表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
12/15

บทนำ ~ การกลับชาติมาเกิด ~

 ณ ปราสาทจอมมารเดลโซเกด ยุคเทพปกรณัม

 ท่ามกลางกลิ่นอายเวทมนตร์ที่เข้มข้นจนอากาศบิดเบี้ยว อานอส วอลดีโกด นั่งอยู่บนบัลลังก์ศิลาด้วยท่าทีผ่อนคลาย แววตาคมกริบจ้องมองไปยังผู้มาเยือนทั้งสี่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า


 "ว่ายังไงล่ะ จอมมารอานอส..."


 ผู้กล้า กราเซลล์ เอ่ยทำลายความเงียบ ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือสั่นสะท้าน


 "ที่เรียกพวกเรามาพร้อมกันที่นี่ เพื่อจะประกาศยอมแพ้ หรือจะหัวเราะเยาะในกองเลือดที่ท่านก่อกันแน่?"


 อานอสใช้มือเท้าคาง พลางขยับยิ้มที่มุมปาก


 "ก็อย่างที่ข้าว่าไปนั่นแหละ... พวกเจ้าคิดเห็นเช่นไรล่ะ?"


 "สงบศึกงั้นเหรอ? จะมาพูดอะไรป่านนี้!"


 กราเซลล์ตวาดลั่น


 "จอมมารอานอส ท่านสังหารมนุษย์ไปแล้วกี่คน! เลือดของพวกเขายังไม่ทันแห้งจากแผ่นดินด้วยซ้ำ!"


 อานอสไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้า เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทรงพลัง


 "งั้นข้าขอถามกลับบ้างนะ ผู้กล้า กราเซลล์... แล้วเจ้าฆ่าเผ่ามารไปแล้วกี่คน?"


 สายตาของอานอสตวัดไปทางบุรุษผู้มีปีกทมิฬและสตรีผู้สง่างามข้างๆ


 "เจ้าก็เหมือนกัน ราชาปีศาจ ลูซิเฟอร์ เจ้าฆ่าเทพเจ้าไปกี่องค์แล้ว? และท่าน เทพรังสรรค์ มิลิเมีย ท่านทำลายชีวิตไปเท่าไหร่ในนามของ 'ระเบียบ' ที่ท่านยึดถือ?"


 คำถามนั้นทำให้บรรยากาศหนักอึ้ง ตัวแทนทั้ง 4 เผ่าพันธุ์ชะงักไปครู่หนึ่ง


 "จอมมารอานอส... นี่ท่านกำลังจะบอกว่าเผ่ามารไม่มีความผิดเลยงั้นรึ?"


 กราเซลล์กัดฟันถาม


 "ไม่ใช่เลย... ข้าไม่ได้จะแก้ตัวให้ใคร"


 อานอสลุกขึ้นยืนช้าๆ


 "สงครามไม่มีใครถูกหรือผิดทั้งนั้น ในวังวนนี้สาเหตุมันอาจเริ่มจากเรื่องเล็กน้อย ฝ่ายหนึ่งฆ่า อีกฝ่ายแก้แค้น วนเวียนเป็นวัฏจักรที่ไร้จุดจบ... เจ้าไม่เบื่อบ้างรึยังไง ผู้กล้า?"


 "เบื่องั้นเหรอ...?"


 กราเซลล์ทวนคำ


 "ใช่... ข้าน่ะเบื่อเต็มทนแล้วกับโลกที่เหม็นคาวเลือดแบบนี้"


 อานอสเดินลงจากแท่นบัลลังก์


 "ข้าอยากเห็นโลกที่เด็กๆ ไม่ต้องจับดาบ โลกที่ความแค้นไม่ใช่เหตุผลในการมีชีวิต"


 กราเซลล์ลดดาบลงเล็กน้อย แต่แววตายังคงระแวง


 "จะให้ข้าเชื่อคำพูดของคนที่ถูกขนานนามว่า 'จอมมารผู้เหี้ยมโหด' อย่างนั้นหรือ? ฉันน่ะยังอยากจะเชื่อในมนุษย์... เชื่อในความยุติธรรมที่พวกเราปกป้อง!"


 "งั้น ผู้กล้าแห่งมนุษย์เอ๋ย... ไม่ลองมาเชื่อ 'จอมมาร' ดูสักครั้งล่ะ?"


 คำพูดของอานอสทำให้ทุกคนเบิกตากว้าง


 "ว่ายังไงนะ?"


