表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
คันซากิยอดนักสืบ  作者: Shū
บทที่ 1 : คดีฆาตกรรมปริศนา
1/2

บทนำ ~ คดีฆาตกรรมในห้องปิดตาย ~

 สายฝนโปรยปรายลงมาราวกับม่านสีเทาที่ปกคลุมท้องฟ้ายามค่ำคืน เสียงฟ้าร้องดังเป็นระยะ สายลมเย็นพัดกระแทกหน้าต่างของคฤหาสน์เก่าแก่ที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่บนเนินเขาคฤหาสน์เรเวนวูด


 อาคารหินสีดำอายุเกือบสองร้อยปี ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องเล่าประหลาดและความลึกลับมากมายคืนนี้แขกทั้งสิบสองคนถูกเชิญมาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบ 70 ปีของมหาเศรษฐีชื่อดัง


 วิลเลียม อาร์เชอร์ชายผู้ครอบครองกิจการหลายพันล้าน และเป็นเจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้ทุกคนรับประทานอาหารร่วมกันอย่างเงียบๆบรรยากาศบนโต๊ะอาหารดูแปลกประหลาดบางคนยิ้มบางคนไม่พูดอะไร


 บางคนมองหน้ากันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงราวกับทุกคนกำลังปิดบังบางสิ่งเอาไว้หลังรับประทานอาหารเสร็จ วิลเลียมลุกขึ้นยืน พร้อมถือแก้วไวน์


"ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงาน..."


 เขาหยุดพูดชั่วครู่


"พรุ่งนี้...ผมมีเรื่องสำคัญจะประกาศ"


 แขกหลายคนมองหน้ากันทันทีเรื่องสำคัญหลายคนเริ่มกระซิบกันเบาๆแต่ไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไรเวลา 21:05 น.


 วิลเลียมกล่าวราตรีสวัสดิ์ แล้วเดินขึ้นบันไดไม้โอ๊กขนาดใหญ่ไปยังห้องนอนชั้นสามทุกคนต่างเห็นกับตาเขาเดินขึ้นไปเพียงคนเดียว


 ไม่มีใครเดินตามเสียงประตูห้องของเขาปิดลงปังหลังจากนั้น ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ความเงียบ เวลา 22:18 น. แม่บ้านชื่อแอนนานำชาร้อนขึ้นไปให้ตามปกติเธอเคาะประตูก๊อก...ก๊อก...ก๊อก..ไม่มีเสียงตอบ


"คุณวิลเลียมคะ..."


 เธอเรียกอีกครั้งยังเงียบเธอลองหมุนลูกบิดแต่ล็อกจากด้านในแอนนาขมวดคิ้วปกติวิลเลียมจะตอบทุกครั้งเธอจึงเดินลงไปตามบอดี้การ์ดไม่นานชายร่างใหญ่สามคนก็ขึ้นมาถึงหน้าห้องพวกเขาเคาะอีกครั้งไม่มีเสียงหนึ่งในนั้นตะโกน


"คุณวิลเลียม!"


 เงียบ...เงียบผิดปกติทุกคนเริ่มรู้สึกไม่ดีหัวหน้าบอดี้การ์ดจึงตัดสินใจ


"พังประตู"


 22:27 น. โครมมมม!ประตูไม้หนาถูกกระแทกครั้งแรกยังไม่เปิดครั้งที่สองโครม!บานประตูเริ่มแตกครั้งที่สามตูม!!!ประตูพังออกทุกคนรีบวิ่งเข้าไปแล้วทุกคนก็แข็งค้างกลางห้อง


 ร่างของวิลเลียมนอนหงายอยู่บนพรมสีแดงดวงตาเบิกกว้างเสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนเลือดเป็นวงกว้างบริเวณหน้าอกมีมีดเล่มหนึ่งปักอยู่ไม่มีเสียงหายใจไม่มีการขยับเสียชีวิตแล้วแม่บ้านกรีดร้องเสียงดัง


"กรี๊ดดดดดดดดด!!"


 แขกหลายคนหน้าซีดบางคนถึงกับทรุดลงนั่ง

แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ศพหากเป็นสภาพของห้องห้องปิดตายหน้าต่างทั้งสี่บานล็อกจากด้านในทั้งหมดไม่มีร่องรอยถูกงัดประตูมีเพียงบานเดียวก่อนถูกพังล็อกจากด้านในเช่นกันลูกกุญแจยังเสียบอยู่ไม่มีช่องลับ


 ไม่มีปล่องระบายอากาศที่คนลอดได้ไม่มีระเบียงกำแพงเป็นหินตันหนาเกือบครึ่งเมตรเพดานสูงไม่มีฝ้าไม่มีช่องเปิดใด ๆห้องนี้เป็นห้องปิดตายโดยสมบูรณ์


 การตรวจสอบศพเบื้องต้นแพทย์ประจำตระกูลเดินเข้ามาจับชีพจรตรวจดวงตาตรวจอุณหภูมิร่างกายเขาพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด


"เสียชีวิตมาแล้วประมาณหนึ่งชั่วโมง"


