและอีกคน
จะกลายเป็นฆาตกรที่วางแผนทุกอย่างไว้อย่างเยือกเย็นผู้ที่มาพัก อเล็กซ์ มอร์แกน
เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์วัย 35 ปี
สุภาพ อ่อนโยน และเป็นผู้เชิญทุกคนมาพักผ่อน เอมิลี่ ฮาร์เปอร์หญิงสาววัย 31 ปี
แฟนสาวของอเล็กซ์ทั้งคู่คบกันมานานกว่าสามปี
งานแต่งงานถูกกำหนดไว้ในอีกไม่กี่เดือน
ไรอัน คาร์เตอร์ชายวัย 33 ปีเพื่อนสนิทของอเล็กซ์ตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยภายนอกเป็นคนร่าเริงแต่หลายครั้งก็ดูเก็บงำความรู้สึกบางอย่างไว้โซเฟีย เบนเน็ตต์สถาปนิกสาววัย 30 ปีเพื่อนของเอมิลี่เธอเป็นคนช่างสังเกตและมักรับรู้บรรยากาศรอบตัวได้ดีกว่าคนอื่น
ดร.ลูคัสแพทย์ประจำกลุ่ม และ มาเรีย
แม่บ้านประจำบ้านพักและ โอลิเวอร์คนดูแลบ้านพักทุกคนเดินทางมาถึงในช่วงเย็นสัมภาระถูกขนลงจากรถเสียงหัวเราะดังเป็นระยะดูเผินๆมันเป็นเพียงการพักผ่อนธรรมดา
ไม่มีใครรู้ว่ารอยยิ้มของบางคนเป็นเพียงหน้ากากความสัมพันธ์ที่เริ่มแตกร้าวระหว่างรับประทานอาหารค่ำโซเฟียสังเกตเห็นบางอย่างอเล็กซ์กับเอมิลี่แทบไม่สบตากันเวลาพูดก็พูดเพียงสั้นๆต่างจากไรอันที่คอยชวนเอมิลี่คุยแทบตลอดเวลาเมื่ออเล็กซ์ลุกไปหยิบไวน์
ไรอันก็ยิ้มให้เอมิลี่รอยยิ้มที่...ไม่ใช่รอยยิ้มของเพื่อนโซเฟียขมวดคิ้วนิดๆแต่เลือกจะไม่พูดอะไรบทสนทนาที่ไม่มีใครได้ยิน
เวลา 20:18 น.เอมิลี่เดินออกไปที่ระเบียงด้านหลังเพื่อรับลมไม่นานไรอันก็เดินตามออกไปทั้งคู่ยืนคุยกันเบาๆไม่มีใครได้ยินบทสนทนา
แต่โอลิเวอร์ซึ่งกำลังเก็บฟืนอยู่ไกลๆเห็นเพียงว่าเอมิลี่ดูเหมือนกำลังร้องไห้ส่วนไรอันจับมือเธอไว้ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันกลับเข้าบ้านความลับที่กำลังจะเปิดเผย
เวลา 21:02 น. อเล็กซ์ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งเมื่อวางสายสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีเขาหันไปมองไรอันก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย"
ไรอันพยักหน้า
"ได้"
ทั้งคู่เดินออกจากห้องนั่งเล่นขึ้นไปยังห้องทำงานชั้นสองประตูปิดลงไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันประมาณสิบนาทีต่อมาไรอันเดินลงมาคนเดียวสีหน้าเรียบเฉย
เมื่อเอมิลี่ถามว่า:
"อเล็กซ์ล่ะ"
ไรอันตอบเพียงว่า
"เขาอยากอยู่คนเดียว"
หลักฐานที่ดูสมบูรณ์แบบ เวลา 21:40 น.
ไรอันเดินเข้าไปในห้องครัวซึ่งมีทั้งมาเรียและดร.ลูคัสอยู่เขาหยิบน้ำดื่มหนึ่งแก้ว
ยืนคุยกับทั้งสองประมาณสิบนาทีทุกคนจำได้ดีเพราะไรอันเล่าเรื่องตลกจนทุกคนหัวเราะจากนั้น เวลา 21:55 น. เขาเดินออกมานั่งอ่านหนังสือในห้องรับแขกโซเฟียเป็นคนเห็นเธอยังถามเขาอีกว่า
"หนังสือสนุกไหม"
ไรอันตอบยิ้ม ๆ
"ยังอ่านไม่ถึงไหนเลย"
เวลา 22:10 น. โอลิเวอร์เดินผ่านห้องรับแขกก็ยังเห็นไรอันนั่งอยู่ที่เดิมหนังสือยังเปิดอยู่บนตักไฟจากเตาผิงส่องให้เห็นชัดเจนราวกับว่า...ตลอดช่วงเวลาสำคัญ
ไรอันไม่เคยออกจากห้องรับแขกเลย
เวลา 22:27 น.
