表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
1/1

บทหนัง สัตว์ประหลาดเมฆ สัตว์ประหลาดฝน โคโลยูโดะ

ฉากภายนอก: หมู่บ้านบนภูเขา ตอนบ่าย

ฝนห่าใหญ่ได้ตกลงมาในเขตที่อยู่อาศัยของชนเผ่าปกาเกอะญอ หลังฝนหยุดตกเมฆฝนเหล่านั้นก็ลอยผ่านไปที่อื่น ทว่า ได้มี"เมฆสีแดง"กลุ่มใหญ่ลอยผ่านมา....

ฝนสีแดงได้ตกลงมาจากเมฆสีแดงกลุ่มนั้น น้ำสีแดงที่ตกลงบนพื้นมันค่อยคืบคลานเข้ารวมตัวกันกับหยดน้ำกลายเป็นผืนน้ำสีแดงขนาดใหญ่ค่อยๆคืบคลานเข้าไปดูดกลืนวัตถุสิ่งของผู้คนและสัตว์ในหมู่บ้านแห่งนั้น

ได้ยินเสียงหมาและแมวที่ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

ชาวบ้านตัวประกอบ1

"ว๊าย!!!!"

ชาวบ้านตัวประกอบ2

"ช่วยด้วย!!!!"

ชาวบ้านตัวประกอบ3

"อ๊าก!!!!" เมื่อหมู่บ้านถูกดูดกลืนจนหมดสิ้นน้ำสีแดงก็ระเหยตัวเองกลายเป็นไอสีแดงขึ้นไปบนฟ้ารวมตัวกับเมฆสีแดงตามเดิม แล้วลอยหายไปจากท้องฟ้า

ฉากภายนอก: หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง กลางคืน

ได้มีฝนตกในตอนนั้น....

และเมื่อฝนหยุดตก เมฆสีแดงได้โจมตีที่นั่น มันดูดกลืนทุกอย่างในนั้นจนหมดสิ้นทั้งหมู่บ้าน

ฉากภายใน: บ้านของอัศวิน และ อลินดา

อัศวิน

"อลินดา เราไปเที่ยวอควาเรี่ยมกันมั๊ย"

อลินดา

"หนูไม่ใช่แฟนพี่นะ....."

อัศวิน

"เอ่อ....เดี๋ยวนะ..."

Continuous

ณ อควาเรียมในจังหวัดชลบุรี

อัศวินและอลินดาเดินผ่านอ่างดาวทะเลไป...

น้ำในอ่างดาวทะเลกลายเป็นน้ำสีแดง

เมื่อทั้งคู่เดินเข้าไปในอควาเรียมทุกคนในที่นั่นต่างก็แตกตื่นวิ่งหนีกันกระจัดกระจาย

อลินดา

"เขาหนีอะไรกันน่ะ" อัศวินเห็นดังนั้นจึงวิ่งไปข้างนอกกับอลินดาและภาพที่อยู่ต่อหน้าทั้งสองคนนั้นคือ ผืนน้ำสีแดงขนาดใหญ่กำลังดูดกลืนสิ่งก่อสร้างและผู้คนจำนวนหนึ่งถนนซีเมนต์,ตึกที่ก่อด้วยปูน,รูปปั้นคอนกรีต อัศวินและอลินดาตกใจกลัวเป็นอันมากจึงพากันไปหนีไปที่อื่นจนรอดพ้นผืนน้ำสีแดงมาได้

ฉากภายนอก: กรุงเทพ กลางวัน

เมฆสีแดงลอยอยู่เหนือจังหวัดกรุงเทพและฝนสีแดงก็ตกที่นั่นแล้วเข้ากลืนกินทุกสิ่งในนั้นเหล่าผู้คนและสัตว์แตกตื่นป็นอันมาก ถุงลอยปลิวว่อนไปทั่วฟ้า รถคว่ำชนกันเอง ผู้คนเหยียบกันตายบนผืนน้ำสีแดงที่หลั่งไหลอยู่บนพื้นผิวโลก ของใช้ของกินทุกสิ่งอยู่บนถนนสิ้น ตึกรามบ้านช่องสิ่งมีชีวิตนั้นถูกดูดกลืนไปเสียสิ้น ที่คลังแสงกองทัพอากาศประเทศไทย น้ำสีแดงได้กลืนเครื่องบินรบGrippenไปลำหนึ่ง แต่เครื่องบินลำนั้นเกิดระเบิดขึ้นน้ำสีแดงที่คลังแสงของกองทัพอากาศจึงระเหยกลายเป็นไอสีแดงขึ้นไปบนฟ้า ขณะเดียวกัน จากการโจมตีของน้ำสีแดงทำให้ปั๊มน้ำมันทุกแห่งเกิดระเบิดขึ้นทั่วทั้งกรุงเทพ น้ำสีแดงจึงระเหยกลายเป็นไอสีแดงรวมตัวกับเมฆสีแดงบนฟ้าแล้วลอยหายไป

นักข่าวในTV

"ครับ ตอนนี้เราอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยนะครับ เมฆและฝนสีแดงได้โจมตีที่นี่ อย่างที่เห็นนะครับข้างหลังผมท่านผู้ชมจะเห็นว่า อนุสาวรีย์ชัยได้หายไปแล้วนะครับ และบนพื้นจะพบกกับซากสิ่งมีชีวิตที่เสียชีวิตจากการโจมตีของน้ำสีแดง ตอนนี้พบยอดผู้เสียชีวิต3,058ราย และผู้บาดเจ็บ180,000ราย.......... .........."

