表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
Mahōu Gakuin no Futekigosha   作者: Shū
บท 2 : นาภาครามแห่งเหล่าทวยเทพ
13/13

~ประสานแสงสรรทานุภาพ~

Mahōu Gakuin no Futekigosha


Volume 2







~ เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องนอนของอานอส ใน หมู่บ้านมาร


แสงอรุณทอประกายอ่อนโยนลอดผ่านม่านสีเข้มเข้ามาภายในห้อง กลิ่นอายของหยาดน้ำค้างยามเช้าอบอวลอยู่ในชั้นบรรยากาศที่เงียบสงบ ทว่าความเงียบนั้นถูกทำลายลงด้วยน้ำเสียงใสที่แฝงไปด้วยความเข้มงวดอันเป็นเอกลักษณ์


“ตื่นได้แล้ว... ตื่นได้แล้ว อานอส!”


เสียงของ เอลวีน่า เนครอน ดังขึ้นข้างเตียง ข้าลืมตาขึ้นช้าๆ พบกับดวงตาสีฟ้าครามที่จ้องมองมาอย่างไม่ละสายตา ข้ายันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างใจเย็น


เส้นผมสีดำสลวยยุ่งเหยิงเล็กน้อย ข้าจ้องมองใบหน้าที่ดูจริงจังเกินเหตุของนางก่อนจะยกมือหนาขึ้นไปวางบนศีรษะของนาง แล้วลูบเส้นผมที่อ่อนนุ่มนั้นเบาๆ อย่างไม่รีบร้อน


“เด็กดีๆ... ถึงกับมาปลุกข้าถึงห้องนอนเลยหรือ เอลวีน่า”


ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเอ็นดู


“อ๊ะ—!?”


ร่างของเอลวีน่าชะงักงันไปชั่วขณะ สัมผัสจากฝ่ามือของข้าทำให้หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยพลันขึ้นสีแดงระระเรื่อลามไปจนถึงใบหู


เพียะ!


นางรีบใช้มือฟาดมือของข้าออกไปทันทีด้วยความขัดเขิน


“นี่นายคิดจะทำอะไรของนายกันน่ะ! ฉันก็แค่... ทำตามที่คุณพ่อกัสต้าและคุณแม่อิซาเบลล่าบอกมาเท่านั้นแหละ! ท่านบอกว่านายชอบนอนตื่นสายในวันหยุด!”



ข้าหัวเราะในลำคอเบาๆ


“อ้อ... อย่างนั้นหรอกหรือ”


ข้าเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย ใช้ข้อศอกยันฟูกหนาพลางมองนางด้วยสายตาเรียบเฉยทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจ


“แล้วมีธุระอะไรอีกล่ะ ถึงได้ทำหน้าตาจริงจังปานจะไปออกศึกแบบนั้น?”


เอลวีน่าหยุดนิ่งไปครู่ใหญ่ นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้น ก่อนจะเรียบเรียงคำพูดอย่างระมัดระวัง


“ข้ามีเรื่องอยากจะถามนาย... เพียงเรื่องเดียว”


“ว่ามาสิ”


“คนที่ชื่อว่า กราแฮม... มารไร้หัวคนนั้น สรุปแล้ว... มัน 'ดับสูญ' ไปจากโลกนี้แล้วจริงๆ ใช่ไหม?”


สิ้นประโยคของนาง ห้องทั้งห้องพลันตกอยู่ในความเงียบงันประหนึ่งกาลเวลาถูกหยุดนิ่ง ข้าไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที


แต่กลับหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้มโนสำนึกดำดิ่งลงไปสู่ส่วนลึกของรากเหง้าตนเอง สถานที่ที่ข้ากักขัง "ความว่างเปล่า" เอาไว้


“กราแฮม... ยังคง 'เสื่อมสลาย' อยู่ภายในตัวข้านี่แหละ”


ภายในห้วงคำนึงการเผชิญหน้าในรากเหง้าของข้า


ในความว่างเปล่าที่ไร้แสงสว่าง มีเพียงเสียงสะอื้นของมิติที่กำลังแตกสลาย ร่างของกราแฮมปรากฏขึ้นเบื้องหน้าข้า


ร่างกายของมันพยายามแตกตัวออกเป็นความว่างเปล่าและพยายามฟื้นคืนชีพกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งวัฏจักรที่ไม่มีวันจบสิ้น


“แล้วเธอจะทำผมให้ดับสูญได้อย่างไรกันเล่า... อานอส?”