 ทุกคนเงียบนั่นหมายความว่าวิลเลียมเสียชีวิตราว ๆ 21:20-21:30 น. ช่วงเวลาที่ทุกคนยังอยู่ภายในคฤหาสน์สิ่งของภายในห้องบนโต๊ะทำงานมีแก้วไวน์หนึ่งใบเหลือไวน์อยู่ครึ่งแก้ว


 ข้างกันมีปากกาหมึกซึมเอกสารหลายแผ่นเชิงเทียนหนังสือเปิดค้างไว้บนเตาผิงไฟใกล้มอดเศษกระดาษถูกเผาจนเหลือเพียงเถ้าสีดำนาฬิกาตั้งโต๊ะหยุดเดินที่เวลา 21:23 น.บนพื้น


 มีเศษแก้วแตกสามชิ้นแต่กลับหาแก้วทั้งใบไม่พบข้างศพมีปุ่มกระดุมสีเงินหนึ่งเม็ดไม่ตรงกับเสื้อของผู้ตายใต้เล็บของวิลเลียมพบเส้นใยผ้าสีดำขนาดเล็กติดอยู่บนพรมมีคราบโคลนจางๆคล้ายรอยรองเท้า


 แต่มีเพียงรอยเดียวไม่มีรอยเดินเข้าไม่มีรอยเดินออกเหมือนมีใครเหยียบลงเพียงครั้งเดียวแล้วหายไปสิ่งที่ผิดปกติโต๊ะข้างเตียงมีนาฬิกาพกสีทองแต่เข็มเวลาถูกหมุนไปข้างหน้าเกือบยี่สิบนาที


 ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไรผ้าม่านด้านซ้ายถูกเปิดไว้ครึ่งหนึ่งส่วนด้านขวาปิดสนิททั้งที่ปกติวิลเลียมเป็นคนจัดทุกอย่างให้สมมาตรบนกระจกเงามีรอยเหมือนถูกนิ้วแตะเป็นเส้นยาว


 แต่ไม่ใช่รอยเลือดเป็นเพียงรอยสะอาดบนฝุ่นบางๆเหมือนมีใครใช้นิ้วลากผ่านหลังตรวจสอบห้องอย่างละเอียด ทุกคนเริ่มพบสิ่งแปลกประหลาดยิ่งกว่าเดิมเลขานุการของวิลเลียมกล่าวขึ้น


"แฟ้มเอกสารสีแดงหายไป..."


 ทุกคนหันมองแฟ้มดังกล่าวเป็นเอกสารสำคัญเกี่ยวกับพินัยกรรมฉบับใหม่มันควรอยู่บนโต๊ะแต่ตอนนี้หายไปโดยไร้ร่องรอยกุญแจตู้เซฟก็หายไปเช่นกัน


 ทั้งที่ปกติวิลเลียมพกติดตัวเสมอแต่กลับหาไม่พบทั้งในกระเป๋าเสื้อ กางเกง หรือบริเวณศพโทรศัพท์มือถือของวิลเลียมก็หายไปไม่มีใครพบมันในห้องแม้จะค้นทุกซอกทุกมุม


 แม้แต่ใต้เตียงหลังตู้ในลิ้นชักหรือภายในเตาผิงก็ไม่พบยิ่งค้นยิ่งเหมือนมีใครตั้งใจนำหลักฐานสำคัญออกไปห้องถูกล็อกจากด้านใน แล้วฆาตกรออกไปได้อย่างไร?


 ทำไมหน้าต่างทุกบานยังล็อกอยู่รอยรองเท้ามีเพียงรอยเดียวได้อย่างไร?เศษแก้วแตกมาจากอะไร ทั้งที่ไม่มีแก้วหาย?ใครเป็นเจ้าของกระดุมสีเงิน?เส้นใยผ้าสีดำติดใต้เล็บผู้ตายมาจากไหน?ใครนำแฟ้มพินัยกรรม


 กุญแจตู้เซฟ และโทรศัพท์มือถือออกจากห้อง?นาฬิกาที่หยุดเวลา 21:23 น. เป็นเวลาที่เสียชีวิตจริง หรือมีใครจงใจทำให้เข้าใจเช่นนั้น? และที่สำคัญที่สุดหากนี่คือห้องปิดตายอย่างสมบูรณ์ฆาตกรยังอยู่ในคฤหาสน์หรือเขาหายตัวออกไปได้จริง?


 เวลา 23:41 น.