ฉากภายใน: ที่ประชุมนักวิทยาศาสตร์

นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน

"เรื่องเมฆฝนสีแดงนั่น เป็นปรากฏการณ์ลึกลับทางธรรมชาติแบบหนึ่งที่วิทยาศาสตร์ยังไม่อาจอธิบายได้ ถ้าเราไขความลับเรื่องเมฆฝนสีแดงนี้ได้ก็จะไขปริศนาทางธรรมชาติที่ยังอธิบายไม่ได้ด้วยวิทยาศาตร์บนโลกนี้ได้"

นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น

"เมฆฝนสีแดงนั่น....อาจเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นบนโลก"

จอห์นนี่

"โทษนะครับ ผมไม่เห็นด้วย มันไม่ใช่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือเป็นเพราะสภาพอากาศแปรปรวนหรอกนะครับ ถ้าดูจากการกระทำของเมฆฝนสีแดงเราสามารถสรุปได้ทันทีว่ามันเป็น สิ่งมีชีวิต ครับ"

นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน

"เอ่อ ขอโทษนะครับ แต่....คุณมีหลักฐานอะไรครับ?"

จอห์นนี่

"เหตุการณ์ไงครับ เหตุการณ์คือหลักฐานชั้นยอด เรารู้ได้ทันทีว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต มันดูเป็นสิ่งมีชีวิตมากเกินไปซึ่งขัดกับลักษณะของสิ่งไม่มีชีวิตอย่างน้ำ"

นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย

"ถ้าอย่างนั้น ที่มันดูดกลืนกินทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวมันก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งชีวิต....มันต้องการอาหาร....."

นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ

"แล้วเราจะแน่ใจได้ยังไงว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต.....?...."

จอห์นนี่

"เรื่องนั้นผมจะหาหลักฐานและข้อมูลมาให้ดูเองครับ ตอนนี้เวลา12นาฬิกาตรงแล้วครับ ต้องเลิกประชุมแล้วละครับ ถ้าต้องประชุมอีกเมื่อไหร่ผู้ดูแลการประชุมจะแจ้งไปให้ทุกท่านทราบนะครับ ขอบคุณครับ"

เมื่องานประชุมเลิก จอห์นนี่เตรียมตัวไปหมู่บ้านปกาเกอะญอแห่งหนึ่งในแถบทางภาคเหนือ

ฉากภายนอก: หมู่บ้านบนภูเขา ตอนบ่าย

จอห์นนี่ขับรถถึงหมู่บ้านปกาเกอะญอแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่เดียวกันกับที่ถูกเมฆฝนสีแดงโจมตีเป็นที่แรก สิ่งที่เขาเห็นก็คือทุกสิ่งในหมู่บ้านแห่งนี้ได้หายไปทั้งหมดเหลือเพียงบ้านที่พังไปแล้ว10หลังเท่านั้น

เขาถ่ายวีดีโอสภาพของหมู่บ้านแห่งนี้ไว้ เมื่อเขาเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งเขาเห็นน้ำสีแดงเกาะอยู่บนหม้อ เมื่อเขาจะถ่ายวีดีโอหยดน้ำสีแดงค่อยๆไหลมาหาเขา เขาหยิบมะเขือบนพื้นลูกหนึ่งมาวางไว้ข้างหน้าน้ำสีแดงนั้น น้ำสีแดงก็ดูดกลืนมะเขือเข้าไป แล้วมันก็ค่อยๆตรงมาหาเขา เขาจึงจุดไม้ขีดไฟที่ร่วงลงบนพื้นในบ้านหลังแล้วทิ้งใส่น้ำสีแดงนั้น น้ำสีแดงนั้นก็ค่อยระเหยกลายเป็นไอสีแดงอยู่บนพื้น จอห์นนี่เห็นดังนั้นก็ออกมาข้างนอก ไอสีแดงนั้นก็ลอยออกมาจากบ้านแล้วขึ้นฟ้าไป

จอห์นนี่กำลังจะเดินทางกลับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทว่าพอกำลังจะลงเขาเมฆฝนสีแดงได้ค่อยๆลอยเข้ามาโจมตีที่นั่นและอัศวินกับอลินดาก็อยู่ที่นั่นด้วย ทั้งคู่กำลังจะถูกเมฆฝนโจมตีจอห์นนี่ไปรับตัวทั้งคู่ไว้ได้ทันก่อนที่จะถูกเมฆฝนโจมตี

จอห์นนี่

"คุณมาเที่ยวใช่ไหมครับ หลบเข้าไปในป่าก่อนครับ จะหลบเมฆฝนสีแดงได้ง่ายกว่า" แล้วทั้งสามคนก็เข้าไปในป่า หลบหนีเมฆฝนสีแดงไปเรื่อยๆจนกระทั่งพ้นเมฆฝนสีแดงแล้ว