เอมิลี่เริ่มเป็นห่วงเพราะอเล็กซ์ยังไม่ลงมาทั้งที่บอกว่าจะคุยเพียงไม่นานเธอเดินขึ้นไปชั้นสองเคาะประตูห้องทำงาน
"อเล็กซ์..."
ไม่มีเสียงตอบเธอลองเปิดประตูประตูไม่ได้ล็อกเมื่อผลักเข้าไป...ภาพที่เห็นทำให้เธอร้องลั่น
"กรี๊ดดดดดดดดด!!"
ทุกคนรีบวิ่งขึ้นมากลางห้องอเล็กซ์นอนฟุบอยู่ข้างโต๊ะทำงานมีบาดแผลจากของมีคมบริเวณหน้าอกเลือดไหลนองพื้นไม้
ดวงตาเบิกกว้างเสียชีวิตแล้วดร.ลูคัสรีบตรวจชีพจรก่อนถอนหายใจช้า ๆ
"ไม่ทันแล้วเสียชีวิตมาได้สักระยะ"
ทุกคนตกอยู่ในอาการช็อกเอมิลี่ทรุดลงร้องไห้โซเฟียรีบเข้าไปประคองโอลิเวอร์รีบโทรแจ้งตำรวจส่วนไรอันยืนนิ่งสีหน้าตกใจไม่ต่างจากคนอื่นสิ่งที่ตำรวจจะพบในเวลาต่อมาเมื่อทุกคนเริ่มตั้งสติ
โซเฟียสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่างภายในห้องแก้วไวน์หนึ่งใบวางอยู่บนโต๊ะ แต่มีเพียงรอยนิ้วมือของอเล็กซ์หน้าต่างปิดสนิทจากด้านในเก้าอี้ตัวหนึ่งล้มอยู่ข้างโต๊ะมีเศษกระดาษที่ถูกฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ อยู่ในถังขยะ
นาฬิกาข้อมือของอเล็กซ์หยุดเดินที่ 21:26 น. โทรศัพท์มือถือของผู้ตายหายไปอาวุธที่ใช้ก่อเหตุไม่พบในห้องแต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือไรอันมีพยานหลายคนยืนยันว่าตั้งแต่ประมาณ 21:40 น. จนถึงหลัง 22:10 น.เขาอยู่ต่อหน้าผู้คนตลอดเวลา
แทบไม่มีโอกาสก่อเหตุมันจึงดูเหมือนว่า...
เขามีหลักฐานที่อยู่ที่สมบูรณ์แบบทว่ายังไม่มีใครรู้ว่าหลักฐานที่อยู่นั้นถูกสร้างขึ้นมาอย่างตั้งใจและความจริงของคดีนี้ไม่ได้ซับซ้อนอยู่ที่ใครเป็นคนฆ่าแต่อยู่ที่
"ฆาตกรทำให้ทุกคนเชื่อว่าเขาอยู่คนละที่ในช่วงเวลาเกิดเหตุได้อย่างไร"
เวลา 22:46 น.
เสียงไซเรนของรถตำรวจดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาแสงไฟสีน้ำเงินและสีแดงส่องสะท้อนกระจกของบ้านพักตากอากาศรถตำรวจสามคันรถพิสูจน์หลักฐานหนึ่งคันและรถนิติเวชอีกหนึ่งคัน
แล่นเข้ามาจอดบริเวณลานหน้าบ้าน
เนื่องจากบ้านพักแห่งนี้อยู่ห่างไกลตัวเมือง การเดินทางจึงใช้เวลาพอสมควร
ตำรวจชุดแรกรีบลงจากรถทันทีหัวหน้าชุดสอบสวนยังคงเป็นพันตำรวจเอก เอเดรียน ฮาร์ต ชายผู้เคยร่วมงานกับนักสืบคันซากิ เรนด์จิ ในคดีห้องปิดตายครั้งก่อนเมื่อก้าวเข้ามาในบ้าน เขากวาดสายตามองผู้คนทุกคนเพียงครั้งเดียว
เอเดรียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
"ตั้งแต่วินาทีนี้...ไม่มีใครออกจากบ้านหลังนี้ได้ จนกว่าการตรวจสอบทั้งหมดจะเสร็จสิ้น"
ทุกคนพยักหน้ารับแต่สีหน้าของแต่ละคนแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเอมิลี่ยังร้องไห้ไม่หยุดโซเฟียนั่งเงียบ สีหน้าครุ่นคิดดร.ลูคัสยังคงสงบนิ่งโอลิเวอร์ดูประหม่าส่วนไรอัน...แม้จะมีสีหน้าตกใจ
แต่ก็ยังตอบคำถามของตำรวจได้อย่างเป็นระเบียบ
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสวมถุงมือหน้ากากและปลอกคลุมรองเท้าพื้นที่ห้องทำงานถูกปิดทั้งหมดไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าออกตำรวจเริ่มถ่ายภาพทุกมุมทั้งพื้นเพดานกำแพงโต๊ะทำงานชั้นหนังสือหน้าต่างพรมรวมถึงตำแหน่งของศพทุกอย่างถูกบันทึกอย่างละเอียด
แพทย์นิติเวชเริ่มตรวจศพหลังจากใช้เวลาหลายนาทีจึงกล่าวว่า
"เสียชีวิตจากบาดแผลถูกแทงบริเวณหัวใจ เสียชีวิตแทบจะทันที"
ตำรวจถามต่อ
"คาดว่าเสียชีวิตเมื่อไร"
แพทย์มองนาฬิกาก่อนตอบ
"ประมาณระหว่าง..."
21:20 ถึง 21:35 น.
คำตอบนี้ทำให้ทุกคนเริ่มมองหน้ากัน
เพราะช่วงเวลาดังกล่าว...ไรอันกำลังอยู่กับอเล็กซ์เพียงลำพังแต่...หลังจากนั้น
ตั้งแต่เวลา 21:40 น.เขากลับมีพยานยืนยันตลอดว่าอยู่ในห้องครัวและห้องรับแขกเอเดรียนเริ่มเดินสำรวจบนโต๊ะทำงาน
มีแฟ้มเอกสารหลายเล่มแก้วไวน์หนึ่งใบ
ปากกาหมึกซึมคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ยังเปิดอยู่แต่หน้าจอดับเพราะเข้าสู่โหมดพักเครื่องข้างเก้าอี้มีเก้าอี้อีกตัวล้มตะแคงเหมือนเคยเกิดการผลักกันใต้โต๊ะพบกระดุมเสื้อสีดำหนึ่งเม็ดแต่ยังไม่ทราบว่าเป็นของใคร
ตำรวจค้นทั่วห้องค้นทุกลิ้นชักใต้โต๊ะหลังตู้หนังสือแม้แต่ในถังขยะแต่ไม่พบโทรศัพท์มือถือของอเล็กซ์เอเดรียนจดลงสมุดทันที
"คนร้ายนำโทรศัพท์ออกไป"
ตำรวจเริ่มค้นทั่วทั้งบ้านห้องครัวห้องเก็บของโรงราสวนริมทะเลสาบแต่ไม่พบอาวุธที่ใช้ก่อเหตุหมายความว่าคนร้ายนำอาวุธออกไปจากห้องหรือซ่อนไว้ที่ใดที่หนึ่ง
ทุกคนถูกแยกห้อง.เอมิลี่
"คุณกับผู้ตายทะเลาะกันหรือไม่"
"มีบ้าง...แต่เป็นเรื่องงานแต่ง เราไม่ได้โกรธกัน"
"ไรอันล่ะ"
เอมิลี่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ
"เขาเป็นเพื่อนสนิทของอเล็กซ์"
โซเฟีย
"เมื่อคืนคุณเห็นอะไร"
"ฉันเห็นไรอันอ่านหนังสือประมาณสี่ทุ่มเขาดูปกติดีก่อนหน้านั้นฉันเห็นเขาอยู่ในห้องครัว"
ดร.ลูคัส
"ไรอันอยู่กับคุณไหม"
"ใช่ประมาณสิบห้านาทีเราคุยเรื่องไวน์"
มาเรีย
"ไรอันอยู่ในครัวจริงไหม"
"จริงค่ะเขาหัวเราะคุยกับทุกคน"
โอลิเวอร์
"คุณเห็นไรอันเมื่อไร"
"ตอนสองทุ่มกว่าแล้วก็สี่ทุ่มสิบเขานั่งอ่านหนังสือ"
ไรอันไรอันตอบอย่างสงบ
"ใช่ผมขึ้นไปคุยกับอเล็กซ์หลังจากนั้นผมลงมาเขาบอกว่าอยากอยู่คนเดียวจากนั้นผมก็อยู่กับทุกคนผมไม่ได้ขึ้นไปอีกเลย"
คำตอบของเขามั่นคงไม่มีอาการลังเลตำรวจเริ่มเรียงลำดับเวลา
21:02 น.