 เสียงไซเรนของรถตำรวจดังแหวกความเงียบกลางสายฝนแสงไฟสีน้ำเงินและสีแดงสะท้อนกำแพงหินสีดำของคฤหาสน์เรเวนวูดเป็นจังหวะ

รถตำรวจสามคันรถพิสูจน์หลักฐานหนึ่งคันรถนิติเวชหนึ่งคัน


 ทยอยจอดเรียงกันหน้าประตูคฤหาสน์เจ้าหน้าที่กว่า ยี่สิบชีวิต รีบลงจากรถทุกคนสวมเสื้อกันฝนสีกรมท่าแบกกล่องอุปกรณ์ตรวจพิสูจน์หลักฐาน กล้องถ่ายภาพ เครื่องเก็บลายนิ้วมือ และชุดเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ


 ผู้ที่เดินลงมาคนสุดท้ายคือพันตำรวจเอกเอเดรียนฮาร์ตหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมร้ายแรงชายวัยประมาณสี่สิบห้าปี

ใบหน้าสงบนิ่งดวงตาคมกริบราวกับกำลังประเมินทุกสิ่งตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากรถ


 เขาไม่ได้รีบเดินเข้าไปแต่ยืนมองตัวคฤหาสน์อยู่เกือบครึ่งนาทีราวกับกำลังจดจำรายละเอียดทุกอย่างฝนทิศทางลมรอยล้อรถรอยเท้าบนพื้นโคลนก่อนจะกล่าวเพียงสั้นๆว่า:


"ห้ามใครออกจากพื้นที่โดยเด็ดขาด"


 ตำรวจนายหนึ่งรับคำ


"ครับ!"


 การปิดพื้นที่เกิดเหตุ เวลา 23:48 น. ตำรวจเริ่มขึงเทปสีเหลืองพื้นที่ตั้งแต่ประตูรั้วสวนด้านหน้าโถงกลางบันไดจนถึงชั้นสามถูกปิดทั้งหมดเจ้าหน้าที่บันทึกชื่อของทุกคนที่ยังอยู่ในคฤหาสน์แขกทั้งสิบสองคนแม่บ้านสี่คน


 พ่อครัวสองคนคนสวนหนึ่งคนบอดี้การ์ดห้าคนเลขานุการหนึ่งคนรวมถึงแพทย์ประจำตระกูลไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ออกจากอาคารเอเดรียนเดินเข้าห้องอย่างช้าๆเขาไม่แตะต้องอะไรเพียงใช้สายตากวาดมอง


 ทุกคนภายในห้องเงียบสนิทสิ่งแรกที่เขาสังเกตคือศพจากนั้นจึงมองไปยังหน้าต่างเพดานพื้นเตาผิงโต๊ะทำงานผ้าม่านและประตูก่อนจะเอ่ยกับทีมพิสูจน์หลักฐาน


"ถ่ายภาพทุกมุมแม้แต่ฝุ่นบนพื้นก็ห้ามทำให้เคลื่อน"


 การบันทึกสภาพห้องเจ้าหน้าที่ใช้กล้องความละเอียดสูงถ่ายภาพจากทุกองศาทั้งมุมกว้างมุมแคบมุมเหนือศีรษะมุมระดับสายตารวมแล้วมากกว่าหกร้อยภาพ


 ก่อนจะใช้เครื่องสแกนสามมิติสร้างแบบจำลองห้องทั้งห้องเพื่อบันทึกตำแหน่งของสิ่งของทุกชิ้นแม้แต่เศษแก้วสามชิ้นกระดุมสีเงินคราบโคลนหรือเส้นใยผ้าสีดำก็ถูกวัดระยะอย่างละเอียด


 เจ้าหน้าที่ถอดลูกบิดออกอย่างระมัดระวังเก็บลายนิ้วมือตรวจรอยขีดข่วนตรวจกลไกล็อกผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีผลเบื้องต้นคือไม่พบร่องรอยการงัดไม่มีรอยไขกุญแจจากภายนอกกลอนยังทำงานปกติ


 เอเดรียนพยักหน้าก่อนจดลงสมุด ประตูถูกล็อกจากด้านในจริงแต่เขาไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมหน้าต่างทั้งสี่บานถูกเปิดตรวจทีละบานเจ้าหน้าที่ใช้ไฟฉายกำลังสูงส่องตามขอบไม้ขอบกระจกบานพับและตัวล็อกผลเหมือนกันทุกบาน


 ไม่มีรอยถูกงัดไม่มีรอยขูดไม่มีเส้นใยเชือกไม่มีรอยมือเปื้อนโคลนแม้แต่ฝุ่นที่เกาะอยู่ตามมุมหน้าต่างก็ยังไม่ถูกรบกวน


 ทีมพิสูจน์หลักฐานคุกเข่าลงใช้แสงเฉียงส่องพื้นไม้เพื่อหารอยกดรอยลากหรือรอยรองเท้าที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าพวกเขาพบรอยขีดเล็ก ๆ หลายแห่งแต่เมื่อตรวจละเอียด


 กลับเป็นรอยเก่าที่สะสมมาหลายปีไม่มีร่องรอยว่ามีเฟอร์นิเจอร์ถูกเคลื่อนย้ายในคืนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เริ่มตรวจคราบเลือดทั่วห้องใช้สารเคมีและแสงพิเศษตรวจหาคราบที่ถูกเช็ดผลลัพธ์คือเลือดส่วนใหญ่อยู่บริเวณศพไม่มีรอยลากศพ


 ไม่มีรอยเช็ดเลือดไม่มีละอองเลือดผิดธรรมชาติบนเพดานเหมือนผู้ตายล้มลงตรงจุดนั้นทันทีแพทย์นิติเวชเริ่มตรวจซ้ำบาดแผลมีเพียงแผลเดียวแทงตรงหน้าอกทะลุหัวใจเสียชีวิตแทบจะทันทีไม่มีบาดแผลป้องกันตัว