จอห์นนี่

"ผมขอตัวไปก่อนนะครับ"

อัศวิน/อลินดา

"ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ"

ฉากภายใน: ห้องพักของจอห์นนี่

จอห์นนี่เดินทางกลับมาถึง ผู้ดูแลการประชุมก็แจ้งเข้ามาว่า จะเริ่มการประชุมในวันพรุ่งนี้ เวลา15นาฬิกาตรง

ฉากภายใน: ที่ประชุมนักวิทยาศาสตร์

จอห์นนี่

"เอาละครับ ตอนนี้ผมมีหลักฐานและข้อมูลเพียงพอที่จะอธิบายได้ว่าเมฆฝนนั่นเป็นสิ่งมีชีวิตจริง" จอห์นนี่เปิดวีดีโอที่ตนบันทึกตั้งแต่สภาพหมู่บ้านที่เสียหายไปจนถึงน้ำสีแดงที่ยังตกค้างอยู่ระเหยกลายเป็นไอ

จอห์นนี่

"การโจมตีครั้งแรกของเมฆฝนสีแดงเกิดขึ้นที่หมู่บ้านของชนกลุ่มน้อยแห่งหนึ่ง ครั้งต่อมาที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ครั้งที่สามที่ชลบุรี น่าประหลาดที่การโจมตีทั้งสามครั้งนั้นได้ลงในเว็บไซต์ข่าวออนไลน์แต่กลับไม่มีใครแชร์ข่าวพวกนั้นเลย กลายเป็นข่าวที่ไม่ดังนักส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะลงในเว็บไซต์ที่ไม่ได้โด่งดังนักในขณะที่การโจมตีที่กรุงเทพกลับเป็นข่าวดังในทั่วโลก และแน่นอนว่าเมฆจะลอยกลับไปหาที่ๆมันเกิดขึ้นมาเองไม่ได้ แต่ในขณะที่ผมไปถ่ายวีดีโอนี้อยู่นั้น มันโจมตีที่นั่นด้วย"

เมื่อทุกคนได้ยินจอห์นนี่พูดดังนั้นต่างฝ่ายต่างก็มองตากัน....

จอห์นนี่

"หากดูจากแผนที่จะพบว่า มันโจมตีจากทางเหนือลงมาใต้ แล้วมันก็กลับจากทางใต้ขึ้นไปข้างบน ซึ่งดูไม่เหมือนกับว่ามันจะเป็นสิ่งไม่มีชีวิตแต่ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตมากกว่า นอกจากนี้ ในตอนท้ายของคลิปเมื่อมันโดนไฟมันก็มีปฏิกริยากลายเป็นไอ ซึ่งสิ่งไม่มีชีวิตโดยปกติแล้วมักจะไม่ตอบสนองต่อความร้อนหรือสิ่งเร้าทุกชนิด ในขณะที่สิ่งมีชีวิตมีปฏิกริยาตอบสนองต่อสิ่งเหล่านั้น เช่นพืชเมื่อมันได้รับแสงน้อยก็จะเอนเข้าหาแสงเพื่อให้ได้รับแสงให้มากที่สุด นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ยืนยันได้ว่ามันเป็น สิ่งมีชีวิต"

นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน

"แล้วถ้ามันเป็นเพียงแค่แก๊สหรือสสารอะไรบางอย่างขึ้นมาล่ะ?"

จอห์นนี่

"ถ้ามันเป็นเพียงแค่สสารหรือแก๊สจริงๆมันจะไม่เป็นเหมือนอย่างที่น้ำฝนสีแดงเป็น ในวีดีโอจะเห็นว่า มันค่อยๆออกมาจากนอกบ้านแล้วขึ้นไปบนฟ้าทั้งหมด ซึ่งแก๊ซหรือสสารอะไรก็ตามต่อให้ระเหยกลายเป็นไอก็ไม่อาจขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ทั้งหมดนะครับ อันที่จริงต้องพูดว่า ใช่ว่ามันจะขึ้นไปบนฟ้าอย่างฉับพลันจนสังเกตุเห็นได้ชัดแบบน้ำฝนสีแดงนะครับ"

นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย

"ถ้าอย่างนั้นมันก็เป็นสิ่งมีชีวิตจริงๆ"

นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น

"แล้วมีโอกาสที่มันจะเป็นสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวหรือเปล่าครับ"

จอห์นนี่

"มีครับ เพราะเราไม่เคยพบสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ที่มีลักษณะเป็นแก๊สหรือเป็นน้ำที่มีชีวิตมาก่อน"

นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ

"ถ้ามันมาจากต่างดาวจริงๆมันก็เป็นหลักฐานยืนยันว่ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง"

นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน

"ใช่แล้ว"

ทันใดนั้นโทรทัศน์ก็รายงานข่าวด่วนเกี่ยวกับเรื่องเมฆฝนสีแดง ผู้ดูแลการประชุมเข้ามาแจ้ง จอห์นนี่จึงเปิดโทรทัศน์

นักข่าวในTV

"ตอนนี้เมฆฝนสีแดงกำลังมาที่เกาะเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วค่ะ สถานีรถไฟอยุธยาได้ถูกเมฆฝนสีแดงทำลายไปแล้วค่ะ........."

นักวิทยาศาตร์ชาวอเมริกา

"ว่าไงนะ!!!?"

นักวิทยาศาสตร์ชาวบราซิล

"กำลังมาที่นี่เนี่ยนะ!?"

นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น

"เรารู้แค่ว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต แต่ไมรู้วิธีจัดการมันเนี่ยสิ"

จอห์นนี่

"วิธีจัดการ....."


"ขอข้อมูล ข่าว ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตอนที่เมฆฝนสีแดงโจมตีกรุงเทพหน่อยครับ ผมได้ยินมาว่าก่อนที่เมฆฝนสีแดงจะหายไปมันกลายเป็นไอ ผมต้องการรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"

ผู้ดูแลการประชุมจึงเอาหนังสือพิมพ์หลายฉบับมาให้ และจอห์นนี่ก็อ่านข่าวเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเมฆฝนสีแดงจนครบทุกฉบับ

จอห์นนี่

"ผมรู้แล้ว"

นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น

"อะไรเหรอ?"

จอห์นนี่

"ก่อนที่น้ำสีแดงจะระเหยทั้งกรุงเทพ 10นาที เครื่องบินลำหนึ่งของกองทัพอากาศลำหนึ่งเกิดระเบิดขึ้นหลังจากนั้นน้ำสีแดงก็ระเหยกลายเป็นไอ 5นาทีหลังจากเครื่องบินลำนั้นระเบิด ปั๊มน้ำมันทุกแห่งทั่วกรุงเทพเกิดระเบิดขึ้นพร้อมกัน น้ำสีแดงก็ระเหยกลายเป็นไอสีแดงในทันที และวีดีโอที่ผมบันทึกได้มันก็ระเหยกลายเป็นไอเพราะไฟจากไม้ขีดไฟ"

นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย

"นั่นก็หมายความว่า มันแพ้ความร้อน"

จอห์นนี่

"ใช่แล้วครับ ถ้าเราให้ความร้อนให้กับมันเราต้องจัดการมันได้แน่"

นักข่าวในTV

"ท่านผู้ชมคะ ตอนนี้เมฆฝนสีแดงเข้าไปในเกาะเมืองแล้วค่ะ....."

นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกา

"บ้าเอ๊ย"

จอห์นนี่

"ทุกท่านครับ เราต้องรีบหนีออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุดแล้วละครับ"

ทุกคนจึงเตรียมตัวแล้วหนีออกจากเกาะเมืองพร้อมกัน

ฉากภายนอก: เกาะเมืองอยุธยา กลางวัน

แล้วฝนสีแดงก็ตกลงในที่แห่งนั้น มันดูดกลืนทุกอย่าง เมื่อผืนน้ำสีแดงเดินทางไปที่ใด ทุกสิ่งแถบนั้นก็ถูกดูดกลืน เหล่าผู้คนและสัตว์ต่างร้องเสียงโหยหวน จากนั้นผืนน้ำสีแดงก็ระเหยตัวเองกลายเป็นไอขึ้นไปบนฟ้า บนพื้นมี.... เลือดสีแดงสดนองท่วมพื้น โครงกระดูกและหัวกะโหลกที่ยังมีอวัยวะเหลือข้างใน ดวงตา กระเพาะอาหาร ตับ ลำไส้ฉีกขาดกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นถนนทุกหนแห่งเปี่ยมไปด้วยรอยเลือด

นักข่าวในTV

"นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้อพยพประชาชนและให้ทังสามเหล่าทัพเตรียมตัวต่อสู้กับเมฆฝนสีแดงและเรียกตัวทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการศึกษาเมฆฝนสีแดงทุกคนไป"

ฉากภายใน: ห้องของนายกรัฐมนตรี

เลขาของนายกรัฐมนตรี

"ทุกท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรี"

นายกรัฐมนตรี

"ที่ผมเรียกพวกคุณนักวิทยาศาสตร์จากทุกประเทศทั่วโลกมาพร้อมกันในวันนี้ คือ เนื่องจากเรื่องเมฆฝนสีแดงสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ผมอยากจะให้พวกคุณจัดการเรื่องนี้ให้ ก่อนอื่นนะครับ ผมอยากจะทราบข้อมูลเบื้องต้นของเมฆฝนสีแดงหน่อย"

จอห์นนี่

"ครับท่าน ท่านครับ เมฆฝนสีแดงนั่นเป็นสิ่งมีชีวิต เนื่องจากมันมีปฏิกริยาตอบสนองเหมือนกับพวกสิ่งมีชีวิตมากกว่าสิ่งไม่มีชีวิตมากกว่าน้ำหรือสสารทั่วไป การโจมตีครั้งแรกเกิดขึ้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่สองที่ภาคกลาง ครั้งที่สามที่ภาคตะวันออก ครั้งที่สี่และครั้งที่ห้าคือภาคกลางและเหนืออีกครั้งค่อนข้างชัดเจนว่ามันคือสิ่งมีชีวิตแน่นอนเพราะมันมีความคิด และที่มันดูดกลืนทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวมันอาจเป็นไปได้ว่ามันต้องการอาหารครับ"

นายกรัฐมนตรี

"อืม ถ้างานพวกคุณต้องทำงานกับกระทรวงกลาโหมนะ เริ่มงานวันนี้ได้เลย"

นักวิทยาศาสตร์(ทุกคน)

"ครับ"

ฉากภายใน: ที่ประชุมกระทรวงกลาโหม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

"เมฆฝนสีแดงนั่นสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตเป็นอย่างมากอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น เราต้องเตรียมมาตรการรับมือกับเมฆฝนสีแดงโดยเร็วที่สุด ข้อมูลที่เรามีอยู่ในตอนนี้เห็นได้ชัดว่า เมฆฝนสีแดงแพ้ความร้อน แต่ว่าเราจะให้ความร้อนกับมันยังไง"

จอห์นนี่

"อันที่จริง เราสามารถใช้ระเบิดธรรมดาจัดการกับมันได้ เรื่องที่เราควรทำในตอนนี้คือการค้นหา ตำแหน่งของมันมากกว่านะครับ"

รองรัฐมนตรีกลาโหม

"แล้วเราจะหาตำแหน่งมันยังไงได้ล่ะ"

จอห์นนี่

"การพยากรณ์อากาศไงครับ เมฆฝนสีแดง

มีลักษณะเป็นเมฆฝน

บอกตำแหน่งของมันได้แน่นอน ในตอนนี้ที่เราต้องทำคือระบุตำแหน่งของมันแล้วค่อยคิดวิธีการจัดการกับมันต่อไปครับ"

นักข่าวพยากรณ์อากาศในTV

เมฆฝนสีแดง กำลังอยู่ที่ภูเขาหัวโล้นลูกหนึ่งในจังหวัดนครนายก

ฉากภายนอก: ภูเขาหัวโล้น ตอนเที่ยง

กองทัพบกมาถึงที่นี่

เมฆสีแดงก็ลอยลงมาบนพื้นดิน

ทหารตัวประกอบ

"อะไรวะนะ"

นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย

"ทำไมมันไม่ตกลงมาเป็นฝนก่อนล่ะ?"

จากนั้นกลุ่มเมฆสีแดงก็ค่อยเปลี่ยนรูปร่าง เป็นบ้านหลังหนึ่ง แล้วค่อยมีผู้คนวัวควายเพิ่มเข้ามาซึ่งตรงกับลักษณะของสิ่งที่มันดูดกลืนไปทั้งสิ้น

นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน

"นี่มันหมายความว่า.......เมฆสีแดงเปลี่ยนรูปร่างของตัวเองได้เหรอเนี่ย"

นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น

"แล้วถ้าอย่างนั้น ทำไมมันต้องดูดกลืนอย่างอื่นด้วย"

นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น

"แล้วมันจะเปลี่ยนรูปร่างของตัวเองไปทำไมกัน"

จอห์นนี่

"หรือว่า...มีความเป็นไปได้ว่า มันต้องการมีรูปร่างที่แน่นอน.........?"

นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน

"รูปร่างที่แน่นอน?"

จอห์นนี่

"เมฆฝนสีแดง มีรูปร่างที่ไม่แน่นอน.....นั่นหมายความว่าบางที...มันอาจจะอยากได้รูปร่างที่แน่นอนเลยดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไป"

นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย

"ก็หมายความว่าที่มันทำไป เพราะอยากจะมีรูปร่างที่แน่นอนเป็นของตัวเอง?"

จอห์นนี่

"อาจใช่ ที่มันดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไปก็เพื่อจะได้สร้างเป็นรูปร่างที่แน่นอนของตัวเอง"

ยังไม่ทันไร เมฆสีแดงที่เปลี่ยนรูปแล้วก็มุ่งหน้าตรงมาหาพวกเขา ทางกองทัพจึงตัดสินใจยิงใส่มัน เต็มกำลัง

ผู้บัญชาการทหาร

"ยิง!"

สิ้นเสียงคำสั่ง ปืนใหญ่ของรถถังก็ยิงใส่กระหน่ำไปอย่างไม่ขาดสาย ระเบิดใส่เมฆสีแดงกลุ่มนั้น เมฆสีแดงหายไปส่วนหนึ่ง แต่ที่เหลือก็ลอยขึ้นฟ้าไปก่อน แล้วลอยหายไป

ทหารตัวประกอบ

"ให้ตายสิวะ เราจัดการเจ้าเมฆฝนบ้านั่นบนท้องฟ้าไปเลยไม่ได้เลยหรือไง!?"

