วันแรก
ราชาปีศาจ ที่ บ้าคลั่งที่สุดใน ประวัติศาสตร์ กลับชาติมาเกิดใหม่ หลังจากที่ ตั้งใจ ตายไปเมื่อ สองพันปีก่อน
ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาจากขอบฟ้าอันกว้างใหญ่ของเมืองหลวง แสงสีทองอ่อนสะท้อนกระจกของตึกระฟ้าที่เรียงรายกันเป็นแนวยาว ทำให้เมืองทั้งเมืองดูราวกับถูกห่อหุ้มด้วยประกายแสงอันอบอุ่น
ถนนสายหลักหน้า สถาบันเอจีกาลูชซ์ (Agicalous Academy) เต็มไปด้วยนักเรียนที่กำลังทยอยเดินเข้าประตูโรงเรียนอย่างคึกคักที่นี่คือหนึ่งในโรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศอาคารเรียนสูงหลายชั้นถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
ผนังกระจกสะท้อนท้องฟ้าอย่างสวยงาม ทางเดินหินอ่อนทอดยาวผ่านสวนหย่อมที่ปลูกต้นไม้เรียงรายอย่างเป็นระเบียบเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และเสียงฝีเท้าของนักเรียนดังสลับกันไปทั่วบริเวณ
บางคนกำลังรีบเดินเพราะกลัวเข้าเรียนสายบางคนยืนคุยกันเรื่องเกมเมื่อคืน
บางกลุ่มกำลังพูดถึงซีรีส์เรื่องใหม่ที่กำลังดังบรรยากาศทุกอย่างดูเป็น เช้าวันธรรมดาไม่มีใครรู้เลยว่า
เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของหลายคนไปตลอดกาลภายในอาคารเรียน ชั้นสอง ห้อง 2-B
เสียงพูดคุยของนักเรียนดังอื้ออึงไปทั่วห้องเรียนกลุ่มนักเรียนหญิงสามคนกำลังนั่งล้อมโต๊ะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
“เมื่อคืนดูตอนล่าสุดหรือยัง?”
เด็กสาวผมสีน้ำตาลถาม
“ดูแล้วสิ! พระเอกตายเฉยเลย!”
อีกคนตอบ
“เฮ้ย อย่าสปอยด์!”
อีกฝั่งหนึ่งของห้อง กลุ่มเด็กผู้ชายกำลังเถียงกันเสียงดัง
“ฉันบอกแล้วว่าบอสตัวนั้นต้องใช้ดาบไฟ!”
“มั่ว! ต้องใช้เวทน้ำ!”
“พวกนายเล่นเกมผิดวิธีแล้ว!”
เสียงเถียงกันดังขึ้นเรื่อย ๆ แต่ที่มุมหลังสุดของห้องบริเวณริมหน้าต่าง มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่เงียบๆ
ไอซาวะ อากิระ
เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ส่วนสูงประมาณ 179 เซนติเมตรเขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ไม้เก่าๆ อย่างเกียจคร้าน แขนข้างหนึ่งวางพาดบนโต๊ะเรียนอย่างสบายๆ
เส้นผมสีดำของเขายุ่งเล็กน้อยราวกับเจ้าตัวเพิ่งตื่นนอนมาไม่นานดวงตาสีดำเข้มของเขากำลังมองออกไปนอกหน้าต่างใบไม้สีเขียวกำลังปลิวไหวตามแรงลมเช้า
สายลมพัดผ่านผ้าม่านบางๆ ทำให้มันพลิ้วไหวเบาๆ อากิระถอนหายใจเบาๆ
“เช้านี้ก็ยังง่วงเหมือนเดิม…”
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างๆ เขา
“วันนี้มีสอบย่อยคณิตศาสตร์คาบแรกนะ นายจำได้ไหม อากิระ?”