 ไม่มีรอยช้ำที่แขนไม่มีรอยถูกมัดไม่มีรอยถูกทำให้หมดสติใต้เล็บยังพบเส้นใยผ้าสีดำเช่นเดิมแต่ยังไม่ทราบว่าเป็นผ้าชนิดใดเจ้าหน้าที่ใช้ผงสีดำโรยบนแก้วไวน์ โต๊ะ ปากกา ลูกบิด หน้าต่าง เชิงเทียน หนังสือ ผลที่ได้พบลายนิ้วมือจำนวนมากแต่ส่วนใหญ่เป็นของเจ้าของห้อง


 แม่บ้านเลขานุการและบุคคลที่เคยเข้ามาทำความสะอาดไม่มีลายนิ้วมือปริศนาที่สามารถระบุว่าเป็นฆาตกรได้เอเดรียนยังไม่เชื่อว่าห้องนี้ไม่มีทางออกเขาสั่งให้ตรวจทุกจุดเคาะกำแพงทีละก้อน


 ตรวจเตาผิงยกพรมตรวจใต้เตียงตรวจตู้หนังสือแม้แต่โคมไฟระย้าเจ้าหน้าที่ใช้กล้องส่องเข้าไปตามช่องเล็กๆแต่ไม่พบช่องลับแม้แต่แห่งเดียว


 หลังจากการตรวจห้องเสร็จตำรวจเริ่มแยกสอบปากคำทีละคนทุกคนถูกพาไปยังห้องรับรองคนละห้องไม่มีใครได้รับอนุญาตให้พูดคุยกันคำให้การของทุกคนมีบางส่วนตรงกันทุกคนเห็นวิลเลียมเดินขึ้นห้องคนเดียว


 ไม่มีใครเห็นคนเดินขึ้นตามไม่มีใครได้ยินเสียงต่อสู้ไม่มีเสียงกรีดร้องไม่มีเสียงปืนไม่มีเสียงของตกแตกแต่เมื่อถามว่า


"หลังสองทุ่มครึ่ง คุณอยู่ที่ไหน"


 คำตอบเริ่มแตกต่างกันบางคนบอกว่าอยู่ในห้องสมุดบางคนบอกว่าออกไปสูบบุหรี่ที่ระเบียงบางคนบอกว่าอาบน้ำบางคนบอกว่านอนพักคำตอบเหล่านี้ยังไม่มีใครยืนยันให้กันได้


 สิ่งที่ทำให้เอเดรียนเริ่มสงสัยเอเดรียนเดินกลับมาที่ห้องเกิดเหตุอีกครั้งเขาหยุดอยู่หน้าพรมก้มลงมองรอยรองเท้าโคลนเพียงรอยเดียวเขาพึมพำเบา ๆ


"รอยเดียว...ถ้ามีคนเดินเข้ามาก็ต้องมีรอยออก"


 เขาหันไปมองเศษแก้วแล้วมองนาฬิกาที่หยุดเดินจากนั้นจึงมองมีดที่ปักกลางอกศพทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบมากเกินไปเหมือนมีใครบางคนตั้งใจจัดฉากให้ทุกคนเชื่อว่านี่คือคดีห้องปิดตายที่เป็นไปไม่ได้


 แต่ถึงกระนั้นเขายังไม่มีหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียวที่จะพิสูจน์ความคิดนั้นหลังผ่านไปกว่าสามชั่วโมงตำรวจสามารถยืนยันได้เพียงว่าห้องถูกล็อกจากด้านในจริงหน้าต่างทุกบานปิดและล็อกแน่นไม่มีช่องลับไม่มีร่องรอยงัดแงะผู้ตายเสียชีวิตจากการถูกแทงเพียงครั้งเดียว


 เวลาการเสียชีวิตอยู่ในช่วงประมาณ 21:20–21:30 น. ผู้ต้องสงสัยทุกคนยังมีข้อสงสัย แต่ยังไม่มีหลักฐานมัดตัวหลักฐานสำคัญที่หายไป ได้แก่ แฟ้มพินัยกรรม โทรศัพท์มือถือ และกุญแจตู้เซฟยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าฆาตกรออกจากห้องได้อย่างไร


 คดีนี้จึงตกอยู่ในสภาพของปริศนาที่มีผู้ต้องสงสัยหลายคนแต่ยังไม่มีผู้กระทำผิดที่พิสูจน์ได้และในขณะที่ทุกคนกำลังเชื่อว่าการสืบสวนคงต้องหยุดอยู่เพียงเท่านี้เอเดรียนกลับจ้องมองบางสิ่งที่อยู่ในห้องอย่างเงียบงัน ราวกับมีรายละเอียดเล็กน้อยที่คนอื่นมองข้าม แต่เขายังไม่อาจปะติดปะต่อมันให้กลายเป็นคำตอบได้