อเล็กซ์กับไรอันขึ้นไปคุยกัน21:15 น. โดยประมาณไรอันลงมาคนเดียว21:40 น.มีพยานยืนยันว่าไรอันอยู่ในห้องครัว
21:55 น.มีคนเห็นไรอันในห้องรับแขก
22:10 น.โอลิเวอร์ยังเห็นไรอันนั่งอ่านหนังสือ22:27 นพบศพทุกอย่างดูสมเหตุสมผล
ถ้าผู้ตายเสียชีวิตช่วง 21:20–21:35 น.
ไรอันอาจเป็นคนสุดท้ายที่พบเขาแต่...ก็ยังไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้ลงมือและหลังจาก 21:40 น. เขามีพยานหลายคนยืนยันตำแหน่งของเขาจนดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะกลับขึ้นไปก่อเหตุ
สิ่งผิดปกติเล็กขณะตำรวจกำลังจะปิดห้องเอเดรียนสังเกตเห็นบางอย่างหนังสือบนโต๊ะ...เปิดค้างอยู่แต่ไม่มีรอยนิ้วมือเลย
ทั้งที่คนตายเป็นคนชอบอ่านหนังสือตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจซ้ำ
ผลเหมือนเดิมไม่มีลายนิ้วมือที่ชัดเจน
เหมือนมีใครเช็ดมันเอเดรียนจดบันทึกไว้
แต่ยังไม่ทราบว่ามันสำคัญหรือไม่ความลับที่ซ่อนอยู่คืนนั้น...หลังจากทุกคนกลับไปพักในห้องของตนเองไรอันยืนอยู่ริมหน้าต่างห้องพัก
มองออกไปยังทะเลสาบที่มืดสนิทใบหน้าของเขาสงบนิ่งต่างจากตอนอยู่ต่อหน้าตำรวจเขาพึมพำเบา ๆ เพียงคนเดียว
"...ไม่น่าจะมีใครรู้"
ก่อนจะหลับตาลงโดยไม่รู้เลยว่าในเช้าวันรุ่งขึ้นชายหนุ่มวัย 19 ปี ผู้เคยไขคดีห้องปิดตายอันโด่งดังกำลังเดินทางมายังบ้านพักแห่งนี้และเขาจะเป็นคนแรกที่เริ่มตั้งคำถามกับหลักฐานที่อยู่อันสมบูรณ์แบบ ซึ่งทุกคนต่างเชื่ออย่างสนิทใจ
เวลา 08:02 น.
ของเช้าวันถัดมาหมอกหนาปกคลุมทั่วทะเลสาบอากาศเย็นจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปิดล้อมบ้านพักตากอากาศทั้งหมดไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ออกไป
ทุกคนถูกขอให้อยู่ในบ้านเพื่อรอการสอบสวนเพิ่มเติมขณะนั้นรถยนต์ซีดานสีดำคันหนึ่งค่อยๆแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพักชายหนุ่มในเสื้อโค้ตสีดำเปิดประตูลงจากรถ
เขาคือ คันซากิ เรนด์จินักสืบอัจฉริยะวัย 19 ปีผู้ไขคดี "ห้องปิดตายแห่งคฤหาสน์เรเวนวูด" จนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ
พันตำรวจเอกเอเดรียนเดินออกมาต้อนรับ
"ขอบคุณที่มาช่วยอีกครั้ง"
เรนด์จิพยักหน้าเพียงเล็กน้อยก่อนมองตัวบ้านพักเงียบๆ
"ผมขอดูห้องเกิดเหตุก่อน"
ห้องทำงานของผู้ตาย
เวลา 08:16 น. ประตูห้องทำงานถูกเปิดอีกครั้งเจ้าหน้าที่ทุกคนหลีกทางให้เรนด์จิเดินเข้ามาอย่างช้าๆเขาไม่รีบมองศพไม่รีบมองคราบเลือดแต่กลับเดินไปที่หน้าต่างก่อนใช้นิ้วแตะขอบหน้าต่างจากนั้นจึงมองออกไปยังทะเลสาบ
