表示調整
閉じる
挿絵表示切替ボタン
▼配色
▼行間
▼文字サイズ
▼メニューバー
×閉じる

ブックマークに追加しました

設定
0/400
設定を保存しました
エラーが発生しました
※文字以内
ブックマークを解除しました。

エラーが発生しました。

エラーの原因がわからない場合はヘルプセンターをご確認ください。

ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
2/2

นอกตรรกะ และ กฎเกณฑ์

จอมมารที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ กลับชาติมาเกิดใหม่และเข้าเรียนในโรงเรียนลูกหลาน

 ท่ามกลางความว่างเปล่าของโลกใต้พิภพที่พังทลาย กราแฮม

แสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง เขามองสบตาอานอสด้วยแววตาที่เย้ยหยัน


 "จงดูให้เต็มตาซะ อานอส... โลกที่เจ้าพยายามปกป้อง โลกที่เจ้า

รักนักหนา ต่อจากนี้มันจะถูกกัดกินด้วยความเกลียดชังที่ไม่มีวัน

จบสิ้น ข้าจะทำให้ทุกชีวิตที่เจ้ารู้จักจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวังเดียวกับที่ข้าเป็น!"


 สิ้นคำประกาศกร้าว วงเวทย์ "กิเจลิการ์ (จุติใหม่ในครรภ์มารดา)" ส่องแสงเจิดจ้าเตรียมจะลากดวงวิญญาณให้จุติใหม่ แต่ในวินาทีนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือรูโหว่ขนาดใหญ่ของโลกใต้พิภพกลับมืดมิดลง ไม่ใช่เพราะอาทิตย์อัสดง แต่เพราะเงาทมิฬขนาดมหึมาที่เคลื่อนตัวเข้า

มาบดบังแสงอาทิตย์


 ปราสาทจอมมาร เดลโซเกด ลอยตัวอยู่เหนือหัวใจของการต่อสู้!

ทันใดนั้น ลำแสงสีดำสนิทพุ่งลงมาจากปราสาทเสียบทุละร่างของ

อากังซอร์ จนตรึงติดกับพื้นดิน และเริ่มที่จะเสื่อมสลายไปในที่สุด


  จากนั้นเงาของดาบนั้นบิดเบี้ยวและกลายร่างเป็นคน และมือซ้าย

ของร่างนั้นเริ่มคว้าด้าม ”ดาบลบล้างตรรกะ เวนุซโดโนอา” เอาไว้

แน่น กลิ่นอายพลังเวทย์ที่กดดันจนมิติบิดเบี้ยวแผ่ซ่านออกมา


 "คิดหรอว่าเจ้าทำให้ข้าไปเกิดใหม่แล้วข้าจะยอมไปเกิดแต่โดยดี"


 อานอส วอลดีโกด เอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความตาย

 กราแฮมหัวเราะร่า


 "ฮ่าๆๆ! สมเป็นเธอจริงๆ อานอส ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมแล้วที่ถูกกำหนด

มาให้ เสื่อมสลาย ต่อให้ตรรกะของโลกจะสั่งให้เธอไปเกิดใหม่

เธอก็ยังก้าวข้ามมันมาเพื่อทำลายผมต่อสินะ!"


 จากนั้น "ผู้ไม่เหมาะสม" ทั้งสองก็ได้เข้าปะทะกันอีกครั้ง ทั้งคู่พุ่ง

เข้าหากันด้วยความเร็วที่เหนือกว่ากฎระเบียบใดๆ เคียวเทพ

 เหวี่ยงเป็นวงโค้งสีม่วงคล้ำเจาะเข้าไปที่แขนซ้ายของอานอส


 จนขาดกระเด็น เลือดสีเข้มสาดกระเซ็น แต่ข้าไม่ได้แม้แต่จะ

กะพริบตาข้าตวัด ดาบลบล้าง ตรรกะ สวนกลับในองศาที่เพี้ยน

ฟันฉับเข้าที่มือซ้ายของ กราแฮม จนนิ้วขาดกระเด็นหายไปใน

ความว่างเปล่า กราแฮมคำรามพร้อมกับบาดแผลที่งอก

กลับมาใหม่ในทันที


 "เธอทำลายผมไม่ได้หรอก เรื่องแค่นี้คุณเองก็รู้ดีกว่าใคร อานอส

ต่อให้ตัวผมจะถูกทำลายให้ดับสูญจนเข้าสู่ความว่างเปล่า

รากเหง้าแห่งความว่างเปล่า ของผมก็จะนำพาตัวผมกลับมามี

ตัวตนอีกครั้ง"