จอห์นนี่

"อาจได้"จอห์นนี่พูดตอบกลับ

"ถ้าเราเอาระเบิดติดไว้กับลูกโป่งให้มันลอยไปหาเมฆฝนสีแดง เราอาจจัดการมันบนท้องฟ้าได้"


ทางกองทัพจัดเตรียมระเบิดผูกไว้กับลูกโป่งแล้วใช้เชือกผูกระเบิดทุกลูกติดไว้กับเสาไม้ ที่ทุ่งรกร้างแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมพยากรณ์อากาศทำให้คาดเดาได้ว่าอีก 30นาทีเมฆฝนสีแดงจะมาถึงที่นั่น

15นาฬิกา 31นาที

เมฆฝนสีแดงมาถึงที่นั่น และลอยอยู่เหนือระเบิดที่ติดลูกโป่งไว้พอดี มือสไนเปอร์จึงยิงตัดเชือกทันที ระเบิดจึงลอยขึ้นไป และระเบิดขึ้น

เมฆสีแดงค่อยๆหายไปเรื่อยๆ ทว่า ทันใดนั้น เมฆสีแดงก็รวมตัวกันแล้วค่อยๆลอยเข้าไปโจมตีพวกเขา จึงต้องถอย

ทหารตัวประกอบ1

"ให้ตายสิ เกือบโดนมันฆ่าแล้ว"

ทหารตัวประกอบ2

"เจ้าเมฆเวรเอ๊ย จะฆ่ามนุษย์ให้หมดทุกคนเลยไงวะ!?"

จอห์นนี่

"สัตว์ประหลาดเมฆสัตว์ประหลาดฝนต่างหากล่ะครับ"

ทางกองทัพถอยไปยิงไปจนเมฆฝนสีแดงนั้นลอยกลับขึ้นฟ้าไปจนหมด

ทหารตัวประกอบ1

"เฮ้ย แล้วเราจะหนีไปไหนวะ?"

จอห์นนี่

"เมฆฝนสีแดงมันอยู่บนชั้นบรรยากาศจะลอยไปไหนมาไหนก็ได้ดังนั้นเรากลับไปเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเทพดีกว่าครับเราต้องเตรียมแผนใหม่"

ทั้งหมดจึงเดินทางกลับกรุงเทพ

ฉากภายใน: ที่ประชุม

รัฐมนตรีกลาโหม

"เจ้าเมฆนี่ฤทธิ์มันเยอะเกินแล้ว เราจะสู้มันได้ยังไง"

รองนายกรัฐมนตรี

"พวกเราก็ลองกันทุกวิถีทางแล้ว เจ้าเมฆฝนสีแดงมันร้ายมาก เรารู้ว่าจุดอ่อนของมันคือความร้อนแต่ทุกครั้งที่เราใช้ความร้อนโจมตีมันมันก็โจมตีเรากลับทันที ทำยังไงเราถึงจะกำจัดเมฆฝนสีแดงได้สิ้นซาก?"

จอห์นนี่

"ผมว่านะ เราต้องสะท้อนแสงอาทิตย์หรือแสงอะไรก็ได้ด้วยกระจกแล้วรวมลำแสงออกไปเผาเมฆฝนสีแดงนั้นให้ระเหยไปเลย"

รัฐมนตรีกลาโหม

"งั้นใช้วิธีนี้แล้วกัน เราต้องการกระจกสะท้อนแสงที่ใหญ่และมีมากพอที่จะเผาเมฆฝนสีแดงให้หมดได้ รีบทำกระจกสะท้อนแสงตอนนี้กันเลย"

การประชุมจบลงทุกคนออกจากที่ประชุมและการผลิดกระจกที่ใหญ่ที่สุดก็เริ่มต้นขึ้น ทุกคนก็แยกย้ายเข้าห้องพักแต่พวกช่างเทคนิคทั้งหมดนั้นไปทำกระจกสะท้อนแสงสำหรับจัดการเมฆฝนสีแดงนั้นอยู่

ฉากภายใน: ห้องพักของจอห์นนี่

จอห์นนี่อยู่ในห้องพักแล้วเขาก็เดินตรงไปหน้าต่างที่ปิดอยู่ เขาเห็นเมฆสีแดงอยู่บนท้องฟ้าและเห็นอัศวินกับอลินดาอยู่ที่ถนนจอห์นนี่เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งออกจากห้องพักไปหาอัศวินกับอลินดาทันที

อัศวิน

"นั่น คุณคือคนที่มาช่วยเราเมื่อตอนนั้นนี่"

จอห์นนี่

"ใช่ ผมสงสัยตั้งแต่ตอนไปภูเขานั่นแล้ว คุณไปทำอะไรที่นั่น? ไปที่นั่นยังไง? ที่นี่อีก คุณมาทำอะไรที่นี่?"

อลินดา

"ตอนเราไปที่อควาเรียมในชลบุรี เจ้าเมฆฝนสีแดงนั่นโจมตีเราที่นั่น เราเลยพยายามหนีแต่เจ้าน้ำสีแดงที่มาจากเมฆฝนสีแดงนั่นมันเกาะถนน ตึก ทุกที่เลย วิ่งไปซักพักมีถนนสายหนึ่งที่ไม่โดนน้ำสีแดงโจมตีเราเลยขึ้นรถประจำทางหนีไปเราไม่รู้จะไปไหนเราเลยเลือกไปที่ภูเขาลูกนั้นแต่เจ้าเมฆฝนสีแดงนั่นก็โจมตีเราที่นั่นอีกจนกระทั่งคุณมาช่วย มีคนๆหนึ่งขับรถมาเขาก็กำลังหนีเมฆฝนสีแดงนั่นเหมือนกันเราเลยติดรถเขามาตัดสินใจจะกลับบ้านแต่ที่บ้านของเรามีแอ่งน้ำสีแดงอยู่แล้วน้ำสีแดงในแอ่งนั่นก็ค่อยๆมาหาเรา เราก็ติดรถคนอื่นมาจนถึงตอนนี้แหละค่ะ"

จอห์นนี่

"โอเค เข้าใจล่ะ"

อลินดา

"เราขอพักห้องคุณได้ไหมคะ?"

