↓ ↑ページトップへ
表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

4/4

~ เจ้าหญิงแห่งอาณาจักร ~

 หลังจากที่ผ่านพ้นความวุ่นวายบริเวณลานหินอ่อนหน้าสถาบันมาได้ข้าและสเตลร่าก็ได้ออกเดินทางต่อเข้าสู่ภายในตัวอาคารเรียนอันทรงเกียรติ


 และยิ่งใหญ่เดินลัดเลาะผ่านระเบียงหินสูงชันที่ประดับประดาด้วยรูปสลักเหล่าจอมเวทในตำนานแสงแดดส่องกระทบกับผิวหินอ่อนจนเกิดประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน


 เสียงฝีเท้าของเหล่านักเรียนที่รีบเดินสวนทางไปมาดังสะท้อนก้องไปทั่วทางเดินจนกระทั่งพวกเรามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้สักโบราณขนาดใหญ่ยักษ์


 ซึ่งตบแต่งด้วยลวดลายอักขระเวทส่องแสงเรืองรองสีฟ้าครามแผ่ไอพลังเวทมนตร์อันน่าเกรงขามออกมาเป็นระลอก


"ดูประตูบานนั้นสิ...อานอส แค่ลวดลายอักขระเวทที่สลักไว้ก็รู้แล้วว่าสถาบันนี้มีความเป็นมาที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"


 สเตลร่ากระซิบพลางกวาดสายตามองสำรวจรอบตัวด้วยความตื่นตาตื่นใจเล็กน้อยแต่ก็ยังคงระมัดระวังตัว


"อืม...ก็ถือว่าทำออกมาได้ไม่เลวสำหรับมนุษย์หรือพวกจอมเวทในยุคนี้"


 ข้าตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยขณะที่มือประสานกันไว้ที่อกสายตาจับจ้องไปที่บานประตูตรงหน้าทันใดนั้นประตูบานมหึมาก็ค่อยๆเคลื่อนเปิดออกอย่างเชื่องช้าาาาาเสียงกลไกโบราณบด


 เบียดกันดังครืนครางก้องกังวานเผยให้เห็นบรรยากาศภายในห้องเรียนขนาดกว้างขวางตระการตาห้องเรียนแห่งนี้คือ ห้องสามซึ่งมีความพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์นั่นคือ


 การเป็นห้องเรียนรวมที่จัดให้นักเรียนต่างชั้นปีอย่างเด็กนักเรียนปีหนึ่งผู้มาใหม่และพี่ใหญ่ชั้นปีสามเรียนร่วมชั้นเดียวกัน


 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการทดสอบเวทมนตร์อันดุเดือดขอบอกเอาไว้ ณ ที่นี้เลยว่าตัวข้าเองนั้นจัดอยู่ในกลุ่มเด็กนักเรียนชั้นปีหนึ่ง บรรยากาศภายในห้องเรียนก่อนหน้าที่พวกข้าจะก้าวเท้าเข้าไปนั้น


 เต็มไปด้วยความไม่มีระเบียบและเสียงโหวกเวกโวยวายดังระเบิดไปทั่วทิศทาง


 

"เฮ้ย! ได้ข่าวว่าปีนี้มีพวกขุนนางตกอับสอบเข้ามาได้ด้วยเหรอวะหน้าตาอย่างกับลูกไก่ในกำมือ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะถ้าเจอข้าในสนามประลองเวทย์!"


 เสียงของนักเรียนปีสามคนหนึ่งตะโกนข้ามโต๊ะเรียนด้วยความเย่อหยิ่ง


"เฮ้อออ... อย่าเอาพวกสวะระดับเจ้าไปเทียบกับตระกูลขุนนางชั้นสูงอย่างพวกเราสิครับ ตระกูลคาร์ลอสของเราครอบครองศิลาเวทโบราณมาสามชั่วอายุคนแล้วนะ"


 อีกเสียงตอบโต้กลับมาอย่างไม่ยอมแพ้เหล่าลูกหลานขุนนางเชื้อพระวงศ์และอัจฉริยะจากหลากหลายทวีปต่างส่งเสียงพูดคุยอวดอ้างบารมี


 ตลอดจนเกทับเรื่องตระกูลและระดับพลังเวทของตนเองอย่างไม่มีใครยอมใครเสียงหัวเราะเย้ยหยันและแรงกดดันทางเวทมนตร์อันเบาบางพวยพุ่งสลับกันไปมาในอากาศ


