กำเนิดจอมมาร
อะไรวะเนี่ยไม่เข้าใจเลยว่ะ
บทที่1 : บิดาแห่งจอมมาร
บทนำ ~กำเนิดจอมมาร~
เมื่อสองพันปีก่อน ในยุคเทพปกรณัม
หลังจากที่ เซลิส วอลดีโกด เข้าไปแทรกแซงการปะทะระหว่างกองทัพมนุษย์แห่ง ทวีปฮาริสและกองทัพมารแห่ง ทวีปอาเซนซีออน
สงครามยังคงลุกลามไปทั่วโลกแต่มีสถานที่หนึ่งที่ยังคงเงียบสงบหมู่บ้านเล็ก ๆ ของเผ่ามารหมู่บ้านราเดียหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา
บ้านไม้เรียบง่ายเรียงรายอยู่ตามแนวถนนดินควันจากเตาไฟลอยขึ้นอย่างสงภายในบ้านหลังหนึ่งมีมารสาวคนหนึ่งกำลังนั่งพิงกำแพงมือของนางวางอยู่บนท้องที่นูนออกมาลมหายใจของนางช้าและหนัก
นางคือ ลูน่า อาร์เซนอล มารสาวที่กำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอดนางลูบท้องเบาๆแล้วพูดด้วยเสียงอ่อนโยนดวงตาของนางเต็มไปด้วยความอบอุ่น
“…อีกไม่นานแล้วนะ....ลูกของแม่”
เด็กที่กำลังจะถือกำเนิด มีนามว่า
อาวอซ วอลดีโกด ว่าที่จอมมารในอนาคต
ทันใดนั้น ปัง—!!! เสียงประตูถูกถี กระแทกอย่างรุนแรง ประตูไม้แตกกระจาย กลุ่มชายหลายคนบุกเข้ามา ประมาณสิบคน
พวกเขาสวมชุดเกราะของมนุษย์ในมือแต่ละคนถือ ดาบศักดิ์สิทธิ์ ลูน่า ตกใจ
ก่อนที่นางจะทันตั้งตัวชายคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาคว้าผมของนาง
“พวกคุณเป็นใคร—!?....อ๊ะ—!”
เขากระชากผมของนางอย่างแรงแล้วต่อยเข้าที่ใบหน้า ตุบ—!! ลูน่าล้มลงกับพื้น
เลือดไหลออกจากมุมปากชายคนนั้นหัวเราะ และ เขาได้ถ่มน้ำลายลงพื้น
“เจอตัวแล้ว…เผ่ามารสกปรก”
ชายอีกคนพูดขึ้น
“รีบจัดการมันซะ”
ลูน่าพยายามลุกขึ้นแต่นางยังคงยกมือขึ้น
วงเวทเริ่มปรากฏ
“โซรา เอ ดิฟป์(โซ่ตรวนพันธนาการ)"
โซ่เวทมนตร์กำลังปรากฏขึ้นแต่ทันใดนั้น
ชายคนหนึ่งก็เหยียบมือของนาง กร๊อบ—!!
“อ๊า—!!”
ลูน่ากรีดร้องวงเวทสลายทันทชายคนนั้นหัวเราะลั่นเขาชูดาบของตนขึ้นดาบส่องแสงศักดิ์สิทธิ์สีขาว
“ฮ่าๆๆๆ.....ไม่ได้ผลหรอก……นางเผ่ามารโสโครก”
ชายอีกหลายคนหัวเราะตาม
พวกข้าทุกคนเขาหมุนดาบในมือล้วนแต่มี ดาบศักดิ์สิทธิ์ แสงศักดิ์สิทธิ์จากดาบกดทับพลังเวทของลูน่าลูน่าพยายามคลานถอยหลัง มือของนางกอดท้องแน่น
“ได้โปรด…อย่าทำร้ายลูกของข้า”
ชายคนหนึ่งเตะนางลูน่าล้มลงอีกครั้ง
ตุบ—!!
