การกลับชาติมาเกิด
ข้าคือราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่
สองพันปีก่อน ณ จุดสิ้นสุดของยุคสมัย
ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีครามบัดนี้ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานราวกับหยดเลือดที่สาดกระจาย กลิ่นอายของกำมะถันและเขม่าควันลอยคละคลุ้งไปทั่วชั้นบรรยากาศ
พื้นปฐพีที่เคยอุดมสมบูรณ์กลับแตกร้าวแยกออกจากกันจากผลกระทบของเวทมนตร์ระดับทำลายล้างที่ปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง
ซากปรักหักพังของปราสาทราชวังและกองศพของเหล่านักรบ ทั้งมนุษย์ผู้ถือครองดาบศักดิ์สิทธิ์ เทพเจ้าผู้โอหัง และปีศาจผู้ซื่อสัตย์
ต่างนอนตายทับซ้อนกันจนกลายเป็นขุนเขาแห่งความโศกเศร้าบนยอดสูงสุดของซากศพเหล่านั้น มีบัลลังก์ศิลาสีดำทมิฬตั้งตระหง่านอยู่
ราชาปีศาจผู้บ้าคลั่ง ไอซิส
เขานั่งอยู่บนบัลลังก์นั้นด้วยท่วงท่าที่สงบนิ่งอย่างน่าประหลาด มือข้างหนึ่งค้ำคาง ดวงตาสีแดงดุจทับทิมต้องแสงไฟสงครามสะท้อนภาพความพินาศตรงหน้าอย่างไม่ยินดียินร้าย
ราวกับว่ามหาสงครามที่สั่นสะเทือนทั้งสามโลกนี้เป็นเพียงภาพวาดที่เขามองดูจนเบื่อหน่ายแล้วเบื้องล่างของเขา คือเหล่าขุนพลปีศาจที่เหลือรอดเพียงหยิบมือ ทุกตนต่างอยู่ในสภาพสะบักสะบอม ชุดเกราะแตกกระจาย
พวกเขาคุกเข่าลงต่อหน้าผู้เป็นนายด้วยความยำเกรงสูงสุดหนึ่งในขุนพลที่มีแผลเป็นยาวพาดใบหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่พยายามเก็บกดความเจ็บปวด
“ท่านไอซิส… กองทัพเทพเจ้าและมนุษย์กำลังรวบรวมกำลังครั้งสุดท้ายที่ชายแดนหากท่านไม่ลงมือในตอนนี้ โลกทั้งใบอาจถึงคราวอวสาน…ท่านคิดจะทำเช่นไรต่อไปหรือขอรับ?”
ความเงียบที่หนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยภูเขาครอบคลุมไปทั่วอาณาบริเวณชั่วขณะ ก่อนที่ฝีปากของราชาจะขยับ
“จงฟังให้ดี เหล่าลูกหลานที่รักของข้าเอ๋ย”
เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังดังกังวานออกไป แม้จะไม่ได้ตะโกน แต่มันกลับก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคนในรัศมีหลายร้อยกิโลเมตรแรงกดดันวิญญาณที่แผ่ออกมาโดยไม่ตั้งใจทำให้มิตรอบๆ ตัวเขาบิดเบี้ยวจนพื้นดินยุบตัวลงเป็นวงกว้าง
“พวกเจ้าไม่เหนื่อยบ้างหรือ? กับการฆ่าฟันที่ไม่มีวันจบสิ้นนี้”
ไอซิสกวาดสายตาคมกริบมองลูกหลานของตน
“ความเกลียดชังของมนุษย์ ความโอหังของเทพ และความบ้าคลั่งของปีศาจ… ต่อให้ข้ากวาดล้างศัตรูให้สิ้นซากในวันนี้ ในอีกร้อยปีพันปีข้างหน้า เมล็ดพันธุ์แห่งความริษยาก็จะงอกงามขึ้นมาใหม่ และสงครามโง่เขลานี้ก็จะวนลูปกลับมาอีกครั้ง”
เหล่าปีศาจก้มหน้าลงต่ำ ไม่มีใครกล้าปริปากโต้แย้งความจริงอันเจ็บปวดนี้
ไอซิสค่อยๆ ยกมือข้างขวาขึ้น แสงสีครามที่เย็นเยือกและงดงามเริ่มก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้ว มันม้วนวนและอัดแน่นจนกลายเป็นอัญมณีทรงหยดน้ำที่ส่องประกายเรืองรองราวกับดวงดาวที่ถูกขังไว้ข้างใน
“ดังนั้น… เพื่อตัดวงจรที่แสนน่าเบื่อนี้ ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะ ‘ดับสูญ’ ด้วยเจตจำนงของข้าเอง”
“!!!!”