 สร้างบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดและการแข่งขันแต่ทว่าในวินาทีที่บานประตูหน้าห้องถูกเปิดออกอีกครั้งและมีร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งก้าวเท้าเข้ามาภายในห้อง


 เสียงดังกึกก้องโหวกเวกโวยวายทั้งหมดพลันดับวูบลงอย่างฉับพลันความเงียบสงบอันกะทันหันเข้าปกคลุมทั่วทุกตารางนิ้วราวกับมีคนกดปุ่มหยุดเวลา ทุกสายตาในห้องหันขวับไปมองที่ประตูเป็นตาเดียว


 หญิงสาวผู้เข้ามาใหม่สวมชุดเครื่องแบบอาจารย์ตัดเย็บอย่างประณีตเรียบร้อยเรือนร่างสง่างาม ท่วงท่าการเดินเต็มไปด้วยความเฉียบคมและทรงอำนาจ


 แรงกดดันทางเวทมนตร์อันลึกล้ำที่แผ่ออกมาจากตัวเธออย่างเงียบเชียบนั้นทำให้แม้แต่พวกนักเรียนชั้นปีสามที่เคยจองหองยังต้องนั่งตัวตรงเหน็งไปโดยสัญชาตญาณ


 เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมของหลายๆคนในห้องทันทีเธอเดินไปหยุดอยู่ ณ โพเดียมหน้าชั้นเรียนสายตาอันคมกริบกวาดมองเหล่านักเรียนทุกคนอย่างทั่วถึง


 ชนิดที่ไม่มีใครที่จะกล้าสบตาตรงๆก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำทรงพลังแต่ทว่าฟังดูนุ่มนวลอย่างน่าประหลาด


"สวัสดีค่ะนักเรียนทุกคน ดิชั้นคืออาจารย์ประจำห้องเรียนนี้ และจะเป็นอาจารย์ที่รับหน้าที่สั่งสอนดูแลทั้งนักเรียนชั้นปีหนึ่งและนักเรียนชั้นปีสามในภาคเรียนนี้...ชื่อของดิชั้นก็คือ ซิริอุส โรกราเน๊ส ค่ะ"


 อาจารย์ซิริอุสเว้นจังหวะเล็กน้อยกวาดสายตามองเอกสารรายชื่อบนโต๊ะเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแย้มยิ้มบางๆ


 แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย


"สำหรับนักเรียนที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่หรือเพิ่งสอบผ่านการคัดเลือกเข้าเรียนในรอบล่าสุดนี้...เชิญลุกขึ้นแนะนำตัวให้เพื่อนๆและอาจารย์ได้รู้จักกันด้วยค่ะ"


 นักเรียนเข้ามาใหม่ในรอบนี้มีจำนวนไม่มากนักและไม่มีนักเรียนย้ายมาจากห้องอื่นเลยสเตลร่าและนักเรียนใหม่คนอื่นๆต่างค่อยๆลุกขึ้นแนะนำตัวทีละคนด้วยความประหม่าและระมัดระวังคำพูด


"เอ่อ...ฉันมีชื่อว่า สเตลร่า ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"


 สเตลร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อยก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงแต่แล้วในจังหวะต่อมาสายตาของข้าและผู้คนทั่วทั้งห้องก็อดไม่ได้ที่จะหันไปจับจ้องยังเด็กสาวอีกคนหนึ่ง


 ซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลนักบรรยากาศรอบตัวเธอดึงดูดทุกสายตาให้หยุดนิ่งเธอผู้นั้นมีความโดดเด่นอย่างเป็นเอกลักษณ์เรือนผมสีสว่างประกายทองคำสลวยสะท้อนแสงไฟ


 และบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์อันสูงส่งที่แผ่ออกมารอบกายทำให้ยากที่จะละสายตาเธอนั่งนิ่งสงบราวกับรูปปั้นเทพธิดาก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ


 ท่วงท่าการเยื้องกายเปี่ยมไปด้วยกิริยาของชนชั้นสูงผู้ฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมไม่มีแม้แต่ความตื่นตระหนกในแววตาเธอปะทะสายตากับทุกคนในห้องด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม


 ก่อนจะแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงอันไพเราะกังวานแต่แฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ที่สะท้อนถึงสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกาย


"สวัสดีค่ะ...เรามีนามว่า อลิซาเบธ หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้องและชัดเจนก็คือ เจ้าหญิงอลิซาเบธ แห่งอาณาจักรแห่งเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์ จีโอดาร์ล ค่ะ"


 สิ้นคำแนะนำตัวของเธอเสียงฮือฮาและอาการตกตะลึงก็ระเบิดขึ้นเบาๆทันทีราวกับคลื่นใต้น้ำไปทั่วทั้งห้องเรียนเหล่านักเรียนต่างพึมพำด้วยความตื่นตระหนกและหวาดหวั่น


"เฮ้ย...เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ? เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเทพมังกร จีโอดาร์ล อย่างนั้นเหรอ?!"


"บ้าน่า...ราชวงศ์มังกรผู้ปกครองแดนเหนือมาเข้าเรียนที่สถาบันเราเนี่ยนะเรื่องแบบนี้มันเป็นไปได้ยังไงกัน!"


"แค่แรงกดดันจางๆที่แผ่ออกมาจากเธอก็แทบทำให้ฉันหายใจไม่ออกแล้ว...สมแล้วที่เป็นสายเลือดแท้จริงของมังกรแห่งความศักสิทธิ์"


 การที่ได้พบเจอสายเลือดมังกรอันสูงส่งแห่งอาณาจักรจีโอดาร์ลผู้เกรียงไกรในห้องเรียนเดียวกันถือเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายของใครหลายคนอย่างสิ้นเชิง


 แม้กระทั่งพวกรุ่นพี่ปีสามบางคนยังแสดงสีหน้าเคร่งเครียดและระแวดระวังตัวขึ้นมาทันทีและเมื่อเจ้าหญิงอลิซาเบธค่อยๆ นั่งลงท่าย์ทางสง่างามท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาที่ยังคงดังระงม


 ถึงเวลาที่ข้าจะต้องแสดงตนบ้างแล้วข้าค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้อย่างสง่าผ่าเผยและมั่นคงไหล่ทั้งสองข้างตั้งตรงอย่างไร้ความเกรงกลัว


 สายตาของข้าจ้องตรงไปข้างหน้าโดยไม่หลบหลีกแม้แต่น้อยทันทีที่ข้าลุกขึ้นบรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปราวกับถูกบีบอัดด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น


 สายตาของเหล่านักเรียนทั้งปีหนึ่งปีสามรวมถึงอาจารย์ซิริอุสที่ยืนอยู่หน้าห้องต่างหันมาจับจ้องที่ข้าเป็นตาเดียวความเงียบสงบแปลกประหลาดเริ่มคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง


 เมื่อสัมผัสได้ถึงตัวตนที่แตกต่างออกไปจากคนอื่นๆข้ายืดอกขึ้นเล็กน้อยกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความเยือกเย็นก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงก้องกังวานหนักแน่น


 และเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตรากเหง้าของผู้ฟังจนหลายคนถึงกับสะดุ้งเฮือก


"นามของข้าคือ...อานอส"


 ข้าเว้นจังหวะนิดหนึ่งปล่อยให้ชื่อของข้าลอยเคว้งอยู่ในความเงียบงันเพื่อซึมซับบรรยากาศความตกตะลึงของคนรอบข้าง


 ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทว่าเยียบเย็นและจริงจังยิ่งกว่าสิ่งใด


"...อานอส วอลดีโกด...ขอบอกเอาไว้ ณ ที่นี้ให้พวกเจ้าทุกคนได้รับรู้โดยทั่วกันเลยนะว่า..."


 ข้าหรี่ตามองเบื้องหน้ากวาดสายตาผ่านกลุ่มลูกหลานขุนนางที่เคยโอ้อวดและมองไปยังเบื้องลึกของห้องเรียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว


"ข้านี่แหละจะต้องเป็นผู้ที่เด็ดหัวพวกมันมาสังเวยให้จงได้เจ้าพวกขยะหน้าไหนก็ตามที่กล้าคิดจะมายึดครองโลกใบนี้ของเรา...จงเตรียมตัวรับความพินาศจากมือของข้าเอาไว้ได้เลย!"