อากิระหันหน้าช้าๆเด็กสาวที่พูดกับเขากำลังนั่งกลับหัวเก้าอี้หันหน้ามาหาเขา
เธอคือ เอลวีน่า เด็กสาวผมยาวสีน้ำฟ้าอ่อน ดวงตาคมชัด
ใบหน้าดูจริงจังกว่าเด็กวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัดเธอกำลังมองอากิระด้วยสายตากึ่งตำหนิอากิระกะพริบตาช้าๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“...ไม่”
มิคาสะเอามือกุมขมับทันที
“ฉันรู้อยู่แล้ว!”
เธอถอนหายใจแรง
“นายไม่เคยจำเรื่องสอบได้เลยจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?”
อากิระยักไหล่
“ก็เมื่อคืนฉันดูข่าวจนดึกนี่นา”
“ข่าวอะไร?”
มิคาสะเลิกคิ้ว
“ปกตินายไม่เคยสนใจข่าวนี่”
อากิระหยิบปากกาขึ้นมาหมุนเล่น
แล้วพูดช้าๆ
“ข่าวคดีฆาตกรต่อเนื่อง”
มิคาสะทำหน้าสงสัย
“ฆาตกรอะไร?”
อากิระตอบสั้นๆ
“…แจ็ค เดอะ ริปเปอร์”
ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้นมิคาสะถอนหายใจทันที
“อีกแล้วเหรอ?”
เธอกอดอก
“นายหมกมุ่นกับเรื่องนี้ตั้งแต่มัธยมต้นแล้วนะ”
อากิระเอนเก้าอี้ไปด้านหลังเล็กน้อย
“ก็เรื่องมันแปลกดีนี่”
“ยังไง?”
อากิระยิ้มมุมปาก
“ฆาตกรที่ก่อเหตุตั้งแต่ สามร้อยห้าสิบปีก่อน จนถึงตอนนี้”
เขาหมุนปากกาเบาๆ
“แต่ไม่มีใครจับได้เลย”
มิคาสะส่ายหัว
“มันก็แค่ตำนานเมือง”
เธอพูดทันที
“มนุษย์ไม่มีทางมีชีวิตอยู่ได้ 300 ปีหรอก”
อากิระมองออกไปนอกหน้าต่างสายตาของเขาดูครุ่นคิด
“บางที…”
เขาพูดเบาๆ
“…อาจจะมีอยู่จริงก็ได้นะ”
มิคาสะชี้นิ้วใส่เขาทันที
“เลิกเพ้อฝันได้แล้ว!”
“ตั้งใจสอบก่อนเถอะ!”
อากิระหัวเราะเบาๆ
“ก็จริง”
เขาพูดต่อ
“แต่ถ้ามันมีตัวตนจริงๆ ล่ะ…”
ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย
“โลกนี้คงวุ่นวายน่าดู”
ทันใดนั้น
ปึง!
เสียงประตูห้องเรียนถูกเปิดกระแทกอย่างแรงนักเรียนทั้งห้องเงียบทันที
สายตาทุกคู่หันไปมองที่หน้าประตู
ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาเธอสวมชุดสูทอาจารย์สีกรมท่าผมสีทองถูกรวบเป็นมวยเรียบร้อยใบหน้าคมสวยแต่เต็มไปด้วยความเข้มงวด เธอคือ
อาจารย์ เอมีเลีย
เธอวางเอกสารลงบนโต๊ะครู
ปึก!
“ทุกคน นั่งที่ให้เรียบร้อย”
เสียงของเธอเด็ดขาดทันทีห้องเรียนเงียบลงอย่างรวดเร็วเอมีเลียหยิบกระดาษรายชื่อขึ้นมา
“ก่อนจะเริ่มเรียนวันนี้”
เธอพูดต่อ
“ฉันมีประกาศสำคัญ”
นักเรียนเริ่มซุบซิบทันที
“อะไรอะ?”
“จะมีทัศนศึกษาหรือเปล่า?”