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วบ้านพวกมันเริ่มรุมทำร้าย เตะ ต่อย กระชากผมลูน่าร้องด้วยความเจ็บปวดแต่มือของนางยังคงกอดท้องไว้
“ได้โปรดขอแค่ให้ลูกของข้าได้เกิดก่อน”
ชายคนหนึ่งหยุดเขามองนางก่อนจะหัวเราะเย็นๆเขาเดินเข้ามาใกล้ก้มลงมองนาง
“ตลกสิ้นดี...ชั้นเองก็มีลูก....“ลูกชายสองคน....ลูกสาวหนึ่งคน”
เขากำดาบแน่นดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังเสียงของเขาสั่นเล็กน้อย
“ตอนที่ลูกของชั้นขอร้องพวกมารก็ยังเอาไฟมาเผาลูกๆของข้า”
เขาชี้ดาบไปที่ ลูน่า
“ทั้งเป็นสงคราม…มันพรากทุกอย่างไปจากพวกเรา”
หน้าผาสูงที่มองเห็นหมู่บ้านราเดียทั้งหมดสายลมหนาวพัดผ่านเงียบๆมีชายคนหนึ่งยืนอยู่ ผ้าคลุมสีดำขอบม่วงสะบัดเบา ๆ
ดวงตาสีฟ้าอ่อนของเขามองลงไปยังหมู่บ้านมองไปยังบ้านหลังเล็กบ้านที่ภรรยาของเขาอยู่ เขาคือ
เซลิส วอลดีโกด
(Celis Voldigoad)
ชายผู้เป็นทั้งไอซิสแห่งกองทัพอัศวินมายาในระยะไกลเสียงกรีดร้องของหญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากบ้านหลังนั้นเสียงของ
ลูน่า อาร์เซนอล แต่ เซลิส ยังคงยืนนิ่ง
สายตาของเขาไม่สั่นไหว เงาจำนวนมากปรากฏขึ้นรอบตัวเขา
พวกมันสวมผ้าคลุมยาวสีขาวโพลใบหน้าเลือนลางราวกับหมอกพวกมันคืออัศวินผีไร้นามของกองอัศวินมายาเขาเพียงกล่าวขึ้นเบาๆ
“…พวกเจ้าจงไปออกตามล่าหามาร…เผ่าเซรอน”
ทันทีที่คำสั่งจบลงเหล่าอัศวินผีไร้นามก็สลายตัวเป็นหมอกแล้วพุ่งหายไปทั่วหุบเขาในขณะนั้นด้านหลังเซลิส
มีเงาสามคนยืนอยู่ชายคนแรกสวมผ้าคลุมสีขาวเช่นเดียวกันดวงตาเย็นชา
เขาคือ หมายเลข2 "อีเซโน่"
ข้างๆเขาชายอีกคนหนึ่งใบหน้าธรรมดาเกินไปราวกับคนไร้ตัวตนเขาคือ
หมายเลข3 — จอห์น สมิธ
และทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลังเสียงนั้นจริงจังชายคนหนึ่งเดินมาร่างสูง 183 เซน สายตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจเขาคือ หมายเลข 1 เจฟ
เขามองลงไปยังหมู่บ้านเสียงกรีดร้องของลูน่ายังคงดังขึ้น เจฟ กัดฟัน
“นี่....ไอซิส…ท่านมัวทำอะไรอยู่”
เขาตะโกนเสียงของเขาเริ่มแข็งขึ้นเขาชี้ลงไปยังบ้านหลังนั้น
“ทำไม…ท่านไม่รีบไปช่วย...ภรรยาของท่าน”
ลมพัดแรงขึ้นแต่ เซลิส ยังคงไม่ตอบสายตาของเขายังคงมองลงไปยังหมู่บ้าน
ราวกับกำลังรออะไรบางอย่าง เจฟ ขมวดคิ้ว
“ไอซิส...ถ้าท่านไม่ไป…ข้าจะไปเอง”
เขาก้าวหนึ่งก้าวกำลังจะกระโดดลงจากหน้าผาแต่ในวินาทีนั้น เซลิส เพียงแค่ มองไปทาง อีเซโน่ และ จอห์น จากนั้นก็
ฟึ่บ—!!
อีเซโน่ และ จอห์น เคลื่อนไหวทันทีทั้งสองพุ่งเข้าไปคว้าแขนของเจ๊ฟเจฟ เบิกตากว้าง
“พวกเจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ...ปล่อยข้า!”
เขาพยายามสะบัดตัวแต่ทั้งสองจับแน่นราวกับโซ่เหล็กเขาพยายามดิ้นสุดแรง
“ปล่อยข้านะ...อีเซโน่!!...จอห์น!!...ปล่อยข้าสิโว๊ยยย—!!!”
แต่ทั้งสองไม่ตอบพวกเขาเพียงทำตามคำสั่งของไอซิสในขณะเดียวกันภายในบ้านของ ลูน่า ชายมนุษย์สิบกว่าคน กำลังยก
ดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นพร้อมกันแสงสีขาวส่องสว่างทั่วห้องชายคนหนึ่งหัวเราะเขาชี้ดาบไปยังท้องของลูน่าชายอีกหลายคนยกดาบขึ้น
พร้อมแทงลงไป
“จบกันที…มารตัวน้อยในท้องแก”
ฉึก—!!
แต่ในวินาทีนั้นอากาศภายในบ้านก็สั่นสะเทือน ฟูม!!! เปลวเพลิงสีชาดปะทุขึ้นกลางห้องไฟสีแดงเข้มหมุนวนรุนแรง
“อะ...อะไร...?”
ชายคนหนึ่งร้องขึ้นแต่สายเกินไปฟวูม!เปลวเพลิงกลืนร่างของพวกเขาเสียงกรีดร้องดังขึ้น
“อ๊ากกก!!!...ไฟ....ช่วย—!!”
แต่เพียงไม่กี่วินาทีเสียงทั้งหมดก็เงียบลง
เมื่อไฟดับลงสิ่งที่เหลืออยู่มีเพียง ขี้เถ้า
ลูน่านั่งอยู่บนพื้นดวงตาของนางสั่นเล็ก
น้อยแต่มือของนางรีบกอดท้องทันทีนางลูบท้องอย่างอ่อนโยนน้ำเสียงของนางสั่นแต่เต็มไปด้วยความรักน้ำตาไหลลงจากใบหน้า
“ไม่เอาน่า..อาวอซ..ลูกไม่ต้องห่วงแม่นะ…ลูกต้องได้เกิดมาแน่…รอหน่อยนะ..ลูกนะ”
ลมพัดผ่านบ้านที่ถูกทำลายในขณะนั้นเองเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นหน้าบ้านหญิงสาวคนหนึ่งผมยาวสีทองสะท้อนแสงไฟที่ยังหลงเหลืออยู่
ดวงตาของเธอสงบนิ่งเธอเดินช้าๆตรงมายังประตูบ้านเอี๊ยดมือของเธอค่อย ๆ
ผลักประตูกำลังจะเปิดเข้าไปภายในบ้าน
ของ ลูน่า อาร์เซนอล ลมหนาวพัดผ่าน หมู่บ้านราเดียบ้านหลายหลังเงียบสนิท
เสียงไฟที่ยังคุกรุ่นจากขี้เถ้าในบ้านของ
ลูน่า แตกดังเบาๆลูน่ายังคงนั่งอยู่บนพื้น
ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลแต่มือของนางยังคงลูบท้องอย่างอ่อนโยนทันใดนั้น
เสียงฝีเท้าเบาๆก็ดังขึ้น กึก….กึก….กึก
ประตูบ้านถูกผลักเปิดหญิงสาวผมสีบลอนด์ทองเดินเข้ามาอย่างเงียบงันลมหนาวพัดผ่านเส้นผมของนางดวงตาของนางเย็นชาราวกับไร้อารมณ์ลูน่าเงยหน้าขึ้น
“คุณเป็นใคร”
หญิงสาวหยุดเดินแล้วกล่าวขึ้นเสียงสงบ
“…เราคือ...เทพทำลายล้าง...อาเบนิว”
พลังแผ่กระจายออกจากร่างของนางอากาศรอบตัวหนักอึ้งลูน่ากอดท้องแน่นขึ้นอาเบนิว มองนางสายตาไร้ความปรานี
“…เจ้าจะต้องตาย...รวมถึง…เด็กในท้องของเจ้า...ก็เช่นกัน”
ความเงียบปกคลุมบ้านแต่ลูน่าส่ายหน้า
ดวงตาของนางยังคงแข็งแกร่งนางพูดด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย
“ไม่มีทาง…ต่อให้คุณจะเป็นเทพเจ้า…ก็ไม่มีสิทธิ์...มาพรากลูกของฉันไปได้”
อาเบนิวไม่ตอบนางเพียงก้าวหนึ่งก้าวจากนั้น ฟึ่บ!! ร่างของนางหายไปจากจุดเดิม
ลูน่า เบิกตากว้างนางรีบร่ายเวททันที
วงเวทสีม่วงปรากฏขึ้นเพื่อใช้หลบหลีก
แต่มันสายเกินไปแสงบางอย่างวาบผ่าน
ฉึก—เลือดกระเซ็นดวงตาของลูน่าสั่น
บาดแผลยาวปรากฏขึ้นจากหน้าท้องลากยาวขึ้นไปจนถึงลำคอนางล้มลง ตุบ! เลือดไหลนองพื้นจากหน้าผาสูงเสียงคำรามดังขึ้น คือเสียงของ เจฟ ดิ้นอย่างบ้าคลั่งเขาตะโกนด้วยความสิ้นหวัง
“ไม่!!!...ไอซิส!!!นางกำลังจะตายแล้ว!!”