 คำประกาศอันยิ่งใหญ่และบ้าบิ่นไร้เกรงกลัวหน้าไหนของข้าสะท้อนก้องกังวานไปทั่วห้องสามท่ามกลางความเงียบอึ้ง


 และอ้าปากค้างของทุกคนในห้องเรียนไม่มีใครกล้าส่งเสียงขัดจังหวะแม้กระทั่งอาจารย์ซิริอุสก็ยังยืนนิ่งอึ้งมองเด็กหนุ่มผู้ประกาศกร้าวต่อหน้าต่อตาด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด


 ความเงียบงันที่ปกคลุมห้องเรียนอยู่หลายอึดใจถูกทำลายลงด้วยเสียงกระซิบกระซาบที่ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นเสียงเซ็งแซ่


"เมื่อกี้...เขาพูดว่าอะไรนะ?"


 นักเรียนปีสามคนหนึ่งหันไปกระซิบกับเพื่อนข้างๆด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด


"เด็ดหัวใครนะ? กล้าดียังไงถึงมาพูดจาอวดดีแบบนี้ในห้องเรียนของอาจารย์ซิริอุส!"


"บ้าไปแล้ว...หมอนั่นเป็นใครกันแน่? สติไม่ดีหรือเปล่าถึงกล้าประกาศสงครามกับสิ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นใครหน้าตาเฉยแบบนั้น"


 เด็กนักเรียนปีหนึ่งอีกคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเทาพลางถอยกรูดเว้นระยะห่างจากโต๊ะของอานอสในขณะที่รอบห้องกำลังแตกตื่น


 เต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์เจ้าหญิงอลิซาเบธที่เพิ่งนั่งลงไปหมาดๆกลับชะงักเธอนัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย


 หันขวับกลับมามองเด็กหนุ่มผมสีเข้มที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและภายในแต่คนสงสัยเด็กคนนี้มีบรรยากาศที่ประหลาดสิ้นดี


 อลิซาเบธคิดในใจคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความฉงน ไม่ใช่แค่คำพูดที่ดูยิ่งใหญ่เกินตัวแต่ทว่าพลังเวทมนตร์หรือจิตสังหารที่แฝงมากับน้ำเสียงเมื่อครู่


 มันช่างหนักหน่วงจนน่าเหลือเชื่อสำหรับเด็กปีหนึ่งทั่วไปไม่ไกลกันนักสเตลร่าที่นั่งกุมมือตัวเองอยู่ถึงกับลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ


 พลางส่ายหัวด้วยความเหนื่อยหน่ายระคนเอือมระระอาเธอพึมพำเบาๆกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน


"ให้ตายสิ...อานอส นี่เพิ่งจะก้าวขาเข้ามาวันแรกเองนะ ยังไม่ทันได้เริ่มเรียนเลยด้วยซ้ำ ทำไมถึงต้องไปประกาศกร้าวหาเรื่องชาวบ้านเขาให้มันเป็นเป้าสายตาตั้งแต่คาบแรกกันเล่าเนี่ย..."


 ท่ามกลางเสียงโวยวายและสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาอย่างตื่นตะลึงและหวาดระแวง อาจารย์ซิริอุสที่ยืนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก็ค่อยๆ ได้สติคืนมา เธอกะพริบตาปริบๆ


 ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วก่อนจะยกมือขึ้นปัดอากาศเบาๆเป็นเชิงส่งสัญญาณให้ทุกคนสงบลง


"อะแฮ่ม...เอาล่ะๆ ทุกคน เงียบเสียงก่อนค่ะ"


 อาจารย์ซิริอุสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่ก้องกังวานไปทั่วห้องจนเสียงเซ็งแซ่ทั้งหมดค่อยๆ เงียบลงอย่างรวดเร็วเธอหันสายตาคมกริบมามองที่อานอสโดยตรง


 รอยยิ้มบางๆที่มุมปากดูมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา


"เป็นคำแนะนำตัวที่...หนักแน่นและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเสียจริงนะคะ คุณอานอส วอลดีโก๊ด"


 อาจารย์ซิริอุสกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความขบขันเล็กน้อย


"ดูเหมือนว่าภาคเรียนนี้ห้องสามของเราคงจะไม่น่าเบื่ออย่างแน่นอนแล้วล่ะค่ะ"


 อาจารย์ซิริอุสเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะผายมือไปทางเก้าอี้