จอห์นนี่

"ได้สิ"

อลินดา

"ว่าแต่คุณชื่ออะไรคะ?"

จอห์นนี่

"จอห์นนี่น่ะ"

แล้วจอห์นนี่ก็พาอัศวินกับอลินดาไปที่ห้องพัก ส่วนเมฆสีแดงนั้นทางกองทัพยิงดอกไม้ไฟขึ้นไปบนฟ้าจนเมฆสีแดงลอยกลับไปยังทิศทางเดิมที่มันลอยมา

อัศวิน

"เหตุการณ์เมฆฝนโจมตีนี่เหมือนธรรมชาติลงโทษเลยนะ"

จอห์นนี่

"ธรรมชาติลงโทษมนุษย์มาตั้งแต่หลายพันปีก่อนแล้ว"

อลินดา

"คุณจอห์นนี่คิดว่าเจ้าเมฆฝนสีแดงนี่คือการลงโทษจากธรรมชาติจริงหรือเปล่าคะ?"

จอห์นนี่

"ผมไม่รู้"

อลินดา

"ถ้ามนุษย์โดนเมฆฝนสีแดงทำลายมนุษย์จนหมดอาจจะดีต่อโลกนี้มากกว่าก็ได้ มนุษย์ทำลายธรรมชาติจนยากจะแก้ไข คนที่ออกมาพูดอย่างงั้นอย่างงี้โจมตีพวกทำลายธรรมชาติก็ไม่เคยแก้ไขอะไรเลยแถมยังทำลายธรรมชาติซะเองอีกต่างหาก มนุษย์สูญพันธ์ซะได้ก็ดีถึงปัญหาจะไม่หายไปแต่ก็ไร้ซึ่งสิ่งที่จะก่อปัญหาต่อ"

จอห์นนี่

"เชื่อสิ ว่าไอ้คนที่ว่าไอ้คนที่พูดต่างๆนาๆนั่นน่ะก็คือตัวการที่คอยทำลายธรรมชาติล่ะ คิดจะแก้ไขหรือเปล่า? ก็ไม่"

อลินดา

"คุณจอห์นนี่คะ คิดว่าการทำลายเมฆฝนสีแดงคือเรื่องดีแล้วเหรอคะ?"

อัศวิน

"เราโดนเมฆฝนสีแดงนั่นโจมตีมานะ"

อลินดา

"โธ่ พี่ก็ กองทัพโจมตีเมฆฝนสีแดงนี่ทีไรมันก็โต้กลับได้ทุกที หนูว่าถึงคราวที่ธรรมชาติอยากให้มนุษย์สูญพันธ์แล้วล่ะ"

จอห์นนี่

"ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าสิ่งที่ผมทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือเปล่า?""มนุษย์ต่อสู้กับธรรมชาติหลายพันปีก่อนแล้ว""ผมอยากรู้ว่า ทำยังไงมนุษย์กับธรรมชาติถึงจะเลิกสู้กันมากกว่า"

อลินดา

"เป็นคำถามที่หาคำตอบยากจริงๆนะคะ"


ทางกองทัพสามารถผลิตกระจกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง1เมตรจำนวน20ชิ้นได้สำเร็จแล้วเตรียมพร้อมติดขาตั้งให้กับกระจกทุกอันปิดผ้าคลุมเอาไว้ก่อน

ฉากภายใน: ห้องพักของจอห์นนี่

โทรศัพท์ของจอห์นนี่ดังขึ้น จอห์นนี่ก็รับโทรศัพท์

จอห์นนี่

"ครับ เข้าใจแล้วครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ"

อัศวิน/อลินดา

"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ/คะ?"

จอห์นนี่

"ทางกองทัพทำกระจกขนาดใหญ่พิเศษสำหรับรวมแสงจัดการเมฆฝนสีแดงเสร็จแล้วน่ะ"

อลินดา

"ไปด้วยได้ไหมคะ?

อัศวิน

"โธ่เอ๊ย อลินดา"

อลินดา

"โธ่เอ๊ย พี่ก็ เราเผชิญเจ้าเมฆฝนสีแดงนี่กี่รอบแล้ว หนูเองก็เริ่มท้อ เจ้าเมฆฝนสีแดงนี่มันไปได้ทุกที่ หนูไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ยิ่งเจอเจ้าเมฆฝนสีแดงนี่เท่าไหร่หนูก็รู้สึกว่าเรากำลังหนีธรรมชาติอยู่ เรากำลังสู้ธรรมชาติ นั่นมันเหมือนเราหนีตัวเองอยู่ นั่นมันเหมือนเราทำร้ายตัวเองอยู่ เพราะเราเองก็คือธรรมชาติ"

จอห์นนี่

"นั่นสินะ เราสู้กับธรรมชาติมาโดยตลอดแต่ไม่มีใครตระหนักเลยซักคนต่อให้ตระหนักก็ไม่คิดจะแก้ไขอะไร"