เงียบ...ประมาณครึ่งนาทีก่อนเดินกลับเข้ามาเขาไม่แตะต้องอะไรต่างจากตำรวจ
เรนด์จิใช้เวลาเกือบสิบนาทีเพียงแค่เดินวนรอบห้องเขาเดินช้าเสียจนตำรวจบางนายเริ่มสงสัย
"เขากำลังหาอะไร"
เอเดรียนตอบเบาๆ
"เขาไม่ได้หา...เขากำลังเปรียบเทียบ"
โต๊ะทำงานเรนด์จินั่งลงบนเก้าอี้ของผู้ตาย
มองตำแหน่งแก้วไวน์ตำแหน่งโน้ตบุ๊กตำแหน่งโคมไฟก่อนค่อยๆหมุนเก้าอี้แล้วหยุด
"คุณเอเดรียน"
"ครับ"
"เมื่อคืน...ตำรวจขยับเก้าอี้ตัวนี้ไหม"
"ไม่ครับ"
เรนด์จิพยักหน้าก่อนจดอะไรบางอย่างลงสมุดแต่ยังไม่อธิบายคราบเลือดเขาคุกเข่าลงใช้ไฟฉายส่องคราบเลือดไม่ใช่บริเวณใหญ่แต่เป็นหยดเลือดเล็ก ๆ ที่กระเด็นไปไกลเขามองอยู่นานก่อนถามแพทย์
"ผู้ตายล้มทันทีใช่ไหม"
"ใช่ครับ"
"ไม่มีการเคลื่อนย้ายศพรึ"
"ใช่ครับ"
เรนด์จิพยักหน้าอีกครั้งหนังสือในห้องรับแขกหลังจากนั้นเขาขอให้ตำรวจพาไปยังห้องรับแขกหนังสือที่ไรอันอ่านเมื่อคืน
ยังวางอยู่บนโต๊ะเรนด์จิหยิบขึ้นมาเปิดทีละหน้าช้าๆทุกคนเงียบผ่านไปเกือบห้านาทีเขาถามขึ้น
"ใครเก็บหนังสือเล่มนี้"
โซเฟียตอบ
"ไม่มีใครแตะเลย"
เรนด์จิยิ้มเล็กน้อย
"ดี"
สิ่งที่ทุกคนมองข้ามเรนด์จิใช้แว่นขยายส่องสันหนังสือก่อนหยิบเส้นใยเล็กๆ
ออกมาเส้นใยนั้นเป็นสีแดงเข้มเล็กมาก
แทบมองไม่เห็นตำรวจรีบเก็บใส่ซองหลักฐานเอเดรียนถาม
"มันสำคัญหรือ"
เรนด์จิตอบเพียงว่า
"อาจสำคัญ...หรืออาจไม่มีค่าเลย"
ห้องครัวเรนด์จิเดินเข้าไปมองนาฬิกาบนผนังจากนั้นจึงเดินไปยังตู้เย็นเปิดออก
หยิบน้ำดื่มขวดหนึ่งถามมาเรีย
"เมื่อคืนไรอันดื่มน้ำจากแก้วไหน"
มาเรียชี้ทันที
"ใบนี้ค่ะ"
เรนด์จิพยักหน้าแล้วหยิบแก้วขึ้นมามองกับแสงก่อนวางลงเหมือนเดิมไม่มีใครรู้ว่า
เขากำลังดูอะไรคำถามแปลก ๆเรนด์จิเริ่มสอบปากคำใหม่ทั้งหมดแต่คำถามของเขา
กลับไม่เกี่ยวกับคดีเลยเขาถามเอมิลี่
"อเล็กซ์ถนัดมือซ้ายหรือขวา"
"ขวา"
"เขาชอบดื่มไวน์หรือกาแฟ"
"ไวน์ค่ะ"
"เมื่อคืนเขาใส่นาฬิกาข้างไหน"
"ซ้าย"
เขาถามโอลิเวอร์
"เมื่อคืนคุณเติมฟืนกี่โมง"
"ประมาณสี่ทุ่ม"
ฟืนเหลือกี่ท่อน"
โอลิเวอร์นิ่งก่อนตอบ
"น่าจะหก"
เขาถามดร.ลูคัส
"เมื่อคืนไรอันหัวเราะบ่อยไหม"
ดร.ลูคัสแปลกใจ
"บ่อย"
"มากกว่าปกติไหม"
"...ใช่"
เขาถามมาเรีย
"เมื่อคืนไรอันกินอะไร"
"ไม่กินค่ะเขาดื่มแต่น้ำ"