เสียงโกลาหลระเบิดขึ้นทันที
“ท่านไอซิส! ท่านจะทอดทิ้งพวกเรางั้นหรือ!?”
“หากไร้ซึ่งท่าน เผ่าปีศาจจะอยู่อย่างไร!”
ไอซิสยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งบนใบหน้าอันเย็นชาของเขา
“อย่าเข้าใจผิด ข้าไม่ได้หายไปไหน… ข้าแค่ไปพักผ่อนยาวๆ เท่านั้น”
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ผ้าคลุมสีดำโบกสะบัดตามแรงลม
“ข้าจะฝังรากเหง้าและอำนาจทั้งหมดของข้าไว้ในอัญมณีชิ้นนี้ ข้าจะสลายวิญญาณไปสู่กระแสแห่งกาลเวลา เพื่อรอคอยวันที่โลกจะเปลี่ยนไป… วันที่ความสงบสุขจะนำพาข้ากลับมา”
ท้องฟ้าเริ่มปริแตก รอยแยกแห่งมิติมหึมาปรากฏขึ้นเหนือหัว
“จงดูแลตัวเองให้ดี และรอคอยข้า… ในอีกสองพันปีข้างหน้า เมื่อโลกนี้ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ข้าจะกลับมาทวงบัลลังก์ของข้าคืน ในตอนนั้น ข้าหวังว่าจะได้เห็นโลกที่น่ารื่นรมย์กว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้”
“น้อมรับบัญชา!!! ขอให้องค์ราชาทรงพระเจริญสถาพร!!!”
เสียงโห่ร้องที่รวมเอาทั้งน้ำตาและความศรัทธาของปีศาจนับแสนดังกึกก้องประหนึ่งโลกจะทลายลง
ร่างของไอซิสเริ่มสลายกลายเป็นละอองแสงสีคราม อัญมณีนั้นพุ่งหายไปในความว่างเปล่า พร้อมกับร่างของราชาที่จางหายไปจากประวัติศาสตร์…
สองพันปีต่อมา – การเริ่มต้นใหม่
17 ปีก่อน ณ บ้านพักชายป่าอันเงียบสงบท่ามกลางความเงียบเชียบของราตรีที่สงบสุข เสียงทารกร้องไห้กระจ่างใสก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
“อุแว้… อุแว้…!”
หญิงสาวผมสีดำขลับประคองร่างทารกน้อยไว้ในอ้อมกอด ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปิติ
“ดูสิคะคุณ… ลูกชายของเราแข็งแรงมากเลย”
ชายหนุ่มผู้เป็นพ่อรีบเดินเข้ามาดู เขาใช้นิ้วที่หยาบกร้านจากการทำงานแตะแก้มเด็กน้อยเบาๆ ด้วยความอ่อนโยน
“เด็กคนนี้มีแววตาที่ไม่เหมือนใครเลยจริงๆ… เขาจะชื่ออะไรดีล่ะ?”
“ฉันคิดไว้แล้วค่ะ…”
หญิงสาวกระซิบข้างหูทารก
“ชื่อของเจ้าคือ… ไอซาวะ อากิระ”
ทันทีที่สิ้นคำ เสียงร้องไห้ก็หยุดชะงักลง เด็กน้อยอากิระลืมตาขึ้น ดวงตาสีดำสนิทที่แฝงไปด้วยความลึกซึ้งเกินกว่าทารกทั่วไปจะพึงมี
เขามองดูเพดานไม้และใบหน้าของพ่อแม่ใหม่ด้วยสายตาที่เย็นเยือกแต่ก็เต็มไปด้วยความสงสัย นี่คือ… ยุคสมัยใหม่ที่ข้าเลือกงั้นหรือ? ช่างเป็นพลังเวทที่เบาบาง… และสงบสุขเสียจริง
ปัจจุบัน – โรงเรียนราชาปีศาจ
ประตูหินขนาดยักษ์ที่สลักลวดลายโบราณเปิดออกกว้าง ต้อนรับเหล่านักเรียนผู้มีสายเลือดปีศาจจากทั่วทุกสารทิศ ผู้คนมากมายสวมเครื่องแบบหรูหราเดินสลับกันไปมาด้วยความตื่นเต้น
อากิระในวัย 17 ปี ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เขาอยู่ในชุดนักเรียนสีขาวสะอาดตา มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง ท่าทางดูผ่อนคลายและไม่ยึดติดกับสิ่งใด สายตาของเขามองไปยังยอดปราสาทของโรงเรียนที่ดูโอ่อ่าแต่ในสายตาของเขามันกลับดู ‘เล็กน้อย’ อย่างบอกไม่ถูก
“ที่นี่สินะ… สถาบันที่บอกว่าตามหา ราชาปีศาจ ที่คาดว่า จะกลับชาตมาเกิดใหม่”
เขาพึมพำกับตัวเอง
“นี่! อากิระ! มัวยืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนั้นน่ะ?”