"เอาล่ะ เมื่อแนะนำตัวกันครบทุกคนแล้ว รบกวนช่วยนั่งลงที่ประจำที่ด้วยค่ะ เพราะเรากำลังจะเริ่มต้นบทเรียนแรกกัน ณ บัดนี้"


 คาบเรียนแรกของวันเพิ่งจะจบลงไปได้เพียงไม่นาน เสียงกริ่งบอกเวลาหมดชั่วโมงยังคงก้องกังวานแผ่วเบาอยู่ในบรรยากาศภายในห้องสาม เหล่านักเรียนเริ่มจับกลุ่มคุยกันอย่างอึกทึก


 แต่ทว่าไม่ทันไรสายตาหลายคู่ก็เริ่มหันมามองทางข้าและสเตลร่าที่กำลังจัดเก็บของบนโต๊ะอย่างเงียบๆเสียงก้าวเท้าอันมั่นคงและงดงามดังก้องสะท้อนลานหินอ่อน


 ร่างหญิงสาวผู้มีเรือนผมสีบลอนด์ทองส่องประกายวาววับราวกับเส้นไหมทองคำดึงดูดสายตาคนทั้งห้องดวงตาสีแดงทับทิมทอประกายคมกล้า


 และเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งอันสูงศักดิ์เธอเดินตรงเข้ามาหาข้าพร้อมกับเพื่อนสาวติดตามข้างกายที่มีท่าทางจองหองไม่แพ้กันเด็กสาวเรือนผมสีทองหยุดยืนลงเบื้องหน้าโต๊ะของข้า


 เธอคือนึกนักเรียนใหม่ผู้ประกาศตนเมื่อครู่เจ้าหญิงอลิซาเบธนั่นเองเธอกอดอกกวาดสายตามองข้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจอันลึกลับ


 ก่อนจะเปิดปากเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ


"ไง...นายชื่อว่า อานอส วอลดีโกด สินะ?"


 ข้าละสายตาจากหนังสือตรงหน้าค่อยๆเงยหน้าขึ้นสบสายตาสีแดงทับทิมของเธอด้วยความสงบไร้ซึ่งความหวั่นเกรงใดๆข้าตอบกลับไปคำเดียวอย่างราบเรียบ


"อ่า—"


 อลิซาเบธยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยสายตาของเธอเบือนไปมองสเตลร่าที่นั่งทำหน้าเลิกลั่กประหม่าอยู่ข้างๆข้าก่อนจะหันกลับมาจ้องมองข้าอีกครั้งแล้วเอ่ยขึ้นต่อ


"ดูเหมือนว่ากลุ่มของนายจะมีพรรคพวกอยู่แค่คนเดียวสินะ...ในการสอบและการเรียนเชิงปฏิบัติการของสถาบันแห่งนี้การมีสมาชิกกลุ่มเพียงแค่สองคนมันออกจะเสียเปรียบและดูน่าสงสารไปหน่อยมั้ง?"


 ข้ามองหน้าเธอพลางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยที่มุมปากอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสบายๆ


"ใช่แล้วมันทำไม? หรือว่าเจ้าเกิดสนใจอยากจะมาเข้าร่วมกลุ่มกับข้างั้นเหรอ? เอาสิ...มาเข้าร่วมกับข้าก็นับว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยทีเดียว"


 สิ้นคำตอบข้าเพื่อนสาวคนสนิทที่เดินตามหลังอลิซาเบธมาติดๆก็ถึงกับของขึ้นทันทีใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวเธอรีบก้าวเท้าสับเร็วด้านหน้าแทรกขึ้นมาขวางระหว่างข้ากับอลิซาเบธทันที


 เธอใช้นิ้วชี้หน้าข้าที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสายตาเหยียดหยามแล้วแผดเสียงตวาดใส่ข้าอย่างไม่พอใจ


"นี่นาย! จะพูดจาอะไรก็รู้จักระวังปากและเจียมกะลาหัวตัวเองซะบ้างนะ! คิดว่ากำลังพูดอยู่กับใครกันฮะ?! คิดว่าอลิซาเบธเป็นใครกัน?!"


 ข้าเอียงคอเล็กน้อยมองดูท่าทางเดือดดาลของเธอด้วยความสงสัยอย่างแท้จริงก่อนจะเอ่ยถามกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท


"จะไปรู้เหรอ?"


"กรี๊ดดดดด! คำตอบบ้าอะไรของนายกัน!"