“หรือมีสอบเพิ่ม?”
เอมีเลียเคาะโต๊ะ
ปัง!
“เงียบ!”
ห้องเรียนเงียบกริบเธอหันไปมองที่ประตูก่อนจะพูดช้าๆ
“วันนี้…”
“จะมีนักเรียนใหม่ย้ายเข้ามาในห้อง 2-B”
ห้องทั้งห้องฮือฮาทันที
“ย้ายมากลางเทอม?”
“บ้านรวยหรือเปล่า?”
“ผู้หญิงหรือผู้ชาย?”
มิคาสะหันไปสะกิดอากิระ
“นายว่าไง?”
อากิระตอบเรียบๆ
“ไม่รู้สิ”
เอมีเลียพูดต่อ
“นักเรียนคนนี้เป็นกรณีพิเศษ”
เธอหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดชื่อ
“…แอล ลอวไลท์”
ทันทีที่ชื่อนั้นดังขึ้น
นักเรียนหลายคนเบิกตา
“เดี๋ยวนะ!”
“แอลคนนั้น?”
“นักสืบที่อยู่ในข่าว?”
เอมีเลียพยักหน้า
“ใช่”
“เขาคือนักสืบระดับโลก”
ทั้งห้องเงียบทันที
มิคาสะหันไปหาอากิระ
“อายุเท่าพวกเรา แต่เป็นนักสืบระดับโลก?”
“นี่มันอัจฉริยะชัดๆ!”
อากิระหรี่ตา
“แปลก…”
“ทำไมนักสืบแบบนั้นต้องมาเรียนที่นี่”
เอมีเลียพูด
“เข้ามาได้”
ประตูห้องเปิดออกช้าๆเด็กหนุ่มผมดำยุ่งๆ เดินเข้ามาเขาหลังค่อมเล็กน้อย
ดวงตาคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอนหลายวันแต่สายตาของเขาคมกริบอย่างประหลาดเขาเดินมาหยุดหน้าห้อง
มองนักเรียนทุกคนก่อนจะพูดสั้นๆ
“ผมชื่อ…แอล ลอวไลท์”
ทั้งห้องเงียบไม่มีใครพูดอะไร
ทันใดนั้นสายตาของแอลหยุดที่ใครบางคนเขามองตรงไปที่ ไอซาวะ อากิระ
อากิระก็จ้องกลับสองสายตาปะทะกัน
แอลหรี่ตาเล็กน้อยเหมือนกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่างก่อนจะพึมพำเบาๆ
“…น่าสนใจ”
ไม่มีใครในห้องได้ยินคำพูดนั้น
ยกเว้นอากิระเด็กหนุ่มยิ้มมุมปากเล็กน้อยและในวินาทีนั้นเองไม่มีใครรู้เลยว่า
ฟันเฟืองของโชคชะตาได้เริ่มหมุนแล้ว
ยามค่ำคืนปกคลุมเมือง กาเดซีโอร่า อย่างเงียบงัน
แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน ถนนสายหลักยังคงมีรถวิ่งผ่านเป็นระยะ เสียงเครื่องยนต์ดังแผ่วเบาอยู่ห่าง ๆ
แต่ในตรอกแคบหลังตึกแห่งหนึ่ง
บรรยากาศกลับเงียบผิดปกติ
ลมกลางคืนพัดผ่านเบา ๆ
ทำให้ถุงพลาสติกที่ปลิวอยู่บนพื้นถนนกระทบกำแพงเป็นจังหวะ
ฟึ่บ... ฟึ่บ...
คอนโดมิเนียมสูง 20 ชั้นตั้งตระหง่านอยู่กลางเขตที่อยู่อาศัย อาคารสีขาวสะอาดสะท้อนแสงไฟถนนดูสงบและปลอดภัย
อย่างน้อย…มันควรจะเป็นแบบนั้น
ประตูอัตโนมัติของคอนโดเปิดออก
หญิงสาววัย 21 ปี ก้าวเดินเข้ามาในล็อบบี้
เธอสวมเสื้อโค้ทสีครีม ผมยาวสีน้ำตาลเข้มปลิวเล็กน้อยจากแรงลมข้างนอก ใบหน้าของเธอดูเหนื่อยล้าเหมือนคนที่เพิ่งกลับจากทำงาน
เธอถอนหายใจเบา ๆ
“วันนี้ก็เหนื่อยเหมือนกัน…”
เธอพึมพำกับตัวเองเสียงรองเท้าส้นสูงของเธอกระทบพื้นหินอ่อนของล็อบบี้
กึก… กึก… กึก…
แต่แล้ว
เธอก็รู้สึกถึงบางอย่างเหมือนมีใครบางคนอยู่ข้างหลังหญิงสาวหยุดเดินหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยเธอค่อย ๆ หันกลับไปมองด้านหลังล็อบบี้เงียบสนิท
ไม่มีใครอยู่
“คงคิดไปเอง…”
เธอพึมพำแล้วหันกลับมาแต่ในจังหวะที่เธอหันกลับเงาหนึ่งสะท้อนอยู่บนกระจกด้านหลังชายคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล เขาสวม เสื้อฮู้ดสีดำสนิท แขนยาว
ปกคลุมศีรษะจนมองไม่เห็นใบหน้า
ร่างของเขายืนนิ่งอยู่ในเงามืดเหมือนกำลังจ้องมองเธอหญิงสาวรู้สึกหนาววาบไปทั่วแผ่นหลังหัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้น
“นะ…นั่นใคร…”
เธอพึมพำชายคนนั้นเริ่มเดิน
กึก… กึก…
ก้าวเท้าช้า ๆ ตรงมาหาเธอหญิงสาวหน้าซีดทันทีเธอรีบเดินไปที่ลิฟต์นิ้วมือสั่นเล็กน้อยขณะกดปุ่ม
ติ๊ง
ประตูลิฟต์เปิดเธอรีบเข้าไปทันที ก่อนจะกดปุ่ม
17
ประตูลิฟต์กำลังจะปิดแต่ในวินาทีนั้น
ชายสวมฮู้ดก็มาถึงหน้าลิฟต์พอดี หญิงสาวเบิกตากว้างแต่ประตูลิฟต์ปิดลงก่อนลิฟต์เริ่มเคลื่อนขึ้นเธอหอบหายใจแรง
“ขอให้คิดไปเอง… ขอให้คิดไปเอง…”
เธอพึมพำซ้ำ ๆ แต่ทันทีที่ลิฟต์เปิดออกที่ ชั้น 17 เธอก็รีบวิ่งออกมา
ตึก! ตึก! ตึก!
เธอวิ่งไปตามทางเดินยาวของชั้น ทันใดนั้นลิฟต์ด้านหลังเปิดออกอีกครั้ง
ติ๊ง
เสียงฝีเท้าอีกคู่ดังขึ้น
กึก… กึก… กึก…
หญิงสาวหันกลับไปมองและหัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้นชายสวมฮู้ดคนนั้น
ยืนอยู่ที่ปลายทางเดินเขาเดินเข้ามา
ช้า ๆ มั่นคงเหมือนนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อ หญิงสาวเริ่มวิ่ง
“ช่วยด้วย!”
เธอร้อง
“มีใครอยู่ไหม!”
แต่ทางเดินเงียบสนิททันใดนั้นเธอก็เห็นใครบางคนยืนอยู่ชายหนุ่มผมดำยุ่ง ๆ
กำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องหนึ่งท่าทางของเขาดูแปลก เขานั่งยอง ๆ เล็กน้อย มือถือขนมหวานชิ้นหนึ่งอยู่
ดวงตาคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายวันหญิงสาวรีบวิ่งไปหาเขาแล้วหลบไปอยู่ด้านหลังทันที
“ชะ…ช่วยฉันด้วย!”