เสียงใสๆ ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเด็กสาวผมสีเงินยาวสลวย เธอคือ สเตลล่า เพื่อนสมัยเด็กผู้ร่าเริงและเป็นทายาทตระกูลปีศาจขุนนางชั้นสูง เธอเดินเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มที่สว่างไสว
“สเตลล่าเองเหรอ… วันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษนะ” อากิระทักทายเรียบๆ
“จะไม่ให้คึกคักได้ยังไงล่ะ! วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศนะ แล้วดูสิ… ที่นี่คือโรงเรียนราชาปีศาจเชียวนะ! ที่รวมตัวของอัจฉริยะและผู้สืบทอดสายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรเลย!”
เธอทำตาโตอย่างตื่นเต้น อากิระหัวเราะในลำคอเบาๆ
“ก็แค่โรงเรียน… มีอะไรให้น่าตื่นเต้นขนาดนั้น”
“นายนี่มันขวางโลกจริงๆ!”
สเตลล่าพองลมที่แก้ม
“นายรู้ไหมว่าการสอบเข้าที่นี่มันยากแค่ไหน? แล้วดูชุดนั่นสิ คนที่ใส่ชุดสีขาวแบบพวกเราน่ะถูกมองว่าเป็นพวก ‘ลูกผสม’ หรือ ‘สามัญชน’ นะ ถ้าไม่เจ๋งจริงโดนพวกห้องเรียนสีดำกดหัวแน่!”
อากิระเดินก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง โดยไม่สนสายตาเหยียดหยามจากนักเรียนขุนนางรอบข้าง
“งั้นเหรอ… เรื่องสีเสื้อนั่น ข้าไม่สนหรอก”
“นี่! รอด้วยสิ! ทำไมวันนี้ดูพูดจาแปลกๆ จัง ‘ข้า’ อย่างงั้น ‘ข้า’ อย่างงี้ นายไปอ่านนิยายแฟนตาซีเล่มไหนมาอีกเนี่ย?”
อากิระหยุดก้าวเดินเล็กน้อย ลมเย็นๆ พัดผ่านทำให้เส้นผมของเขาปลิวไหว เขาหันไปสบตาสเตลล่าด้วยแววตาที่ลึกซึ้งจนเธอถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
“…ข้าแค่รู้สึกว่า สิ่งที่พวกเจ้ากำลังตื่นเต้นกันอยู่ มันเล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับสิ่งที่ข้าเคยเห็นมา”
“หืม? นายพูดว่าอะไรนะ? ลมมันแรงฉันไม่ได้ยินเลย!”
อากิระยกยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ดูมีเลศนัยและเปี่ยมไปด้วยอำนาจลึกลับ
“เปล่าหรอก… ไปกันเถอะสเตลล่า ก่อนที่พิธีจะเริ่ม”
เขาก้าวเดินเข้าไปในโรงเรียนด้วยหัวใจที่เรียบเฉย โดยที่ไม่มีใครในที่นั้นรับรู้เลยว่า พลังอำนาจที่แท้จริง
ซึ่งเคยสยบเทพเจ้าและปีศาจเมื่อสองพันปีก่อน บัดนี้ได้เดินผ่านประตูโรงเรียนเข้ามาในฐานะนักเรียนคนหนึ่งเสียแล้ว…ตำนานบทใหม่ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด




