表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
Shū   作者: Krisada Kunama
1/4

บทที่12 : โลกแห่งภัยพิบัติ

Maou Gakuin no Futekigosha

 เกาะ ดูมูนฟูรุส หนึ่งในเกาะของ โลกแห่งการวิวัฒนาการท้องฟ้าสีครามทอดยาวเหนือทะเลที่สงบนิ่ง


ลมอ่อน ๆ พัดผ่านต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ทั่วเกาะ ซาช่า และ มีช่า กำลังเดินสำรวจเกาะแห่งนี้ตามปกติ


 “ที่นี่ดูเงียบเกินไปนะ…”


 มีช่าพูดพลางมองไปรอบๆ เกาะแห่งนี้เต็มไปด้วย สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดบางตัวมีปีกเหมือนแมลง

มีรูปร่างคล้ายสัตว์ทั้งหมดเหมือนกำลัง วิวัฒนาการ อยู่ตลอดเวลา

ซาช่าหรี่ตาเล็กน้อย


“โลกแห่งการวิวัฒนาการ…งั้นสินะ”


 เธอพึมพำทันใดนั้นสายลมบนเกาะก็หยุดนิ่ง

 บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนักอึ้ง ซาช่าหยุดเดินทันที

 ดวงตาสีแดงของเธอหรี่ลง


 “…มีใครบางคนอยู่”


 มีช่าหันไปทางทิศที่ซาช่ามองและในเงาของ

ต้นไม้หญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ผมของเธอสีดำสนิทดวงตาคมกริบราวกับใบมีด เพียงแค่สบตา


 ก็ให้ความรู้สึกราวกับถูกจ้องมองทะลุถึงรากเหง้า

เธอคือ คอสโทเรีย อาเซวนอน


 ซาช่าขมวดคิ้วเล็กน้อย


 “เธอเป็นใครกัน?”


 คอสโทเรียไม่ตอบทันที


 เธอเพียงมองซาช่า


 จากนั้นสายตาของเธอก็หันไปทางมีช่า

 ราวกับกำลัง “วิเคราะห์” บางอย่าง

 เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเธอก็พูดออกมาเบา ๆ


 “…ดวงตานั้น..เนตรมารแห่งการเสื่อมสลายสินะ”


 ซาช่า หรี่ตาทันใดนั้นเธอก็ใช้เวทสลับเนตร

 เนตรมารของเธอถูกส่งมาที่ข้า อานอส วอลดีโกด


 ข้าเห็นภาพทั้งหมดผ่านสายตาของซาช่า ทันทีที่

เนตรมารเชื่อมต่อกันคอสโทเรียก็ยกมือขึ้นช้า ๆ

 เงาสีดำเริ่มปรากฏขึ้นบนพื้นดิน


 “……?”


 มีช่า ถอยหลังหนึ่งก้าวเงานั้นเริ่มขยายออก

 จากนั้น มันก็เริ่มหลอมรวมกัน เงาดำบิดเบี้ยว

 บิดตัวบีบอัดจนกลายเป็นรูปร่างของดาบเล่มหนึ่ง


 ดาบสีดำสนิท คมดาบเหมือนรอยแยกของ

ความว่างเปล่า ทันทีที่มันปรากฏ ตรรกะของโลก

บริเวณนั้นก็เริ่มบิดเบี้ยว

 ใช่มันคือ ดาบลบล้างตรรกะ — เวนุซโดโนอา


 มีช่าถึงกับเบิกตากว้าง


 “…เดี๋ยวนะ…นั่นมัน…!”


 เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย


 “เป็นไปไม่ได้…”


 ซาช่าก็หรี่ตาเช่นกันคอสโทเรียจับดาบนั้นอย่าง

สงบ


 “เวนุซโดโนอา…”


 เธอพูดเบา ๆมีช่าพึมพำทันที


 “…เธอ…ก็อปปี้มันงั้นหรอ..ไม่ใช่แค่ของธรรมดา…”


 “แต่นั่นมัน…ดาบของ..อานอส..นะ…!”


 สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ


 แม้แต่ข้า


 เพียงแค่ สลับเนตรมารกับซาช่า


 คอสโทเรียก็สามารถ


 เข้าถึงข้อมูลของเวนุซโดโนอาได้


 นั่นหมายความว่า

 เธอสามารถ คัดลอกสรรพสิ่งที่รับรู้ได้


 ทันใดนั้น


 เงาสีดำก็ปรากฏขึ้นบนมือขวาของซาช่าเช่นกัน


 เงานั้นรวมตัว


 แล้วแปรสภาพเป็นดาบ


 เวนุซโดโนอา


 ซาช่ากำดาบแน่น


 เธอยิ้มเย็น


 “…คิดหรอว่า…แค่ชั้นไม่ใช่…อานอส……แล้วชั้นจะ

ใช้…เวนุซโดโนอา…ไม่ได้น่ะ…”


 ทันใดนั้นพื้นดินใต้เท้าทั้งสองคนก็เริ่มแตกออก

 คอสโทเรียขยับก่อนเธอฟันดาบลงมาในแนวตั้ง


 ฟุ่บ—!!


 รอยแยกสีดำผ่าพื้นโลก ซาช่ายิ้ม เธอเหวี่ยงดาบ

ตอบโต้ทันที กึงงงงง—!! เวนุซโดโนอา สองเล่ม


 ปะทะกันกลางอากาศแรงกระแทกทำให้

ตรรกะของพื้นที่รอบๆแตกสลาย ภูเขาไกลๆหายไป

 ต้นไม้บางต้นกลับหัวแรงโน้มถ่วงเริ่มผิดเพี้ยน

มีช่า ถอยออกมาอย่างรวดเร็ว


 “บ้าไปแล้ว…!”


 “นี่มันระดับเดียวกับการต่อสู้ของอานอสเลยนะ…!”


 ซาช่าพุ่งเข้าไปอีกครั้ง


 เธอฟันดาบในแนวนอน


 ฉัวะ—!!


 รอยแยกของตรรกะพุ่งไปตัดท้องฟ้า


 คอสโทเรียยกดาบขึ้นป้องกัน


 กึงงง—!!


 ประกายสีดำกระจายออกเหมือนสายฟ้า


 เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว


 ซาช่ายิ้มมุมปาก


 “ก็อปปี้ได้ดีนี่…”


 เธอหมุนดาบหนึ่งรอบ


 “แต่ของปลอม…”


 เนตรมารของเธอเรืองแสง


 “…จะสู้ของจริงได้หรือเปล่าล่ะ?”


 คอสโทเรียไม่ตอบ


 เธอเพียงยกดาบขึ้นอีกครั้ง


 ดวงตาคมกริบของเธอ


 ยังคงสงบนิ่ง


 และในวินาทีนั้น


 เงาสีดำจำนวนมหาศาล


 เริ่มรวมตัวอยู่รอบตัวเธอ…


 การต่อสู้ที่สามารถลบล้างตรรกะของโลก


 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น


 เสียงปะทะของ เวนุซโดโนอา สองเล่มยังคงกึกก้องไปทั่วเกาะ ดูมูนฟูรุส


 กึงงงงง—!!!


 ทุกครั้งที่ดาบทั้งสองฟาดฟันกันตรรกะของโลกบริเวณนั้นก็แตกสลายภูมิประเทศเปลี่ยนรูปร่าง


 ท้องฟ้าบิดเบี้ยวและพื้นดินถูกฉีกออกเหมือนกระดาษ ซาช่า และ คอสโทเรีย อาเซวนอน ยังคงปะทะกันอย่างต่อเนื่องมีช่าที่อยู่ด้านหลังเริ่มกังวล


 “ซาช่า…!”


 ทันใดนั้นข้าก็ใช้เวทหนึ่งขึ้นมา


 “กาตอม(เคลื่อนย้ายในพริบตา)"


 ฟึ่บ—!! ร่างของข้าหายไปจากระเบียงบ้านแล้วปรากฏขึ้นทันที

กลางสนามรบของทั้งสองคน


 ลมกระแทกแผ่กระจายออกไป


 ซาช่าหันมามองข้า


 “อานอส!!”


 แต่ในวินาทีนั้นเอง


 คอสโทเรียก็ขยับก่อน


 เธอเหวี่ยงแขนขวาออกอย่างรวดเร็ว


 ฟุ่บ—!!