เธอพูดเสียงสั่นชายหนุ่มคนนั้นเงยหน้าขึ้นช้า ๆดวงตาคมกริบมองไปที่ชายสวมฮู้ดก่อนที่เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ
“…ว่าไง”
เขาเอียงคอเล็กน้อยแล้วพูดต่อ
“พี่ชาย”
คำพูดนั้นทำให้ชายสวมฮู้ดหยุดเดินทันทีร่างของเขาแข็งค้างเหมือนตกใจ
“…”
เขาไม่พูดอะไรแต่ถอยหลังหนึ่งก้าว
แล้วหันหลังก่อนจะเริ่มวิ่งหนีหญิงสาวเบิกตา
“เขา…หนีไปแล้ว?”
แต่ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกถึงลมพัดผ่าน
ฟึ่บ!
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเมื่อครู่
หายไป ในวินาทีต่อมาที่ปลายทางเดิน
ชายสวมฮู้ดหยุดชะงักทันทีเพราะมีใครบางคน
ยืนอยู่ตรงหน้าเขาชายหนุ่มคนนั้น
แอล ลอวไลท์ เขายืนก้มตัวเล็กน้อยตามท่าทางประจำ ดวงตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่าย แอลพูดเสียงเรียบ
“การวิ่งหนี แสดงว่านายรู้ว่าชั้นเป็นใคร”
ชายสวมฮู้ดไม่ตอบเขาพุ่งเข้ามาทันที
หมัดขวาถูกเหวี่ยงออกมาอย่างรวดเร็ว
แต่ก่อนที่หมัดจะถึงตัวแอลขยับเพียงเล็กน้อย หลบ แล้วเตะสวนทันที
ปึก!
เท้าของเขาเตะเข้าที่ ข้างเอว ชายคนนั้นร้องออกมา
“อั่ก!”
ร่างของเขาเซไปด้านข้างแต่ยังไม่ทันตั้งตัวแอลก็พุ่งเข้าไปมือข้างหนึ่งกระชากคอเสื้อฮู้ดแล้วดึงร่างนั้นเข้ามา
หมัดถูกปล่อยออกไป
ปัง!
หมัดแรกกระแทกที่ใบหน้า
ปัง!
หมัดที่สอง
ปัง!
หมัดที่สาม
ชายสวมฮู้ดล้มลงกับพื้นหอบหายใจแรง
แอลจ้องลงไปก่อนจะพูดเบา ๆ
“ดูเหมือนคุณจะไม่ใช่คนที่ผมกำลังตามหา”
เขาปล่อยคอเสื้อชายคนนั้นรีบลุกขึ้น
แล้ววิ่งหนีไปตามบันไดหนีไฟเสียงฝีเท้าหายไปอย่างรวดเร็วทางเดินกลับมาเงียบอีกครั้งหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังค่อย ๆ เดินออกมาเธอมองแอลด้วยสายตาตกใจ
“คะ…คุณ…ขอบคุณมากนะคะ!”
เธอโค้งศีรษะหลายครั้งแอลมองเธอเงียบ ๆก่อนจะตอบสั้น ๆ
“ไม่เป็นไร”
หญิงสาวถอนหายใจโล่งอก
“ฉันนึกว่าจะตายแล้ว…”
เธอพูดด้วยเสียงสั่น
“ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ”
จากนั้นเธอก็เดินไปที่ประตูห้องของตัวเองเปิดเข้าไปก่อนจะหันกลับมาโค้งให้อีกครั้งแล้วปิดประตู
คลิก
ทางเดินเงียบสนิทอีกครั้งแอลยืนอยู่คนเดียวเขาหยิบขนมหวานขึ้นมากัดคำหนึ่งก่อนจะพึมพำกับตัวเอง
“…แต่ดูเหมือน”
ดวงตาของเขาหรี่ลง
“คดีนี้จะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”
และในเงามืดของเมืองบางสิ่งบางอย่างกำลังเริ่มตื่นขึ้นอีกครั้ง เสียงฝีเท้าดังสะท้อนอยู่ในตรอกแคบของเมือง กาเดซีโอร่า
ตึก! ตึก! ตึก!