กราแฮมในร่างแห่งความเป็นไปได้เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มวิปริต


“ความว่างเปล่าของผม... ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดจบ เธอไม่มีวันทำลายสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงได้หรอก”


ข้าก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังเวทที่ข้นคลักแผ่ออกมาจนพื้นมิติเบื้องล่างแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ข้าแสยะยิ้มอำมหิตพลางเอื้อมมือออกไปหาศัตรูผู้โอหัง


“...และนี่คือคำตอบ...”


“หืม... จะลองดูหน่อยก็ไม่เลว”


กราแฮม ยก เคียวเทพวิปลาส ขึ้นเหนือหัว คมเคียวสีดำทมิฬฟาดลงมาด้วยเจตจำนงที่หมายจะลบล้างทุกความเป็นไปได้เบื้องหน้าให้กลายเป็นศูนย์


ทว่าข้ากลับไม่ขยับหนีแม้แต่นิ้วเดียว ข้ายื่นมือเปล่าออกไปคว้าจับคมเคียวนั้นไว้ได้ด้วยมือเดียว! พลังทำลายล้างที่ควรจะลบข้าให้หายไปกลับทำได้เพียงแค่สร้างลมพัดเบาๆ ผ่านตัวข้าไปเท่านั้น


“เธอจะทำอะไรน่ะ อานอส ฮ่าๆ”


กราแฮมถามด้วยความฉงน แววตามันเริ่มสั่นไหวเมื่อเห็นว่าข้าไม่ได้เพียงแค่กันการโจมตี แต่กำลัง 'ยึดครอง' มัน ข้าไม่ได้ตอบ แต่กลับใช้อีกมือหนึ่งคว้าจับเข้าไปที่


รากเหง้าของมันโดยตรง แม้ความว่างเปล่าจะพยายามกัดกินมือของข้า แต่มันกลับพ่ายแพ้ต่อพลังแห่ง "การเสื่อมสลาย" ที่เข้มข้นกว่า


“เจ้าคิดว่าความว่างเปล่าของเจ้าอยู่เหนือทุกสิ่งงั้นรึ? งั้นก็ลองสัมผัสกฎเกณฑ์ของข้าดูเสีย!”

“อินการ์ (การเสื่อมสลาย)”


วงเวทสีดำสนิทนับร้อยวงปรากฏขึ้นรอบตัวข้า แรงกดดันมหาศาลทำให้กาลเวลาและมิติรอบข้างเริ่มสึกกร่อน กราแฮมเบิกตากว้างเมื่อพบว่าความว่างเปล่าของมันเริ่มถูก "กัดกิน"


โดยรากเหง้าของข้า ข้ากำวิญญาณของมันแน่นแล้วกระชากมันเข้ามาในร่างของข้าโดยตรง


“ว๊ากกกกกกกกกกก—!!!!!!!!”


เสียงร้องของกราแฮมบิดเบี้ยวจนไม่เป็นภาษามนุษย์ ความว่างเปล่าของมันถูกย่อยสลาย ถูกทำลาย และถูกกัดกร่อนลงไปเรื่อยๆ ทว่ามันกลับไม่ยอมดับสูญหายไปข้าเอ่ยด้วยเสียงเย็นชาข้างหูมัน


“ง่ายๆ... ความว่างเปล่าของเจ้า จะถูกการเสื่อมสลายของข้ากัดกร่อนไปชั่วนิรันดร์ มันจะถูกทำลายลงซ้ำๆ โดยที่ไม่มีวันหายไป ไม่มีวันหลุดพ้น และไม่มีวันได้ไปสู่ความว่างเปล่าที่เจ้าถวิลหา”


กราแฮมหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางความเจ็บปวดที่ก้าวข้ามขีดจำกัด


“ฮะ... ฮะฮะ... แบบนี้เองสินะ... ไม่ใช่การดับสูญ... แต่เป็นการทรมานตลอดกาล... นี่คือคุกที่เธอสร้างไว้ให้ผมสินะ อานอส!”


ร่างของมันแหลกสลายกลายเป็นเศษเสี้ยววิญญาณที่ไม่มีวันแตกดับ และถูกกลืนกินเข้าไปในส่วนลึกที่สุดของรากเหง้าข้า กลายเป็นส่วนหนึ่งของพลังที่ข้าควบคุมไว้โดยสมบูรณ์


~ ตัดกลับมาสู่ปัจจุบัน : ห้องนอน ~


ข้าลืมตาขึ้น พบว่าเอลวีน่ายังคงยืนนิ่งมองข้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและร่องรอยของความกังวล


“หมายความว่าไง... เสื่อมสลาย?”