Continuous

แล้วจอห์นนี่ก็ไปยังที่ทำการกระทรวงกลาโหมเพราะกองทัพตัดสินใจเอากระจกใหญ่พิเศษไปไว้ที่นั่นอลินดาก็ตามจอห์นนี่ไปอัศวินจึงตามน้องสาวของเขาไปด้วย

จอห์นนี่ อลินดา อัศวินไปถึงที่ทำการกระทรวงกลาโหมก็เป็นตอนที่ทุกคนในที่ประชุมกำลังรอฟังข้อมูลการเคลื่อนไหวของเมฆฝนสีแดงจากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุวิทยาอยู่พอดี

ผู้บัญชาการทหาร

"เราได้ตำแหน่งมันแล้ว มันก็กำลังมาที่กรุงเทพนี่แหละ อีก1ชั่วโมง มันก็จะมาถึงสะพานพระราม8แล้ว รีบไปที่นั่นกันเถอะ ตอนนี้ถนนไร้รถพอดีเลยด้วย"

แล้วทางกองทัพก็ยกทัพไปสะพานพระราม8ทันทีพร้อมทั้งนักวิทยาศาสตร์ที่มาสืบสวนเรื่องเมฆฝนสีแดงรวมทั้งจอห์นนี่อัศวินอลินดาก็ไปที่นั่นด้วย เมื่อไปถึงแล้วตอนนั้นท้องฟ้ายังไร้ซึ่งเมฆสีแดงอยู่แล้วเมฆสีแดงก็ลอยมาจากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพมา

ผู้บัญชาการทหาร

"เปิดผ้าคลุมออก"สิ้นคำสั่งนายทหารก็เปิดผ้าคลุมกระจกทุกอันออกแล้วรวมลำแสงไปยังจุดเดียวกันที่เมฆฝนสีแดงจุดที่ลำแสงไปโดนเมฆสีแดงนั้น เมฆสีแดงก็ค่อยหายไปอย่างไร้ร่องรอยทันใดนั้นก็มีฝนสีแดงตกลงมาจากเมฆสีแดง

ทหารตัวประกอบ1

"แย่ล่ะ มันกำลังกลายเป็นฝน"

ผู้บัญชาการทหาร

"มันกำลังโจมตีเมืองที่ฝั่งนั้นแบ่งกำลังเป็นสองกองอีกกองไปทำลายเจ้าน้ำสีแดงที่ฝั่งนั้น อีกกองทำลายเมฆสีแดงจากฝั่งนี้"

กองทัพก็แบ่งออกเป็นสองกอง กองหนึ่งมุ่งหน้าจากสะพานเข้าไปในเมืองแล้วทำการรวมลำแสงทำลายน้ำสีแดงของอีกฝั่งนั้นจนน้ำสีแดงนั้นระเหยกลายเป็นไอไปรวมกับเมฆสีแดงบนท้องฟ้า

อลินดา

"เราจะกำจัดเมฆฝนสีแดงจริงใช่ใหมคะ?"

จอห์นนี่

"ใช่"

อลินดา

"นี่คือการกระทำที่ดีที่สุดแล้วจริงๆเหรอคะ?"

จอห์นนี่

"ผมก็อยากแน่ใจเหมือนกัน"

อัศวิน

"อลินดา เธอคิดจริงเหรอว่าเมฆฝนสีแดงเป็นบทลงโทษจากธรรมชาติ?

อลินดา

"คิดว่างั้นแหละค่ะ"

อลินดา

"การที่มนุษย์เอาชนะธรรมชาติเนี่ยมันดีแล้วเหรอคะ?"

จอห์นนี่

"นั่นสินะ""เราทิ้งขยะลงทะเล เราทิ้งขยะเกลื่อนกลาดไปทั่ว เราทำลายชั้นบรรยากาศ เราทำลายชั้นโอโซน เราปล่อยแก๊สพิษไว้ในอากาศเพื่อให้พวกเราหายใจเอาแก๊สพิษพวกนั้นเข้าไปเอง แต่ไมีใครสนใจ ไม่มีใครแก้ไขอะไรเลย"

อีกฝั่งนั้นน้ำสีแดงถูกลำแสงยิงจนระเหยกลับไปรวมกับเมฆสีแดงจนหมดส่วนเมฆสีแดงก็ถูกลำแสงไปเรื่อยๆจนกระทั่งเมฆสีแดงนั้นหายไปจนหมดสิ้นจากท้องฟ้า

อลินดา

"การทำลายเมฆฝนสีแดงเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วเหรอคะ? มันเหมือนกัมันเหมือนกับว่าเราพยายามเอาชนะธรรมชาติเลย"

จอห์นนี่

"ใช่ มันเหมือนเราพยายามเอาชนะธรรมชาติ แต่ผมไม่รู้ว่ามันถูกต้องเปล่า ไม่รู้จริงๆ"

จบ

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

この作品はリンクフリーです。ご自由にリンク(紹介)してください。
この作品はスマートフォン対応です。スマートフォンかパソコンかを自動で判別し、適切なページを表示します。

↑ページトップへ