คำถามเหล่านี้ทำให้ตำรวจหลายคนเริ่มงุนงงเพราะดูไม่เกี่ยวกับการฆาตกรรมเลยการจำลองเหตุการณ์ช่วงบ่ายเรนด์จิขอให้ทุกคนเดินตามเส้นทางเดิมเหมือนเมื่อคืนตั้งแต่นั่งกินข้าวเดินขึ้นบันไดไปห้องครัวไปห้องรับแขกทุกคนทำตามเรนด์จิไม่พูดอะไรเพียงยืนมองจนกระทั่ง...ไรอันเดินมานั่งบนโซฟาเรนด์จิพูดขึ้นทันที
"หยุด"
ทุกคนหันมองเรนด์จิเดินเข้าไปมองตำแหน่งที่ไรอันนั่งก่อนค่อย ๆ นั่งลงแทน
จากนั้นหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดเหมือนเมื่อคืนแล้วเงยหน้ามองนาฬิกาเขานิ่งไปพักใหญ่ก่อนยิ้มบาง ๆ
เอเดรียนถาม
"คุณพบอะไร"
เรนด์จิปิดหนังสือลงก่อนตอบช้า ๆ
"ผมพบว่า...หลักฐานที่อยู่ของไรอันมันแข็งแรงเกินไป"
ตำรวจทุกคนขมวดคิ้ว
"หมายความว่า"
เรนด์จิเดินไปที่หน้าต่างก่อนตอบ
"คนบริสุทธิ์...ไม่จำเป็นต้องมีพยานยืนยันทุกช่วงเวลาแต่คนร้าย...มักพยายามสร้างพยาน"
ทั้งห้องเงียบสนิทเรนด์จิหันไปมองไรอัน
ซึ่งยังคงสงบนิ่งก่อนกล่าว
"เมื่อคืน...มีคนเห็นคุณในห้องครัว มีคนเห็นคุณในห้องรับแขกมีคนคุยกับคุณมีคนหัวเราะกับคุณทุกอย่าง...สมบูรณ์แบบ"
เขาหยุดพูดก่อนกล่าวต่อ
"แต่ความสมบูรณ์แบบ...คือสิ่งที่ผิดปกติที่สุด"
ไรอันยังคงนิ่งไม่ตอบแม้แต่คำเดียวเมื่อทุกคนแยกย้ายออกจากห้องเอเดรียนเดินเข้ามาถามเรนด์จิ
"คุณคิดว่าไรอันคือคนร้ายใช่ไหม"
เรนด์จิส่ายหน้า
"ยังตอนนี้ผมยังไม่มีหลักฐาน...แต่"
เขาหยิบหนังสือที่ไรอันถือเมื่อคืนขึ้นมา
ก่อนพลิกไปยังหน้าหนึ่งแล้วกล่าวเบา ๆ
"ถ้าผมพิสูจน์ได้ว่า...หลักฐานที่อยู่ของเขาเป็นของปลอมคดีนี้ก็จะจบ"
เขาปิดหนังสือลงช้าๆมองออกไปยังทะเลสาบซึ่งเริ่มมีลมพัดแรงโดยไม่มีใครรู้ว่าเรนด์จิได้พบ "ช่องโหว่" เพียงจุดเดียว
ที่สามารถทำลายแผนการอันแนบเนียนของฆาตกรได้ทั้งหมด
เวลา 10:12 น.
ข่าวการฆาตกรรมในบ้านพักตากอากาศซึ่งเต็มไปด้วยปริศนา ได้แพร่สะพัดไปทั่วประเทศคดีนี้มีทั้ง...ความรักสามเส้าหลักฐานที่อยู่ที่สมบูรณ์แบบอาวุธที่หายไป
โทรศัพท์ที่หายไปเวลาตายที่ดูลงตัวจนสื่อหลายสำนักเรียกมันว่า
"คดีหลักฐานที่อยู่ไร้ช่องโหว่"
ในเช้าวันนั้น...รถลีมูซีนสีดำคันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าบ้านพักชายวัยประมาณสามสิบต้น ๆ ก้าวลงจากรถสวมสูทสีเทาเข้มสวมถุงมือหนังสีดำถือไม้เท้าสีเงินใบหน้าสุขุมดวงตาเย็นเฉียบ
เขาคือ...บัลซารอนโด อาร์เซวนอน
นักสืบระดับโลก ผู้ได้รับฉายาว่าจักรพรรดิแห่งการอนุมานชายผู้มีสถิติไขคดีสำเร็จกว่า 99% หลายประเทศเชิญตัวเขาไปช่วยไขคดีสำคัญมาแล้วนับร้อยคดี
เมื่อเขาเดินเข้ามาตำรวจหลายคนถึงกับกระซิบ
"เขามาแล้ว..."
"นักสืบอันดับหนึ่งของยุโบเป..."