 เพื่อนสาวคนนั้นแผดเสียงอย่างเหลืออดร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยความโมโห


"อลิซาเบธน่ะเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรมังกรศักดิ์สิทธิ์จีโอดาร์ล! เธอไม่ได้เป็นพวกคนธรรมดาๆไร้หัวนอนปลายเท้าหรือพวกรากหญ้าชั้นต่ำอย่างนายหรอกนะ! จะพูดจะจาอะไรออกมาน่ะก็ให้มันมีสัมมาคารวะรู้จักต่ำสูงด้วยสิย๊ะ! เจ้าพวกชั้นต่ำไร้มารยาท!"


 ข้าได้แต่นั่งฟังคำพูดอันยาวเหยียดและน้ำเสียงแหลมสูงที่ไร้สาระของเธอด้วยความเบื่อหน่ายช่างเป็นเสียงเห่าหอนที่แสลงหูและน่ารำคาญใจยิ่งนัก


 ข้าตัดสินใจไม่เสียเวลาต่อปะทะอารมณ์กับเธอ ข้ายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแรงกดดันอันมหาศาลไร้รูปแผ่ออกมาจากร่างจนเพื่อนสาวคนนั้นถึงกับสะดุดลมหายใจ


 และชะงักกึกไปโดยไม่รู้ตัวข้าก้าวเท้าเดินข้ามผ่านเพื่อนสาวคนนั้นไปอย่างเมินเฉยราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไร้ตัวตนแล้วตรงเข้าไปหาอลิซาเบธที่ยืนอยู่ด้านหลัง


"อะ... เฮ้ย! นี่นายจะทำบ้าอะไรของนายกันแน่เนี่ย! หยุดนะ!"


 เพื่อนสาวส่งเสียงโวยวายด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นข้าเมินเธอไปเฉยๆทว่าข้าไม่ได้ใส่ใจเสียงโวยวายนั้นเลยสักนิดข้าเดินเข้าไปหยุดลงตรงหน้าอลิซาเบธในระยะใกล้ชิด


 จนเธอต้องเบิ่งตาโตด้วยความประหลาดใจข้าไม่อาจปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปโดยไม่หยอกเย้าเจ้าหญิงผู้เย่อหยิ่งคนนี้


 ข้าเอื้อมแขนยกขึ้นโอบกอดคอเธอเข้ามาใกล้ชิดอย่างถือสิทธิ์โดยที่อลิซาเบธยังไม่ทันตั้งตัว


"อ๊ะ...!"


 เสียงร้องสั้นๆหลุดออกจากลำคอของเจ้าหญิงแห่งจีโอดาร์ลยังไม่ทันที่เธอจะได้ท้วงติงข้าก็ยกมืออีกข้างขึ้นอย่างนุ่มนวลนิ้วเรียวยาวของข้าแตะเข้าที่ปลายคางมนของเธอเบาๆ


 เชิดใบหน้าสวยของเธอขึ้นมาสบสายตากับข้าในระยะเพียงไม่กี่เซนติเมตรลมหายใจของพวกเราอุ่นรดกันหากสังเกตดูดีๆ


 ใบหน้าที่เคยเรียบตึงเย่อหยิ่งของเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์บัดนี้กลับเริ่มซับสีเลือดแดงระเรื่อขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่แก้มไปจนถึงใบหูดวงตาสีแดงทับทิมของเธอสั่นไหวระริก


 ร่างกายของเธอแข็งเกร็งด้วยความทำตัวไม่ถูกและความเขิ์นอายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต


"นะ...นี่นาย..."


 อลิซาเบธพึมพำออกมาเสียงแผ่วเบาอย่างคนเสียสติไปชั่วขณะข้ายกยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาอันน่าเอ็นดูนั้น


 ข้าค่อยๆถอนมือออกจากปลายคางของเธอและละแขนออกจากไหล่บางของเธออย่างนุ่มนวล ก่อนจะหมุนตัวเดินจากเธอไปอย่างสงบและสบายอารมณ์


 ทิ้งให้เจ้าหญิงแห่งจีโอดาร์ลยืนหน้าแดงก่ำอยู่ตรงนั้นท่ามกลางความตะลึงลานของเพื่อนสาวและเหล่านักเรียนคนอื่นๆที่มองดูเหตุการณ์ด้วยตาค้าง!

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。