 เวลา 08:13 น. ของเช้าวันถัดมาฝนหยุดตกแล้วหมอกสีขาวปกคลุมทั่วทั้งเนินเขาคฤหาสน์เรเวนวูดดูเงียบกว่าคืนที่ผ่านมาแต่ภายในบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความกดดันตำรวจยังคงปิดล้อมพื้นที่


 เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังคงเดินเข้าออกห้องเกิดเหตุผู้ต้องสงสัยทั้งสิบสองคนยังถูกกักตัวอยู่ภายในคฤหาสน์ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ออกไปแม้แต่ก้าวเดียวทุกคนเริ่มอ่อนล้า


 บางคนไม่ได้นอนทั้งคืนบางคนเอาแต่นั่งเงียบ

บางคนเดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่ายขณะนั้นเสียงรถยนต์คันหนึ่งแล่นเข้ามาอย่างช้าๆต่างจากรถตำรวจรถคันนี้เป็นรถซีดานสีดำธรรมดาไม่มีสัญลักษณ์ใด ๆเมื่อประตูรถเปิดออก


 ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ก้าวลงมาอายุประมาณ 19 ปีสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเสื้อโค้ตสีดำยาวกางเกงขายาวสีเข้มรองเท้าหนังที่สะอาดราวกับไม่เคยเหยียบพื้นโคลนใบหน้าสงบนิ่งดวงตาสีดำที่ดูเรียบเฉย


 แต่กลับเปล่งประกายราวกับกำลังมองทะลุทุกสิ่งเขาคือ...คันซากิ เรนด์จิ นักสืบเอกชนผู้มีชื่อเสียงระดับโลกชายหนุ่มที่สามารถไขคดีที่ตำรวจทั่วโลกปิดไม่ลงมาแล้วนับไม่ถ้วน



 พันตำรวจเอกเอเดรียนเดินออกมาต้อนรับชายหนุ่มพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเอเดรียนถามทันที


"คุณเรนด์จิ...ผมได้รับรายละเอียดเบื้องต้นแล้ว คุณคิดอย่างไร"


 เรนด์จิมองตัวคฤหาสน์ก่อนตอบสั้น ๆ


"ผมยังไม่คิดอะไร ตราบใดที่ยังไม่ได้เห็นห้องเกิดเหตุด้วยตาตัวเอง"


 ห้องแห่งปริศนา 08:27 น. ประตูห้องถูกเปิดอีกครั้งเรนด์จิก้าวเข้าไปช้า ๆต่างจากตำรวจทุกคนเขาไม่ได้มองศพก่อนแต่กลับเงยหน้ามองเพดานจากนั้นจึงมองหน้าต่างกำแพงพื้นโต๊ะเตาผิงนาฬิกาและสุดท้ายจึงมองศพ


 เขาไม่พูดอะไรเลยเวลาผ่านไปหนึ่งนาที สองนาที ห้านาที ทุกคนเริ่มสงสัยตำรวจนายหนึ่งกระซิบ


"เขาทำอะไรอยู่"


 เอเดรียนยกมือห้าม


"อย่ารบกวน"


 เรนด์จิคุกเข่าลงข้างรอยรองเท้าเขาหยิบแว่นขยายขึ้นมาสังเกตอยู่นานจากนั้นพูดเบา ๆ


"แปลก..."


 ตำรวจรีบถาม


"พบอะไรหรือ"


 เรนด์จิส่ายหน้า


"ยังครับแต่รอยนี้...มันไม่เหมือนรอยที่คนกำลังเดิน"


 ทุกคนหันมองทันทีเขาไม่ได้อธิบายต่อเศษแก้วเรนด์จิหยิบไฟฉายขนาดเล็กออกมาส่องเศษแก้วทั้งสามชิ้นหมุนดูทุกด้านก่อนจะถาม


"เก็บครบหมดแล้วใช่ไหม"


 เจ้าหน้าที่ตอบ


"อืม สามชิ้น"


 เรนด์จิพยักหน้าแต่กลับพูดว่า


"ไม่ครับ...มันยังไม่ครบ"


 ตำรวจทั้งห้องนิ่งทันทีเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานรีบเปิดถุงหลักฐานนับอีกครั้งหนึ่ง สอง สามครบจริงเอเดรียนถาม


"นายหมายถึงอะไร"


 เรนด์จิยิ้มบาง ๆ


"ไม่มีอะไรครับ ผมแค่รู้สึกว่า...แก้วใบนี้แตกได้แปลก"


 มีดเรนด์จิเดินไปยังมีดที่ปักอยู่แม้ศพจะถูกเคลื่อนย้ายไปชันสูตรแล้วแต่ตำแหน่งมีดยังคงถูกจำลองไว้เขามองอยู่นานก่อนถามแพทย์


"แทงครั้งเดียว?"


"ใช่"


"เสียชีวิตทันทีงั้นหรอครับ?"