การพบกันของสองอัจฉริยะ
เอเดรียนเดินเข้ามา
"คุณเรนด์จิ...คุณบัลซารอนโด...ผมหวังว่าพวกคุณจะร่วมมือกัน"
แต่ทั้งสองเพียงมองหน้ากันเรนด์จิยิ้มบางๆบัลซารอนโดยกมุมปากเล็กน้อย
ไม่มีคำทักทายไม่มีการจับมือมีเพียงสายตาของนักสืบสองคนที่ต่างกำลังประเมินอีกฝ่ายบัลซารอนโดเริ่มสืบสวน
ต่างจากเรนด์จิเขาใช้เวลาในห้องเกิดเหตุเพียงสิบห้านาทีจากนั้นเริ่มสอบปากคำทันทีคำถามของเขาคมกริบ
"เมื่อคืนคุณจับแก้วด้วยมือไหน คุณเดินขึ้นบันไดกี่ครั้ง"คุณเห็นผู้ตายเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อไร"
ทุกคำตอบถูกจดลงในสมุดสีดำเมื่อครบทุกคนเขาปิดสมุดก่อนกล่าว
"พอแล้ว"
ตำรวจทุกคนตกใจ
"พอเหรอ?"
"ใช่...ผมรู้ตัวคนร้ายแล้ว"
เวลา 13:00 น.
ผู้ต้องสงสัยทั้งหมดถูกเรียกรวมตัวบัลซารอนโดยืนกลางห้องกล่าวอย่างมั่นใจ
"ฆาตกรคือ...ไรอัน คาร์เตอร์ ทั้งห้องเงียบไรอันกำหมัดแต่ไม่พูดอะไรบัลซารอนโดเริ่มอธิบาย"
"เหตุผลข้อที่ 1ไรอันเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตาย"
"เหตุผลข้อที่ 2 แรงจูงใจคือความรักเขาหลงรักเอมิลี่"
"เหตุผลข้อที่ 3 ผู้ตายได้รับโทรศัพท์ก่อนเรียกไรอันขึ้นไปนั่นหมายความว่าผู้ตายรู้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่"
"เหตุผลข้อที่ 4 หลังจากลงมาไรอันรีบสร้างพยานอยู่ห้องครัวอยู่ห้องรับแขกทำให้ทุกคนเห็น"
"เหตุผลข้อที่ 5 โทรศัพท์ผู้ตายหายไปเพราะมีข้อความที่เปิดโปงความสัมพันธ์"
บัลซารอนโดกล่าวสรุป
"ทั้งหมดชี้ไปที่ไรอันแม้ยังไม่มีอาวุธแต่คนร้ายก็คือเขา"
ตำรวจหลายคนพยักหน้าเอเดรียนเองก็เริ่มคล้อยตามเพราะทุกอย่าง...ดูสมเหตุสมผลเสียงปรบมือขณะทุกคนกำลังจะเข้าจับกุมเสียงปรบมือดังขึ้นแปะ... แปะ... แปะ...ทุกคนหันไปเรนด์จิยืนพิงหน้าต่างสีหน้ายังคงสงบนิ่งเขาพูดเบา ๆ
"สมบูรณ์แบบ...ถ้าหากนี่เป็นนิยาย"
ทั้งห้องเงียบกริบบัลซารอนโดขมวดคิ้ว
"หมายความว่าไง"
เรนด์จิตอบ
"การอนุมานของคุณ...ผิดเกือบทั้งหมด"
ความผิดพลาดข้อแรกเรนด์จิเดินไปหยิบหนังสือก่อนวางลงบนโต๊ะ
"คุณสรุปว่าไรอันสร้างหลักฐานที่อยู่ซึ่งถูกต้องแต่คุณไม่เคยพิสูจน์ว่าเขาสร้างมันได้อย่างไร"
บัลซารอนโดเงียบความผิดพลาดข้อที่สองเรนด์จิหยิบโทรศัพท์อีกเครื่องขึ้นมา
"เมื่อคืนผมขอข้อมูลจากผู้ให้บริการโทรศัพท์ของผู้ตายหยุดส่งสัญญาณ...ตั้งแต่เวลา 21:18 น."
ทั้งห้องตกใจ
"ไม่ใช่หลังเสียชีวิตแต่ก่อนเสียชีวิต"
ความผิดพลาดข้อที่สามเรนด์จิชี้ไปยังนาฬิกาข้อมือ
"นาฬิกาไม่ได้หยุดเพราะแรงกระแทกแต่ถูกหมุนเม็ดมะยมออกให้หยุดเองเวลาตายจึงถูกทำให้คลาดเคลื่อน"
แพทย์รีบตรวจอีกครั้งผลตรงตามนั้นความผิดพลาดข้อที่สี่เรนด์จิหยิบหนังสือเปิดไปยังหน้าเดิมก่อนกล่าว
"เมื่อคืน...ไรอันอ่านหนังสือจริงแต่..."