“กราแฮมไม่ได้ถูกทำลายจนดับสูญไป... แต่มันยังคงถูกการเสื่อมสลายของข้ากัดกินไปเรื่อยๆ ภายในรากเหง้าของข้าเอง”


ข้าก้าวเท้าเข้าไปใกล้นางหนึ่งก้าว กลิ่นอายเวทมนตร์สีดำจางๆ แผ่ออกมาจากตัวข้าชั่วขณะจนอากาศในห้องดูหนักอึ้งขึ้นเอลวีน่ากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใบหน้าของนางซีดลงเล็กน้อย


“ยัง... ยังมีชีวิตอยู่ข้างในตัวนายเหรอ...?”


“ถูกต้อง”


ข้ายกมือขึ้นเล็กน้อย แสงเวทสีม่วงเข้มวาบผ่านดวงตา เสียงของข้าต่ำลงและเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็น


“แต่มันจะมีชีวิตอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า อานอส วอดีโก้ ผู้นี้เพียงคนเดียวเท่านั้น มันจะไม่มีวันได้เห็นแสงเดือนแสงตะวัน หรือมีเจตจำนงเป็นของตนเองอีกต่อไป”


ข้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทางที่ดูผ่อนคลายแต่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามทำให้เอลวีน่าอุทานออกมาเบาๆ


“นะ... นี่นาย... ถึงขั้นกักขังความว่างเปล่าไว้ในตัวเองเชียวเหรอ... นายแบกรับสิ่งที่น่ากลัวแบบนั้นไว้ตลอดเวลาเลยรึไง”


ข้าหันหลังเดินไปที่หน้าต่าง มองดูทิวทัศน์ของเดลโซเกดที่กำลังถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศที่เปลี่ยนไป ฟันเฟืองแห่งระเบียบของโลกที่กำลังหมุนวนไปสู่สงครามครั้งใหม่นั้น ข้าสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของมันจากฟากฟ้า


“ไม่ต้องกังวลไป เอลวีน่า ต่อให้มันจะดิ้นรนอีกกี่ร้อยกี่ล้านครั้ง ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม... ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะหลุดพ้นจากสายตาข้าไปได้”


ข้าหยุดเดินชั่วครู่ก่อนจะหันกลับมาสบตากับนาง เอ่ยทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดประดุจคำพิพากษาของพระเจ้า


“มันไม่มีวันหลุดพ้นจาก 'การเสื่อมสลาย' ของข้าได้... และหากใครหน้าไหนคิดจะมาช่วงชิงมันไป หรือใช้มันเป็นเครื่องมือในนภาครามแห่งนี้ ข้าก็จะทำให้พวกมันได้รู้จักกับคำว่าเสื่อมสลายที่แท้จริงเช่นกัน”


สถานที่แห่งหนึ่งในนภาคราม — ดินแดนแห่งทวยเทพ

ฟันเฟืองทองคำขนาดยักษ์บนท้องฟ้าหมุนวนอย่างช้าๆ เสียงโลหะกระทบกันดังกึกก้องไปทั่ววิหารเมฆา บุรุษผู้หนึ่งในชุดเกราะสีขาวบริสุทธิ์จ้องมองลงไปยังโลกเบื้องล่าง แววตาของเขาไร้ความรู้สึกประหนึ่งจักรกล


“...การเสื่อมสลายงั้นรึ... ช่างเป็นสิ่งแปลกปลอมที่น่ารำคาญใจเสียจริง...”


เขายกมือขึ้น แสงสว่างจืดจ้าเริ่มก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้ว


“ฟันเฟืองที่ผิดเพี้ยน... จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขให้กลับเข้าสู่ระเบียบที่ถูกต้อง”


สงครามที่แท้จริงกำลังจะเริ่มเคลื่อนไหว



หลายวันต่อมา ณ โลกใต้พิภพ


ท่ามกลางวิหารศิลาศรัทธาอันยิ่งใหญ่ อักขระโบราณส่องแสงเป็นจังหวะราวกับมีชีวิต พลังเวทหนาแน่นจนแม้แต่ลมหายใจก็หนักอึ้ง



“ทุกคน... จงทำความเคารพ!”