"ใช่แล้วล่ะ"


 เรนด์จิพยักหน้า


"เข้าใจแล้วครับ"


 แต่สีหน้าของเขากลับเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างโต๊ะทำงานเขาเดินไปที่โต๊ะนั่งลงบนเก้าอี้ของผู้ตายหลับตาเหมือนกำลังจินตนาการเหตุการณ์เมื่อคืนผ่านไปเกือบนาทีเขาลืมตาก่อนถามเลขานุการ


"ปกติคุณวิลเลียมถนัดมือไหน"


"ขวาครับ"


 เรนด์จิพยักหน้าอีกครั้งแต่ก็ยังไม่อธิบายเหตุผลเตาผิงเขาใช้คีมค่อยๆคีบเถ้ากระดาษสังเกตทีละชิ้นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งถาม


"คิดว่าจะอ่านออกไหม"


 เรนด์จิตอบ


"ไม่ครับ แต่มันอาจบอกได้ว่าอะไรถูกเผา"


 ผ้าม่านจากนั้นเขาเดินไปยังหน้าต่างแตะผ้าม่านซ้ายแตะผ้าม่านขวาก่อนใช้ปลายนิ้วลูบเบาๆตำรวจถาม


"พบอะไรไหมเรนด์จิ"


 เรนด์จิยิ้ม


"ฝุ่นครับ"


 ทุกคนเงียบตำรวจบางคนเริ่มคิดว่านักสืบระดับโลกคนนี้อาจไม่ได้เก่งอย่างที่ร่ำลือสิ่งที่ไม่มีใครสังเกตเรนด์จิเดินวนในห้อง หนึ่งรอบ สองรอบสามรอบจู่ๆเขาหยุดอยู่หน้าประตูก้มลงมองพื้น


 ใช้ปลายนิ้วแตะเศษฝุ่นเล็กๆเล็กจนแทบมองไม่เห็นเขาถามเจ้าหน้าที่


"เมื่อคืนมีใครกวาดพื้นไหม"


"ไม่มีนะครับ"


"แน่ใจเหรอครับ?"


"แน่ใจครับ"


 เรนด์จิพยักหน้าก่อนเก็บฝุ่นเม็ดเล็กนั้นลงในซองพลาสติกใสโดยไม่บอกว่ามันคืออะไรตลอดทั้งวันเรนด์จิเดินสอบถามทุกคนด้วยตัวเองแต่คำถามของเขากลับไม่เหมือนตำรวจเขาไม่ได้ถามว่า


 เมื่อคืนคุณอยู่ไหน แต่ถามว่าเมื่อคืนคุณจับแก้วไวน์ด้วยมือซ้ายหรือมือขวา คุณถนัดมือไหน คุณใส่นาฬิกาข้างไหน คุณชอบดื่มกาแฟหรือชา คุณขึ้นบันไดกี่ขั้นก่อนจะหยุดพัก คำถามแต่ละข้อดูเหมือนไม่เกี่ยวกับคดีเลย


 ทำให้ผู้ต้องสงสัยหลายคนเริ่มสับสนคำพูดที่ทำให้ตำรวจทั้งห้องตกใจช่วงเย็นเอเดรียนเดินมาหาเรนด์จิ


"คุณพบอะไรบ้าง"


 เรนด์จิหันไปมองห้องเกิดเหตุอีกครั้งก่อนกล่าวช้า ๆ


"ผมพบหลายอย่าง"


 เอเดรียนรีบถาม


"อะไรงั้นเหรอ?"


 เรนด์จิตอบ


"ผมพบว่า...มีอย่างน้อย ห้าสิ่ง ในห้องนี้ที่ถูกจัดฉาก"


 ตำรวจทุกคนหันมองพร้อมกันเอเดรียนถึงกับเบิกตา


"ห้าสิ่ง?"


 เรนด์จิพยักหน้า


"ใช่ครับแต่...ตอนนี้ผมยังพิสูจน์ไม่ได้"


 เขาหยุดพูดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งห้องเงียบสนิท


"ฆาตกรไม่ได้ทิ้งหลักฐานเอาไว้...เขาทิ้ง 'ข้อมูลเท็จ' เอาไว้แทนทุกคนกำลังพยายามอธิบายสิ่งที่ฆาตกรอยากให้เห็นทั้งที่...สิ่งสำคัญที่สุด...คือสิ่งที่หายไป"


 เอเดรียนถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง


"คุณรู้ตัวคนร้ายแล้วหรือ"


 เรนด์จิส่ายหน้า


"ยังหรอกครับ แต่ผมมั่นใจอยู่เรื่องหนึ่งคนร้าย...ยังอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้"


 และในขณะเดียวกันภายในฝูงผู้ต้องสงสัยทั้งสิบสองคนมีใครบางคนกำลังลอบมองเรนด์จิด้วยสายตาที่เยือกเย็นก่อนจะกำหมัดแน่นอย่างเงียบๆราวกับกำลังตระหนักว่านักสืบคนนี้อาจเป็นคนแรกที่เข้าใกล้ความจริงมากกว่าทุกคนที่ผ่านมา


 เวลา 19:30 น.