ชายสวมเสื้อฮู้ดสีดำที่เพิ่งวิ่งหนีออกมาจากคอนโดกำลังหอบหายใจอย่างหนัก ร่างของเขาโซเซไปมาเหมือนคนที่เพิ่งผ่านการต่อสู้มาเขาหันหลังกลับไปมองหลายครั้ง
“บ้าเอ๊ย… ไอ้หมอนั่นมันอะไรกัน…”
เสียงหอบหายใจของเขาหนักขึ้นเรื่อย ๆ
ตรอกนี้มืดและแคบ แสงไฟถนนส่องเข้ามาได้เพียงเล็กน้อย กำแพงปูนทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยแตกและคราบสกปรกชายเสื้อดำหยุดวิ่ง เขาก้มตัวหอบ
“คง…ตามมาไม่ทัน…”
แต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงบางอย่างบรรยากาศรอบตัวเงียบผิดปกติเหมือนมีใครบางคนกำลังยืนอยู่ ชายเสื้อดำเงยหน้าขึ้นช้า ๆ และเขาก็เห็น ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงปลายตรอก
ร่างสูงโปร่งผมสีขาวยาวเล็กน้อยปลิวตามแรงลมดวงตาสีแดงสดสะท้อนแสงไฟถนนอย่างน่าขนลุกเขาสวม ผ้าคลุมยาวสีดำขอบแดง ชายคนนั้นยืนนิ่งเหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่ชายเสื้อดำขมวดคิ้ว
“แก…เป็นใครวะ?”
ไม่มีคำตอบชายผมขาวเพียงมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉยราวกับกำลังมองแมลงตัวหนึ่งแล้วในที่สุดชายผมขาวก็เอ่ยชื่อของตัวเองด้วยเสียงแผ่วเบา
“จินโมริ…”
ลมพัดผ่านตรอกอีกครั้งผ้าคลุมสีดำของเขาพลิ้วไหว
“ไอซาวะ จินโมริ”
ชายเสื้อดำสบถทันที
“ไอ้บ้าเอ๊ย!”
เขาพุ่งเข้าใส่ทันทีร่างของเขาเคลื่อนไหวรวดเร็ว หมุนตัวแล้วเตะสูงไปที่ ข้างคอ ของจินโมริ
ฟึ่บ!
แต่ก่อนที่เท้านั้นจะถึงเป้าหมายจินโมริยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อยการเตะถูกปัดออกอย่างง่ายดายชายเสื้อดำเบิกตากว้าง
“อะไร—?!”
ทันใดนั้นบางอย่างก็เกิดขึ้นบริเวณมือขวาของจินโมริเนื้อหนังเริ่มเคลื่อนไหวเหมือนสิ่งมีชีวิตก่อนที่ ดาบสีดำ จะงอกออกมาจากแขนของเขาเสียงโลหะกรีดอากาศดังเบา ๆ
ฉัวะ!
ดาบฟันผ่านแขนของชายเสื้อดำทันที
เลือดกระเซ็นไปกระทบกำแพง
“อ๊ากกก!!”
ชายเสื้อดำทรุดลงกับพื้นเขากุมแขนที่ถูกฟันอย่างเจ็บปวดแต่จินโมริไม่ได้หยุดเขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าวแล้วแทงดาบเข้าไปที่ หน้าอก
ฉึก!