 เวนุซโดโนอา


 ถูกขว้างมาหาข้าโดยตรง


 ความเร็วของมันทะลุผ่านอากาศราวกับสายฟ้า


 ก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว—


 ฉั๊วะ—!!!


 ดาบลบล้างตรรกะ


 เจาะทะลุเข้าที่กลางลำคอของข้า


 เลือดสีเข้มกระเซ็นออกมาเล็กน้อย


 ซาช่า และ มีช่า


 เบิกตากว้างพร้อมกัน


 “อานอส!!”


 แต่ข้าเพียงยืนนิ่ง


 ไม่มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย


 ในวินาทีนั้น


 ดวงตาของข้า


 เริ่มเปลี่ยนสี


 สีแดงของเนตรมาร


 ค่อย ๆ ถูกย้อมด้วย


 สีม่วงเข้ม


 บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนักอึ้ง


 แรงกดดันที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกมา


 มันคือ


 เนตรมารแห่งหายนะ


 เสียงของตรรกะที่กำลังแตกสลาย


 ดังขึ้นเบา ๆ รอบตัว


 กร๊อบ… กร๊อบ…


 ดาบที่แทงคอข้า


 เริ่มสลายตัวทีละน้อย


 เหมือนกำลังถูก “ลบออก” จากโลก


 ไม่กี่วินาทีต่อมา


 เวนุซโดโนอา เล่มนั้น


 ก็สลายกลายเป็นเถ้าดำ


 คอสโทเรียหรี่ตาลงเล็กน้อย


 เธอจ้องมองข้าอย่างสนใจ


 “…อย่างนั้นสินะ”


 เธอพึมพำเบา ๆ


 จากนั้น—


 เธอก็พุ่งเข้ามาหาข้า


 ฟึ่บ—!!


 ความเร็วของเธอสูงมาก


 เธอฟันมือเข้าหาลำคอข้าโดยตรง


 แต่ข้าเพียงเอียงตัวเล็กน้อยไปทางซ้าย


 ฟุ่บ—


 การโจมตีพลาดเป้า


 ในจังหวะเดียวกันนั้น


 ข้าก็ยื่นมือขวาออกไป


 หมับ—


 ข้าจับ ใบหน้าของคอสโทเรีย


 ได้อย่างแม่นยำ


 ดวงตาคมของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย


 ก่อนที่เธอจะทันตอบสนอง


 ข้าก็กดมือของข้าลง


 ตู้มมมมม—!!!


 ร่างของเธอถูก


 ตะครุบลงไปกับพื้น


 พื้นดินของเกาะแตกร้าวทันที


 แรงกระแทกสร้างหลุมขนาดใหญ่


 แต่คอสโทเรียตอบสนองอย่างรวดเร็ว


 เธอหมุนตัวกลางพื้น


 แล้วดีดตัวลุกขึ้น


 ทันทีที่ลุกขึ้นมา


 เธอก็ยกขาขวาขึ้นสูง


 แล้วเตะลงมาทางศีรษะของข้า


 มุมเตะของเธอคมกริบราวกับคมมีด


 ฟึ่บ—!!


 แต่ก่อนที่มันจะโดน


 ข้าก็ยกมือขึ้น


 หมับ


 ข้าจับข้อเท้าของเธอไว้


 คอสโทเรียเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง


 “อะไร—”


 ข้าไม่พูดอะไร


 ข้าเพียงเหวี่ยงแขน


 ฟว๊าบ—!!


 ร่างของเธอถูกเหวี่ยง


 กระแทกลงกับพื้น


 ตู้ม—!!!


 จากนั้น


 ข้าก็เหวี่ยงเธออีกครั้ง


 ตู้ม—!!!


 และอีกครั้ง


 ตู้ม—!!!