เซลิส วอลดีโก๊ด ยังคงยืนนิ่งสายตาของเขามองลงไปยังบ้านโดยไม่พูดอะไรภายในบ้าน อาเบนิว เดินเข้าไปใกล้
ลูน่า ที่นอนจมกองเลือดดวงตาของ เทพทำลายล้างเลื่อนไปยังท้องของนาง
“…เด็กคนนั้น…จะต้องสลายไป”
นางยกมือขึ้นพลังเทพเริ่มรวมตัวเพื่อทำลายชีวิตที่ยังไม่ถือกำเนิดแต่ในวินาทีนั้นลมแรงก็พัดผ่านบ้าน ฟึ่บ!! เงาหนึ่ง
ปรากฏขึ้นระหว่างอาเบนิวและลูน่าผมสีม่วงสะบัดตามลมผ้าคลุมสีดำขอบม่วงพัดตะพึดตะพือ เขาคือ เซลิส วอลดีโกด
ดวงตาสีฟ้าอ่อนของเขานิ่งสงบแต่แรงกดดันมหาศาลปกคลุมบ้านทั้งหลังอาเบนิวหรี่ตา
“…แค่มารคนเดียว..งั้นเหรอ”
เซลิส ไม่ตอบเขาเพียงยก ดาบหมื่นอัสนี เกลาว์เกย์ม่อน ขึ้นจากนั้นเริ่มร่ายเวท
“เวเนเจียร่า(ความเป็นไปได้ปรากฏ)”
จากนั้น เซลิส ได้แทงดาบเข้าไแในวงเวท
ฉั่ก! พลังเวทปะทุขึ้นสายฟ้าสีม่วงแล่นผ่านคมดาบจากนั้นเขากล่าวเวทย์อีกบทเสียงเย็นเฉียบ
“ราเวเอีย กรีก กาเวริซ(อัสนีบาตพิฆาตรากเหง้า)”
ก่อนที่อาเบนิวจะทันตั้งตัวเซลิสก็พุ่งเข้าไป
ฟึ่บ! คมดาบแทงทะลุกลางลำตัวของนาง
ฉึก! สายฟ้าสีม่วงระเบิดออกอาเบนิวเบิกตากว้างแต่แล้วนางก็หัวเราะเบา ๆ
“..ไร้ประโยชน์..เทพน่ะนะ..ไม่มีวันดับสูญ”
แต่ในวินาทีต่อมาสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปร่างของนางเริ่มสั่นผิวของนางเริ่มแตกร้าวพลังเทพเริ่มสลาย
“อะ...อะไรกัน…เป็นไปไม่ได้…”
เสียงของนางสั่นร่างของนางเริ่มแตกเป็นเสี่ยงจากนั้น ฟุ่บ ร่างของเทพแห่งการทำลายล้างสลายไปกลายเป็นขี้เถ้าสีดำ
ปลิวหายไปกับลมบ้านทั้งหลังเงียบงัน
เซลิส ไม่มองขี้เถ้านั้นอีกเขารีบหันกลับไปหา ลูน่า ร่างของนางเย็นลงเรื่อยๆ เซลิส คุกเข่าลงประคองร่างของนางไว้ลูน่า ค่อยๆลืมตารอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้น
“…คุณคะ…ลูกของเรา....ต้องมีชีวิตอยู่…”
เซลิส ไม่พูดอะไรแต่แขนของเขากอดนางแน่นขึ้นลูน่า ลูบท้องเสียงของนางสั่นพลังเวทสีเพลิงดำไหลออกจากร่างของนาง
มันคือ รากเหง้าแห่งการเสื่อมสลาย พลังของมันนั้นค่อย ๆ ไหลเข้าสู่เด็กในครรภ์
อาวอซ วอลดีโกด ลูน่า หายใจเบาๆเสียงของนางแผ่วลงเรื่อย ๆ จากนั้นร่างนางก็หยุดนิ่งในวินาทีนั้นเสียงร้องของทารกก็ดังขึ้นเสียงเล็กๆแต่ชัดเจนเด็กชาย
ได้ลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก
“…ดูแลลูกของเราด้วยนะ...”
วันที่ อาวอซ วอลดีโกด เขาเกิดคือวันที่มารดาของเขาจากไป เซลิส อุ้มเด็กไว้ในอ้อมแขนใบหน้าขอเขาไร้อารมณ์เงียบงันราวกับรูปปั้นแต่ลึกลง
ไปในก้นบึ้งของหัวใจเปลวไฟแห่งความโกรธแค้นกำลังลุกโชนรุนแรงยิ่งกว่าใคร
ในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลของใบนี้
เป็นอย่างไรบ้าง นี่คือ โนเวล ที่ได้ แรงบันดาลใจ มาจาก Maou Gakuin no Futekigosha และ ฉันจะ เปลี่ยนแปลง เนื้อหา ของมันทั้งหมด