เสียงทะลุของเนื้อดังขึ้นร่างของชายเสื้อดำแข็งค้างดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนที่ร่างของเขาจะล้มลงกับพื้นตรอกกลับมาเงียบอีกครั้งเลือดค่อย ๆ ไหลไปตามพื้นปูนจินโมริมองศพนั้นอย่างไร้อารมณ์
“กุ๊ย…”
เขาพึมพำเบา ๆแต่ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น
ตึก! ตึก! ตึก!
ใครบางคนกำลังวิ่งเข้ามาในตรอกชายหนุ่มผมดำยุ่ง ๆ ปรากฏตัวขึ้นดวงตาคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอน เขาคือ
แอล ลอวไลท์
แอลหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้าศพชายสวมฮู้ดและชายปริศนาผมขาวที่ถือดาบแอลพึมพำกับตัวเอง
“…อะไรกัน...ชายเสื้อคลุมคนนั้น…”
เขาหรี่ตา
“นี่มัน…เทควันโด?”
ทันทีที่พูดจบแอลก็พุ่งเข้าใส่หมัดขวาถูกปล่อยออกไปอย่างรวดเร็ว
ปัง!
แต่จินโมริยกแขนขึ้นกันไว้เสียงกระแทกดังขึ้นทั้งสองคนถอยหลังเล็กน้อยจินโมริมองแอลดวงตาสีแดงฉายแววสนใจเล็กน้อย
“นักสืบ…”
เขาพึมพำแอลขยับท่าทางเตรียมต่อสู้
“แกเป็นใครกันแน่”
จินโมริไม่ตอบแต่ในวินาทีต่อมาร่างของเขาก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ปึก!
เท้าเตะเข้าไปที่ หน้าอกของแอลแอลถอยหลังสองก้าวแต่ยังตั้งตัวได้จินโมริหมุนตัวทันที
ปัง!
เตะเข้าที่ ข้างศีรษะแอลยกแขนกันไว้
แรงกระแทกทำให้เขาเซไปด้านข้าง
“เร็วมาก…”
แอลพึมพำการต่อสู้ดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็ว หมัด เตะ หลบ เสียงกระแทกดังต่อเนื่องในตรอกแคบ จินโมริเตะอีกครั้ง
ปึก!
เท้าเฉี่ยว ขาซ้ายของแอลแอลเสียหลักเล็กน้อยแต่ยังไม่ล้มเขาจ้องอีกฝ่ายอย่างวิเคราะห์
“ท่าทางการเคลื่อนไหว…ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา”
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าอีกคู่ก็ดังขึ้นใครบางคนเดินเข้ามาในตรอกเด็กหนุ่มผมดำอีกคนหนึ่งยืนอยู่ตรงปากตรอกเขามองเหตุการณ์ตรงหน้าเงียบ ๆ
ไอซาวะ อากิระ
จินโมริเหลือบมองไปทางนั้นดวงตาสีแดงของเขาหรี่ลงเล็กน้อยเหมือนรับรู้อะไรบางอย่างจากนั้นเขาก็ถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วกระโดดขึ้นกำแพง
ร่างของเขาหายเข้าไปในเงามืดของหลังคาตึกเหมือนเงาที่สลายไปกับความมืดตรอกกลับมาเงียบอีกครั้งแอลหอบหายใจเบา ๆเขามองไปยังที่ที่จินโมริหายไป
“หนีไปแล้ว…”
จากนั้นเขาหันไปมอง อากิระ เด็กหนุ่มยืนพิงกำแพงอย่างสบาย ๆ เหมือนเพิ่งมาถึง อากิระยิ้มบาง ๆ แล้วพูดเรียบ ๆ
“ดูเหมือนคืนนี้จะวุ่นวายพอสมควรนะ”
แอลจ้องเขาเงียบ ๆ ดวงตาของนักสืบเริ่มวิเคราะห์บางอย่างอีกครั้งและในตรอกมืดแห่งนี้เรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในเงามืด กำลังค่อย ๆ เปิดเผยทีละน้อย