 ร่างของเธอถูกฟาดไปทั่วสนามรบ


 ฝุ่นควันลอยขึ้นเต็มอากาศ


 คอสโทเรียเริ่มตกใจอย่างชัดเจน


 ดวงตาคมของเธอสั่นไหวเล็กน้อย


 เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น


 มัน ผิดปกติอย่างสิ้นเชิง


 ในทะเลสีเงิน


 มีความจริงพื้นฐานอยู่ข้อหนึ่ง


 สิ่งมีชีวิตจาก


 โลกฟองสบู่ชั้นตื้น


 ไม่มีทาง


 เอาชนะสิ่งมีชีวิตจาก


 โลกชั้นใน


 ได้


 มันเป็นความแตกต่างของ


 “ระดับการดำรงอยู่”


 แต่ตอนนี้


 ตรงหน้าของเธอ


 ข้า


 กำลังจับเธอเหวี่ยงเหมือนของเล่น


 แม้แต่


 ซาช่า เนครอน


 และ


 มีช่า เนครอน


 ก็ยังยืนอึ้งอยู่


 มีช่าพูดออกมาเบา ๆ


 “…เดี๋ยวนะ…”


 เธอกระพริบตาถี่ ๆ


 “…นี่มัน…”


 ซาช่าหรี่ตา


 “…ล้อเล่นใช่ไหม…”


 ทั้งสองคนมองข้า


 อย่างตกตะลึง


 “อานอส…”


 “สามารถเอาชนะคอสโทเรีย…”


 “ได้ง่ายขนาดนี้เลย…?”


 ท่ามกลางฝุ่นควันที่ลอยอยู่


 ข้ายังคงจับข้อเท้าของคอสโทเรียไว้


 แล้วมองลงไปที่เธอ


 อย่างสงบนิ่ง


 เหมือนกับว่า


 สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่


 เป็นเพียง


 การเล่นสนุกเล็ก ๆ เท่านั้น


หลายวันผ่านไปหลังจากเหตุการณ์บนเกาะ ดูมูนฟูรุส


หญิงสาวนามว่า คอสโทเรีย อาเซวนอน ได้หลบหนีไปแล้ว


และเกาะแห่งนั้นก็กลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง


สถานที่แห่งใหม่


หน้าผาแห่งกรันซ์แกรน


หน้าผาสูงตระหง่านยื่นออกไปเหนือทะเลสีเงิน


คลื่นของแสงสีเงินเคลื่อนไหวช้า ๆ อยู่เบื้องล่าง


ท้องฟ้าโปร่ง


ลมแรงพัดผ่านหน้าผาอย่างต่อเนื่อง


บนหน้าผานั้น


มีคนสองคนยืนอยู่


เรย์


และ


มิสะ


เรย์กำลังมองออกไปยังทะเลสีเงิน


“โลกชั้นใน…”


เขาพึมพำเบา ๆ


“สถานที่แบบนี้ยังมีอยู่อีกมากในทะเลสีเงินสินะ”


มิสะยืนกอดอก


“ถ้าคิดดูดี ๆ ก็แปลกนะ”


เธอมองไปที่ขอบฟ้า


“โลกชั้นตื้นแบบมิริเทีย…กลับมีอาร์วอชซ์อยู่”


ทันใดนั้น


เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง


“ว่ายังไง…”


เสียงนั้นทุ้มและหนักแน่น


“เผ่ามาร…ยุคปัจจุบัน…”


เสียงนั้นหยุดเล็กน้อย


“…ถือว่าใช้ได้เลย”


“ที่สามารถเข้ามาใน…โลกชั้นในได้”


เรย์หันกลับทันที


มิสะ ก็หันไปพร้อมกัน


ที่ด้านหลังของพวกเขา


ชายคนหนึ่งยืนอยู่


ร่างกายสูงใหญ่


ผมสีเข้ม


ดวงตาคมลึก


บรรยากาศรอบตัวของเขาให้ความรู้สึกเหมือนแรงกดดันที่หนักหน่วง


เขาสวมเสื้อคลุมสีดำยาว


และบนร่างของเขามีร่องรอยของพลังเวทโบราณ


เรย์หรี่ตา


“คุณเป็นใคร?”


ชายคนนั้นยิ้มเล็กน้อย


ก่อนจะตอบ


“ชื่อของข้า…”


เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว


แรงกดดันแผ่ออกมา


“…คือ โมบิรัสซ์”


“ราชาวิถีมาร”


ลมบนหน้าผาหยุดนิ่ง


มาซามิขมวดคิ้ว


“ราชาวิถีมาร…?”