นั่นคือเสียงของ พระสันตะปาปา โกโลอาน่า ผู้นำทางจิตวิญญาณผู้มีนัยน์ตาเปี่ยมด้วยศรัทธาอันบ้าคลั่ง สิ้นคำสั่งนั้น มนุษย์มังกรทั่วทั้งโลกใต้พิภพจาก 3 อาณาจักรใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเหล่ามังกรผู้พิชิตผู้เกรียงไกรแห่ง จีโอดาร์


นักรบมังกรผู้สง่างามแห่งจักรวรรดิ อากาฮา และเหล่าผู้พิทักษ์เขี้ยวเล็บแห่งประเทศ กาเดซีโอร่า ต่างพร้อมใจกันทรุดเข่าลงกระแทกพื้นศิลาจนเกิดเสียงดังสนั่น หมอบกราบลงอย่างศิโรราบต่อสิ่งเบื้องหน้า


เบื้องบนแท่นบูชา แสงสว่างสีทองเงินส่องประกายเจิดจ้าประหนึ่งดวงตะวันจุติลงสู่ใต้พื้นพิภพ มันคือ ‘ประกายแสงสรรทานุภาพ เอ็กซ์เอส’ สัญลักษณ์แห่งเจตจำนงที่อยู่เหนือมวลมนุษย์ และนี่คือวันที่ประมุขเทพผู้ยิ่งใหญ่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาจุติ ณ โลกของมิริเทียอย่างเป็นทางการ


ท่ามกลางรัศมีอันเจิดจ้า ร่างของบุรุษผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากวงล้อมของแสง เขาคือชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีดำสนิทดุจรัตติกาลที่แทรกซึมด้วยเส้นไหมสีทองอร่ามเป็นประกายสะดุดตา


สวมผ้าคลุมยาวลากพื้นสีทองสลับดำที่ถักทอด้วยเส้นใยเวทมนตร์ระดับเทพเจ้า ทว่าสิ่งที่น่าเกรงขามที่สุดคือบนผิวหนังตรงตำแหน่งหน้าอกข้างซ้าย ปรากฏรอยปานรูป 'ฟันเฟือง' ที่หมุนวนอยู่ช้าๆ ประหนึ่งกลไกที่กุมชะตากรรมของโลกเอาไว้


เขากวาดสายตามองเหล่าผู้ศรัทธาด้วยดวงตาที่เรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้วิญญาณสั่นสะท้อน ก่อนจะเอ่ยวาจาออกมา


“โอ้ ท่านเทพ...”


“โปรดรับศรัทธาของพวกเรา...”


แสงสีทองเงินระเบิดออกจากแท่นบูชา


วูมมมม—!!!


แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายจนบางคนถึงกับหายใจไม่ออกจากแสงนั้น ร่างของบุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมา


“……”


เขาเงียบงัน แต่เพียงการมีอยู่ก็ทำให้ทั้งวิหารสั่นไหวฟันเฟืองที่หน้าอกหมุนช้าๆ


กึก... กึก... กึก...


“ฟันเฟือง.....ได้เริ่มหมุนแล้ว......”


เสียงของ เอ็กซ์เอส ดังขึ้น ทันใดนั้น อากาศทั้งหมดเหมือนถูกบีบอัด


“เหล่าผู้ศรัทธาในเทพเจ้าผู้เป็นที่รักเอ๋ย... เราขอให้พวกเจ้าทุกคน จงมอบพลังอันบริสุทธิ์และคำสัตย์ปฏิญาณให้แก่เรา... เทพเจ้าแห่งฟันเฟือง เอ็กซ์เอส ผู้นี้เสียเถิด


เขายกมือขึ้นเล็กน้อย.วงเวทย์นับพันปรากฏเหนือศีรษะผู้คน


“มอบศรัทธา... และคำสัตย์ของพวกเจ้า... ให้แก่ เทพเจ้าแห่งฟันเฟือง เอ็กซ์เอส ผู้นี้”


“โอออออออ—!!!!”


เสียงโห่ร้องดังกึกก้อง


พลังเวทมหาศาลไหลทะลักขึ้นสู่ท้องฟ้า


ซูมมมม—!!!


แสงพุ่งเข้าสู่ร่างของเอ็กซ์เอส ฟันเฟืองหมุนเร็วขึ้น เขาแสยะยิ้ม


“ดี... มาก...”