 "ถ้าใช้พลังของพวกเราทั้งหมดที่อยู่ที่นี่... มนุษย์ มาร เทพ ภูติ ปีศาจ... เราจะสร้าง 'กำแพง 5 โลก' เพื่อปิดกั้นดินแดนจากกัน แยกเผ่าพันธุ์ออกจากความขัดแย้งเป็นเวลาสองพันปี ให้เปลวไฟแห่งความโกรธแค้นมันมอดดับลงไปตามกาลเวลา... ลองดูไหมล่ะ? เจ้าจะเป็นแกนกลางในการร่ายเวท และให้ลูซิเฟอร์ เรโน่ รวมถึงมิลิเมีย เป็นผู้สนับสนุนพลัง"


 กราเซลล์นิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะสบตาอานอส


 "ท่านยอมสละชีวิตเพื่อเรื่องนี้จริงๆ งั้นเหรอ?"


 "เพื่อโลกที่ข้าอยากเห็น... รากเหง้าเพียงหนึ่งเดียวของข้าถือว่าราคาถูกมาก"


 อานอสอ้าแขนออกกว้าง


 "เข้ามาสิ ผู้กล้า... ปิดฉากยุคสมัยอันเลวร้ายนี้ด้วยมือของเจ้า"


 กราเซลล์สูดลมหายใจเข้าลึก พุ่งตัวเข้าหาอานอสราวกับสายฟ้า ดาบศักดิ์สิทธิ์แทงทะลุอกซ้าย ปักเข้าที่กลางรากเหง้าของจอมมารอย่างแม่นยำ


 "อั่ก...!"


 อานอสกระอักเลือดออกมา แต่มันกลับเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยมี


 "ขอบใจมาก... กราเซลล์"


 แสงสว่างมหาศาลระเบิดออกจากร่างของอานอส พร้อมกับการปรากฏขึ้นของกำแพงเวทมนตร์ขนาดยักษ์ที่แบ่งแยกโลกทั้งห้าออกจากกัน ร่างของจอมมารค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองแสง


 "อีกสองพันปีข้างหน้า... ข้าจะกลับมาดูผลลัพธ์... หวังว่าตอนนั้น โลกคงจะน่าอยู่กว่านี้นะ"


 สิ้นคำพูดนั้น วิญญาณของอานอส วอลดีโกด ก็ดับสูญไปจากยุคเทพปกรณัม ทิ้งไว้เพียงตำนานที่รอการตื่นใหม่อีกครั้งในอนาคต


 2,000 ปีต่อมา ณ หมู่บ้านเล็กๆ ในทวีปโยรุฮูบะ

 ในบ้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอความอบอุ่น อีซาเบลล่า อุ้มทารกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกขึ้นมาแนบอกด้วยความรัก เธอมองดูใบหน้าที่ดูสงบนิ่งเกินเด็กทั่วไปของลูกชายพลางยิ้มกว้าง


 "ดูสิคะคุณ... ลูกชายของเราล่ะ"


 กัสต้า ผู้เป็นพ่อโน้มตัวลงมามองด้วยแววตาเป็นประกาย


 "อา... แข็งแรงดีจริงๆ ด้วย ยินดีต้อนรับสู่โลกนะเจ้าหนู"


 เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้


 "จริงสิ แล้วชื่อล่ะ? เราจะให้ลูกชื่อว่าอะไรดี"


 ในขณะที่ทั้งคู่กำลังใช้ความคิด ทารกในอ้อมกอดก็ลืมตาขึ้น ดวงตานั้นดูลุ่มลึกราวกับผ่านโลกมาอย่างยาวนาน


 "อานอส... อานอส วอลดีโกด"


 "ว๊ายยยยยยยยย!!!"


 อีซาเบลล่าร้องลั่นด้วยความตกใจจนเกือบทำลูกหลุดมือ


 "พะ... พะ... พูดได้แล้ว! ลูกพูดได้ตั้งแต่ออกมาเลยเหรอเนี่ย!!"


 กัสต้าตาค้าง ตะโกนลั่นบ้านจนแทบไม่เป็นภาษาเด็กน้อยอานอสไม่ได้ใส่ใจท่าทีตื่นตระหนกนั้น เขาเพียงแค่มองสำรวจร่างกายอันเล็กจ้อยของตนเอง


 "ร่างกายเด็กนี่มันขยับยากชะมัด... กรูซ (เติบโต)"


 สิ้นเสียงพึมพำ วงจรเวทมนตร์สีดำสนิทแผ่ออกมา ร่างของทารกยืดขยายขึ้นอย่างรวดเร็วต่อหน้าต่อตาพ่อแม่ จนกลายเป็นเด็กชายวัย 6 ขวบในชั่วพริบตา


 "ระ... ร่างกายโตขึ้นด้วย!"