 หลังจากผ่านการสืบสวนอย่างละเอียดตลอดทั้งวัน คันซากิ เรนด์จิ ขอให้ตำรวจเชิญผู้ต้องสงสัยทุกคนมารวมตัวกันในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ผู้ต้องสงสัยทั้งสิบสองคนนั่งเรียงกัน


 พันตำรวจเอกเอเดรียนและตำรวจอีกหลายนายยืนอยู่ด้านหลังบรรยากาศเงียบสนิทเรนด์จิเดินมาหยุดกลางห้อง ก่อนวางกล่องหลักฐานลงบนโต๊ะเขาพูดด้วยน้ำเสียงสงบ


"ผมทราบแล้วว่าใครคือฆาตกร..."


 ทั้งห้องเงียบกริบหลักฐานที่หนึ่ง เรนด์จิหยิบ กระดุมสีเงิน กระดุมเม็ดนี้ไม่ใช่ของผู้ตาย แต่เป็นของเสื้อสูทที่มีเพียงคนเดียวในคฤหาสน์สวมอยู่เมื่อคืน ทุกคนหันไปมองชายวัยกลางคนคนหนึ่ง


 ริชาร์ด เบลล์ เลขานุการส่วนตัวของวิลเลียม

ริชาร์ดรีบตอบ


"กระดุมหลุดเป็นเรื่องปกติ!"


 เรนด์จิพยักหน้า


"ใช่ครับ...ถ้ามันหลุดที่อื่นแต่กระดุมเม็ดนี้มีเส้นใยจากพรมห้องผู้ตายติดอยู่"


 ริชาร์ดเริ่มหน้าซีดหลักฐานที่สองเรนด์จิหยิบซองใส่อีกใบภายในคือเส้นใยผ้าสีดำ


"ผลตรวจพบว่าเส้นใยนี้ตรงกับเนื้อผ้าของเสื้อสูทคุณ"


 ริชาร์ดรีบตอบ


"ผมเคยจับมือเขา"


 เรนด์จิส่ายหน้า


"ไม่ครับ...เส้นใยอยู่ใต้เล็บหมายถึงผู้ตายพยายามคว้าคุณก่อนเสียชีวิต"


 หลักฐานที่สามเรนด์จิวางภาพถ่ายบนโต๊ะเป็นภาพรอยรองเท้าเพียงรอยเดียว


"ทุกคนสงสัยทำไมมีรอยเดียวคำตอบคือ..."


 เขาหยิบรองเท้าของริชาร์ดขึ้นมาพื้นรองเท้าด้านหนึ่งมีโคลนแต่อีกข้างสะอาด


"เพราะคนร้ายจงใจเหยียบเพียงครั้งเดียวเพื่อหลอกให้ตำรวจเสียเวลารอยนี้ไม่มีความหมายมันเป็นรอยปลอม"


 หลักฐานที่สี่เรนด์จิหยิบเศษแก้วสามชิ้น


"เมื่อคืนผมพูดว่าเศษแก้วยังไม่ครบ"


 ตำรวจทุกคนมองอย่างสงสัยเรนด์จิหยิบถุงพลาสติกอีกใบภายในมีเศษแก้วชิ้นเล็กมาก

แทบมองไม่เห็น


"ชิ้นนี้ผมพบติดอยู่ใต้ขอบประตูหมายความว่าแก้วแตกก่อนประตูจะถูกล็อก"


 ไม่ใช่หลังจากนั้น หลักฐานที่ห้าเรนด์จิหยิบเศษเถ้ากระดาษ


"หลายคนคิดว่าฆาตกรเผาเอกสารแต่ไม่ใช่สิ่งที่ถูกเผา...คือซองจดหมาย"


 เลขานุการเบิกตา


"คุณรู้ได้ยังไง"


 เรนด์จิยิ้ม


"เพราะคราบกาวจากซองยังหลงเหลือ"


 ความจริงของห้องปิดตายเรนด์จิเดินไปที่แบบจำลองห้องก่อนกล่าว


"ทุกคนเข้าใจผิดตั้งแต่ต้นเพราะคิดว่าห้องถูกล็อกหลังการฆาตกรรมแต่ความจริง...ห้องถูกล็อกก่อน"


 ทุกคนตกตะลึงเอเดรียนถาม


"หมายความว่ายังไง"


 เรนด์จิอธิบายอย่างช้า ๆ ขั้นตอนที่ 1 หลังงานเลี้ยงวิลเลียมขึ้นห้องเลขานุการริชาร์ดเดินตามขึ้นไปโดยอ้างว่าจะนำเอกสารพินัยกรรมมาให้เซ็นทั้งสองจึงเข้าไปในห้องพร้อมกัน


 ขั้นตอนที่ 2 ทั้งสองคุยกันแต่เกิดการโต้เถียงสาเหตุคือวิลเลียมเปลี่ยนพินัยกรรมทำให้ริชาร์ดจะไม่ได้รับมรดกจำนวนมหาศาล


 ขั้นตอนที่ 3 ริชาร์ดใช้มีดแทงวิลเลียมผู้ตายพยายามคว้าเสื้อจึงเกิดเส้นใยผ้าสีดำติดใต้เล็บ

กระดุมหลุดตกลงบนพรม


 ขั้นตอนที่ 4 จากนั้นริชาร์ดรีบค้นหาพินัยกรรมกุญแจตู้เซฟและโทรศัพท์มือถือก่อนนำทั้งหมดใส่กระเป๋า


 ขั้นตอนที่ 5 นี่คือหัวใจของคดีริชาร์ดไม่ได้ออกทางประตูแต่ออกทางหน้าต่างทุกคนร้องพร้อมกัน


"เป็นไปไม่ได้!"