เขาพลิกหน้าทุกคนตกใจหน้าหนังสือยังติดกันหลายหน้าไม่เคยถูกเปิดเรนด์จิกล่าว
"คนที่อ่านหนังสือจริง...ย่อมต้องคลี่หน้ากระดาษแต่เล่มนี้แทบไม่ถูกอ่านเลยไรอันเพียงถือมันไว้เพื่อให้คนอื่นจำว่าเขากำลังอ่าน"
ความจริงของหลักฐานที่อยู่เรนด์จิเดินไปยังแผนผังบ้านแล้วกล่าว
"ทุกคนเข้าใจผิดเพราะคิดว่าเวลาเสียชีวิตคือ 21:20–21:35แต่ความจริง...อเล็กซ์เสียชีวิตก่อนหน้านั้น"
ทั้งห้องตกตะลึงแพทย์รีบถาม
"เป็นไปไม่ได้"
เรนด์จิตอบ
"เป็นไปได้เพราะฆาตกรทำให้แพทย์ประเมินเวลาตายผิด"
วิธีการก่อเหตุ
เรนด์จิอธิบายอย่างเป็นลำดับ
1. ไรอันนัดคุยกับอเล็กซ์ตามปกติ
2. ระหว่างการโต้เถียงเรื่องเอมิลี่ เขาใช้มีดแทงอเล็กซ์ทันที
3. เขานำโทรศัพท์ของผู้ตายออกไปตั้งแต่ตอนนั้น เพื่อปิดบังข้อมูลและสร้างความสับสนเรื่องเวลา
4. เขาปรับนาฬิกาข้อมือของผู้ตายให้หยุดที่ 21:26 น. เพื่อชี้นำการสืบสวน
5. จากนั้นจึงลงมาชั้นล่าง ก่อนเวลา 21:40 น. และเริ่มจงใจพูดคุย หัวเราะ และเดินผ่านหลายจุด เพื่อให้ทุกคนจำเขาได้ชัดเจน
6. เขาจงใจสร้าง "หลักฐานที่อยู่" ให้โดดเด่นผิดธรรมชาติ เพราะรู้ว่าหลังพบศพ ทุกคนจะย้อนนึกถึงภาพของเขา
เรนด์จิหยิบซองหลักฐานใบสุดท้ายภายในคือปลอกมีดหนังที่พบซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้ห้องเก็บฟืนด้านในมีทั้งลายนิ้วมือของไรอันเส้นใยจากเสื้อของผู้ตายคราบเลือดที่ตรงกับดีเอ็นเอของอเล็กซ์ไรอันหน้าซีดทันที
ไรอันหัวเราะเบาๆก่อนถอนหายใจ
"ผมคิดว่า...ผมสร้างหลักฐานที่อยู่ได้สมบูรณ์แล้ว"
เขาหันไปมองเอมิลี่
"ผมรักคุณ...แต่คุณเลือกเขาแล้วเมื่อคืนเขาบอกว่าจะพาคุณไปเริ่มชีวิตใหม่ผมทนไม่ได้"
เขาก้มหน้าลงก่อนยื่นมือให้ตำรวจใส่กุญแจมือหลังคดีจบบัลซารอนโดยืนมองเรนด์จิก่อนกล่าวว่า
"ฉันชี้ตัวคนร้ายถูก"
เรนด์จิพยักหน้า
"ก็ใช่แต่การชี้ถูก...ไม่เท่ากับการพิสูจน์ถูก"
บัลซารอนโดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนหัวเราะเบาๆ
"ดูเหมือน...ครั้งหน้าฉันคงต้องระวังนายให้มากกว่านี้"
เรนด์จิยิ้ม
"และผมก็คงต้องระวังคุณเช่นกัน"
ทั้งสองสบตากันแม้จะเป็นคู่แข่งแต่ต่างก็ยอมรับในความสามารถของอีกฝ่ายนับจากวันนั้น วงการสืบสวนได้กล่าวขานถึงชื่อของนักสืบอัจฉริยะสองคน
บัลซารอนโด อาร์เซวนอน ผู้มีการอนุมานเฉียบคมและคันซากิ เรนด์จิ ผู้ไม่เพียงตั้งข้อสันนิษฐาน แต่จะคลี่คลายคดีด้วยหลักฐาน