โมบิรัสซ์มองเรย์อย่างสนใจ


“ข้าเป็นเผ่ามาร…เมื่อสองพันปีก่อน”


เขาพูดอย่างเรียบง่าย


“และข้าเคยพบเจอชายคนหนึ่ง”


เขาหรี่ตาเล็กน้อย


“เซลิส วอลดีโก๊ด”


เรย์เบิกตาเล็กน้อย


ชื่อของชายคนนั้น


คือ


บิดาของอาร์วอชซ์


โมบิรัสซ์เดินเข้ามาใกล้


“นายกองแห่งกองทัพอัศวินมายา”


“ชายผู้แข็งแกร่งที่สุดในยุคนั้น”


เขามองเรย์ตั้งแต่หัวจรดเท้า


“…แต่เผ่ามารยุคปัจจุบัน”


เขาถอนหายใจเบา ๆ


“อ่อนแอลงไปมาก”


มาซามิหรี่ตา


“คุณพูดอะไรน่ะ”


โมบิรัสซ์ไม่สนใจคำพูดนั้น


เขามองเรย์ต่อ


“การที่พวกเจ้าสองคน”


“สามารถมาถึง โลกชั้นใน ได้”


“ถือว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้”


เขายกมือขึ้นเล็กน้อย


พลังเวทโบราณแผ่ออกมา


“โดยเฉพาะกับเผ่ามารยุคนี้”


เรย์กำดาบที่เอวเล็กน้อย


บรรยากาศเริ่มตึงเครียด


แต่ในวินาทีนั้นเอง


ฟึ่บ—!!


ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ


เด็กหนุ่มคนหนึ่ง


ร่างเล็ก


อายุประมาณ


หกขวบ


ผมสีดำ


ดวงตาสีแดงเข้ม


เขาลอยลงมาจากฟ้า


ก่อนจะพุ่งตรงไปที่โมบิรัสซ์


ฟุ่บ—!!


หมัดเล็ก ๆ ถูกซัดออกไป


แต่ความเร็วของมัน


รุนแรงราวกับดาวตก


โมบิรัสซ์เบิกตา


“อะไร—”


ตู้มมมมม—!!!


หมัดนั้น


ซัดเข้าเต็มหน้าอกของเขา


ร่างของราชาวิถีมาร


กระเด็นออกไป


ทะลุหน้าผา


หินจำนวนมหาศาลแตกกระจาย


ฝุ่นควันพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า


เรย์ และ มาซามิ


อึ้งไปชั่วขณะ


มาซามิพูดเบา ๆ


“…เดี๋ยวนะ”


เธอมองเด็กหนุ่มคนนั้น


“…เด็กคนนี้…”


เรย์หรี่ตา


เขาจำได้ทันที


“อานอช พอลติโคโล”


เด็กชายคนนั้น


หันกลับมามองพวกเขา


ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ


แต่ดวงตาของเขา


เต็มไปด้วยความเย็นชา


ใช่


เขาคือ


ร่างจำแลงของ อาร์วอชซ์ วอลดีโก๊ด


ฝุ่นควันค่อย ๆ จางลง


โมบิรัสซ์ลุกขึ้นจากกองหิน


เลือดไหลออกจากมุมปาก


เขามองเด็กชายด้วยความตกใจ


“…เจ้าเป็นใคร…”


อานอชเดินเข้าหาเขาช้า ๆ


เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ดังบนหิน


“ข้ามีเรื่องอยากถาม”


น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง


เขาหยุดตรงหน้าโมบิรัสซ์


แล้วเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย


ดวงตาสีแดงเข้มจ้องตรงไปยังราชาวิถีมาร


“เรื่องของชายคนหนึ่ง”


เขาพูดช้า ๆ


“เซลิส วอลดีโก๊ด”


แรงกดดันที่มองไม่เห็นแผ่ออกมา


อานอชเอียงศีรษะเล็กน้อย


“…เล่าให้ข้าฟัง”


น้ำเสียงของเขาเย็นชา


“ความจริงทั้งหมด”


“เกี่ยวกับเขา”

นี่คือการแปลไทย ของ นิยาย เรื่อง ใครว่าข้าไม่เหมาะเป็นจอมมาร

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

↑ページトップへ