 เรนด์จิเดินไปยังหน้าต่างก่อนชี้ไปยังขอบบาน


"หน้าต่างบานนี้สามารถล็อกจากด้านนอกได้"


 ทุกคนตกใจเอเดรียนรีบเดินมาดูพบว่ากลอนรุ่นเก่ามีช่องเล็กๆซ่อนอยู่ด้านข้างสามารถใช้แผ่นโลหะบางดันกลับเข้าไปหลังปิดหน้าต่างได้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานรีบทดลองผลคือล็อกได้จริงโดยไม่ต้องอยู่ในห้อง


 ขั้นตอนที่ 6 ริชาร์ดปีนลงจากระเบียงหินแคบๆ ด้านนอกซึ่งถูกเถาวัลย์บดบังไว้เมื่อคืนฝนตกทำให้รอยเท้าบนหินถูกชะล้างจนหมดจากนั้นเดินอ้อมกลับเข้าคฤหาสน์ทางประตูหน้าในฐานะแขกคนหนึ่งไม่มีใครสงสัย


 ขั้นตอนที่ 7 หลังได้ยินเสียงคนพังประตูริชาร์ดจึงแสร้งตกใจวิ่งตามทุกคนขึ้นมาและทำตัวเหมือนเพิ่งพบศพพร้อมกันสิ่งที่ฆาตกรจัดฉากเรนด์จิกล่าวต่อ


"นาฬิกาถูกหมุนรอยรองเท้าถูกสร้างเศษแก้วถูกจัดวางผ้าม่านถูกเลื่อนเอกสารถูกเผาทั้งหมด...เพื่อให้ตำรวจเสียเวลา"


 การเปิดโปงเรนด์จิหันไปหาริชาร์ด


"คุณฆ่าเขาเพราะเงินและหวังสร้างห้องปิดตาย"


 ริชาร์ดกำหมัดเหงื่อไหลเต็มใบหน้าก่อนหัวเราะออกมา


"ฮ่า...ฮ่า ๆ ๆ ใช่...ฉันทำเอง"


 ทุกคนตกใจเขาตะโกน


"มันควรเป็นสมบัติของฉัน! ฉันทำงานให้เขามาสามสิบปี! แต่กลับจะยกทุกอย่างให้มูลนิธิ!"



 ทันใดนั้นริชาร์ดผลักตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุดจนล้มแล้ววิ่งออกจากห้องโถง


"จับเขา!"


 เอเดรียนตะโกนตำรวจหลายคนวิ่งตามทีเรนด์ก็ออกตัวทันทีการไล่ล่าริชาร์ดวิ่งฝ่าสวนหลังคฤหาสน์กระโดดข้ามรั้วหินมุ่งหน้าสู่ป่าเรนด์จิวิ่งตามติดแม้จะอายุน้อยกว่าแต่ฝีเท้ารวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อริชาร์ดหันกลับมา


 ขว้างกิ่งไม้ผลักถังเหล็กพยายามขัดขวางแต่เรนด์จิหลบได้ทั้งหมดทั้งสองวิ่งผ่านสะพานไม้เก่าข้ามลำธารเข้าสู่ป่าทึบจุดจบริชาร์ดมาถึงหน้าผาเมื่อหันกลับมาพบว่าเรนด์จิยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรตำรวจหลายนายกำลังตามมาสมทบเรนด์จิกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่ง


"มันจบแล้ว"


 ริชาร์ดมองซ้ายมองขวาไม่มีทางหนีเขาทรุดลงช้าๆก่อนปล่อยกระเป๋าที่บรรจุพินัยกรรมที่ถูกขโมยโทรศัพท์มือถือของวิลเลียมกุญแจตู้เซฟแผ่นโลหะบางที่ใช้ล็อกหน้าต่างจากภายนอกตำรวจเข้าควบคุมตัวและใส่กุญแจมือ


 หลายวันต่อมา...ศาลรับฟ้องริชาร์ดในข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และทำลายพยานหลักฐานคดี ห้องปิดตายแห่งคฤหาสน์เรเวนวูดซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นปริศนาที่เป็นไปไม่ได้ ได้รับการคลี่คลายจนหมดสิ้นพันตำรวจเอกเอเดรียนหันมาเอ่ยกับเรนด์จิ


"ขอบใจมากนะเรนด์จิที่ครั้งที่นายก็มาช่วยฉันอีกแล้วน่ะ"


"ไม่ต้องห่วงหรอกนะครับถึงไม่ขอให้ช่วยผมก็จะช่วยอยู่ดี"

ฉันจะตั้งใจทำมันให้ดีที่สุด!

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

↑ページトップへ