ทันใดนั้น เขากำมือแน่น ตูม—!!! แรงกดดันระเบิดออก


“ภารกิจของพวกเรา... มีเพียงหนึ่งเดียว คือ กำจัดชายผู้หนึ่ง... ให้ดับสูญจากระเบียบของโลก”


เสียงอื้ออึงดังขึ้น


“ใครกัน...?”


“ผู้ใดกล้าต่อต้านเทพเจ้า...?”


เอ็กซ์เอสยิ้ม


“เขาไม่ได้อยู่ที่นี่...แต่อยู่... บนโลกเบื้องบน”


ฟันเฟืองหมุนรุนแรงขึ้น ทันทีที่ชื่อนั้นถูกเอ่ย


“อานอส วอดีโก้”



พลังเวทบางอย่างสะท้อนกลับราวกับโลกต่อต้าน เอ็กซ์เอสหรี่ตา


“ผู้ไร้คุณสมบัติ...”


เขาก้าวไปข้างหน้า ทุกย่างก้าวทำให้พื้นแตก



“ตัวตนที่ไม่ควรมีอยู่...พวกเราจะทำลายมัน ทำลายให้สิ้นซาก!”


“โออออออ—!!!”


พลังสังหารพุ่งขึ้นสู่ฟ้า ซากหินลอยขึ้นกลางอากาศจากแรงกดดัน ราชาทั้งสามอาณาจักรก้าวออกมา


“พวกเราขอมอบ เอเวราสต์ อันเซตต้า แด่ท่าน!”


“โปรดใช้เป็นฐานกำจัดศัตรูของเทพเจ้า!”


เอ็กซ์เอสหัวเราะเบาๆ


“หึ ๆ ๆ ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ...ดี...มาก”


เขากางแขนออกพลังศรัทธาทั้งหมดถูกรวบรวม


“ผู้ไม่เหมาะสม อานอส วอดีโก้...ข้าจะบดขยี้เจ้า... ด้วยระเบียบของโลกนี้เอง”



ณ ปราสาทจอมมารเดลโซเกด เสียงลมพัดเบาๆ

อานอสกำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบ


“……”


จู่ๆ มือของเขาหยุดนิ่ง ถ้วยกระทบจานเบาๆ


“หืม...”


เขามองลงไปยังพื้นดิน เนตรมารส่องประกาย


“กลิ่นอายนี้...ฟันเฟือง?”


สเตลล่าหันมามอง


“มีอะไรเหรอ อานอส?”


ข้าลุกขึ้นยืน


“ไม่มีอะไรหรอก น่าจะเป็นการจุติของ ประมุขเทพ...ที่กำลังพยายามเล่นบทเป็น สันติภาพ”


ตูม! แรงกดดันเล็กน้อยแผ่ออก พื้นระเบียงร้าว

สเตลล่าชะงัก


“นะ... นั่นมันไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วนะ...”


ข้าหัวเราะเบาๆ และ ก้าวไปข้างหน้า


“หึ ถ้ามันเรียกตัวเองว่าเทพสูงสุด...”


ข้าจะแสดงให้เห็นได้ว่า แม้แต่ พระเจ้า ก็ไม่สามารถ ทำให้ข้า ดับสูญ ได้


ทันใดนั้น วูบบบ—! วงเวทย์สีดำปรากฏใต้เท้าข้า

อากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว


“อานอส...”


สเตลล่ากลืนน้ำลาย


“นายจะไปตอนนี้เลยเหรอ?”


ข้าหันกลับมา และยิ้มกว้าง


“ไม่ ให้มันเตรียมตัวให้พร้อมก่อนจะได้ไม่ เสื่อมสลาย ง่ายเกินไป”


ทันใดนั้น เสียงบางอย่างดังขึ้นจากส่วนลึกของรากเหง้า


“……”


ข้าหรี่ตาเล็กน้อย


“ดิ้นอีกแล้วสินะ... กราแฮม”


เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังสะท้อนข้ายิ้ม


“ฮะ... ฮะฮะ...ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวเจ้าก็ได้ดูเอง...”


วูมมม—!!!


พลังของจอมมารแผ่กระจายท้องฟ้าเหนือเดลโซเกดสั่นสะเทือน ศึกระหว่าง “ผู้ไร้คุณสมบัติ” และ “เทพเจ้าแห่งฟันเฟือง” กำลังจะเริ่มขึ้นอย่างแท้จริง...

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

↑ページトップへ