 กัสต้าอ้าปากค้าง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างด้วยความดีใจปนช็อก


 "สุดยอด! ลูกชายข้าเป็นอัจฉริยะ! เอ้อ! เดี๋ยวพ่อไปหาซื้อเสื้อผ้ามาให้เดี๋ยวนี้แหละ รอเดี๋ยวนะอานอส!"


 1 เดือนต่อมา


 จดหมายฉบับหนึ่งถูกส่งมาถึงบ้าน เป็นบัตรเชิญที่มีตราประทับสีทองอร่าม


 "จดหมายเชิญจาก สถาบันเวทมนตร์ เดเบอนิวส์ งั้นเหรอ..."


 อานอสอ่านข้อความในจดหมาย


 "หึ สถาบันที่จะเฟ้นหาผู้สืบทอดงั้นสินะ"


 เขาสังเกตเห็นใบหน้าของอีซาเบลล่าที่ดูหมองลง


 "มีอะไรอย่างนั้นรึ ท่านแม่?"


 "คือว่านะอานอส... สถาบันนั่นอยู่อีกทวีปหนึ่งเลยนะจ๊ะ"


 อีซาเบลล่ากุมมือลูกชาย


 "ถ้าลูกไป... เราคงเหงากันมากแน่ๆ แม่ยังอยากอยู่กับลูกให้นานกว่านี้อีกหน่อย"


 อานอสมองดูแววตาที่สั่นเครือของแม่คนใหม่ แล้วเขาก็ยกยิ้มออกมา


 "เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก ถ้ามันลำบากที่จะไปๆ มาๆ... เราก็แค่ย้ายบ้านไปอยู่ที่นั่นกันให้หมดนี่แหละ"


 "เอ๋? ย้ายบ้านไปดินแดนเผ่ามาร ทวีปอาเซนซีออนเนี่ยนะลูก!"


 กัสต้าอุทาน


 "นั่นมันไกลและอันตรายมากเลยนะ!"


 "สำหรับข้า... ไม่มีที่ไหนในโลกนี้ที่อันตรายหรอก"


 อานอสกล่าวอย่างมั่นใจ


 "เตรียมตัวเถอะ เราจะไปตั้งรกรากใหม่ที่นั่นกัน"


 ค่ำคืนแรก ณ ทวีปอาเซนซีออน (ดินแดนเผ่ามาร)หลังจากย้ายมาถึงที่พักใหม่ด้วยเวทมนตร์เคลื่อนย้ายที่รวดเร็วจนพ่อแม่ตั้งตัวไม่ติด กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารก็อบอวลไปทั่วห้อง


 "เอาล่ะจ้ะ! เพื่อเป็นการฉลองการย้ายบ้านและฉลองที่ลูกชายคนเก่งได้รับเลือก... วันนี้แม่ทำ 'กาแตงเห็ด' ของโปรดของลูกด้วยนะ!"


 อีซาเบลล่าวางจานร้อนๆ ลงบนโต๊ะ


 "โอ้โห! น่ากินสุดๆ ไปเลยอีซาเบลล่า!"


 กัสต้าปรบมือรัวๆ ก่อนจะหันไปหาลูกชาย


 "มากินเถอะอานอสจัง พ่อว่าไม่มีอะไรในโลกนี้สู้รสมือแม่เขาได้แล้วล่ะ"


 อานอสมองดูจานกาแตงที่ควันกรุ่นตรงหน้า เขาตักมันเข้าปากช้าๆ รสชาติที่แสนธรรมดาแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยทำเอาเขารู้สึกแปลกใหม่


 "อื้ม... รสชาติไม่เลวเลย"


 อานอสยิ้มออกมา


 "ข้าเริ่มจะชอบยุคสมัยนี้ขึ้นมานิดหน่อยแล้วสิ"


 "เย้! ลูกชอบแม่ก็ดีใจจ้ะ"


 อีซาเบลล่ายิ้มอย่างมีความสุขท่ามกลางเสียงหัวเราะของพ่อและแม่ อานอสมองออกไปนอกหน้าต่าง สู่ทิศทางของสถาบันเวทมนตร์ที่เขากำลังจะไปเยือน...


 รอข้าก่อนเถอะ เหล่าลูกหลานของข้า ข้าจะไปดูว่าพวกเจ้าดูแลชื่อของข้าได้ดีแค่ไหน'

เป็นอย่างไรบ้างคูเมืองเชียงใหม่

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

↑ページトップへ