 "งั้นข้าก็จะทำลายซ้ำๆจนกว่าความว่างเปล่าของเจ้าจะถูกทำลาย"


 อานอส ตอบกลับ พลังเวทย์ สีดำสนิทปะทุออกจากร่าง

การเสื่อมสลาย ของเขาไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้น

ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ความตาย


  คมดาบและคมเคียวปะทะกันจนเกิดคลื่นกระแทกทำลายล้าง

ซากปรักหักพังรอบข้าง กราแฮมเอียงคอหลบดาบพลางกล่าว


 "เห็นไหมล่ะ? เงื่อนไขนี้น่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ... ขอเพียงแค่ตัดคออีก

ฝ่ายได้ ผู้ที่ตัดก็จะได้ในสิ่งที่ตนต้องการ ผมต้องการความเกลียด

ชัง และเธอก็ต้องการสันติภาพ จุดหมายปลายทางมันก็เหมือนกัน

แค่การใช้งานมันแตกต่างนิดหน่อย"


 กราแฮมแสยะยิ้มออกมาและหัวเราะอย่างกับมันเป็น

ความวิปลาสซะเอง


 “แต่เธอก็ทำลายผมให้ดับสูญไม่ได้ เราคล้ายกันมาก”


 กราแฮมรวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่แขนขวา เหวี่ยงเคียวเทพวิปลาส

ด้วยแรงมหาศาล หมายจะตัดแขนขวาที่ถือดาบเวนุซโดโนอา

ของจอมมาร อานอส วอลดีโกด ให้มันขาดสะบั้น


  อานอส กล่าวเสียงต่ำ


 "ผิดแล้ว กราแฮม"


อานอสย่ำเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ตู้มมมมมม!!!!


 "ข้าจะทำลายเจ้าให้สิ้นซาก"


 ในจังหวะที่คมเคียวจะถึงตัว อานอส บิดตัวด้วยท่วงท่าที่เหนือคาด

หมายเขาได้ใช้มือซ้ายที่อาบไปด้วยเลือดคว้าหมับเข้าที่หัวของ

กราแฮม แล้วกดกระแทกลงกับพื้นดินอย่างรุนแรงจนเกิด

เสียงดังสนั่น!


 กราแฮมเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนที่อานอสจะใช้พลังเวทย์

กระชากหัวของเซลิสออกมาจากร่างของกราแฮมในพริบตา


 "ดูเอาไว้นะ...อานอส...ผมจะโจมตีไปที่..ดาบลบล้างตรรกะให้หาย

ไปเสีย...จงสลายไปซะ!"


 กราแฮมระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายโจมตีใส่ดาบลบล้างตรรกะจนมัน

แตกกระจายหายไป อานอสได้ลุกขึ้นและก้าวไปข้างหน้า

สวนทางกับเคียวเทพวิปลาสที่ถูกเขวี้ยงออกมา


 เขาเพียงแค่เอียงตัวหลบเล็กน้อย ก่อนจะหยิบอาวุธชิ้นโปรดของ

พ่อเขาขึ้นมาในพริบตา ดาบหมื่นอัสนี เกาด์เกย์ม๊อน มันคือ

ดาบมารของ นายกองแห่งกองทัพอัศวินมายา เซลิส วอลดีโกด


 ที่ ถูกกราแฮมชิงมา ปรากฏในมือจากนั้นข้าได้เสียบ

ดาบ หมื่นอัสนี ทะลวงเข้าไปที่กลางหน้าอก กราแฮม

อย่างแม่นยำ


 "จบกันที อานอส!!!"


 ข้าชูมือขึ้นเล็งไปที่หัวของกราแฮมที่กำลังดิ้นรน


 "เวเนเจียร่า (ความเป็นไปได้ปรากฏ)!"


 สิ้นเสียงประกาศ ดาบแห่งความเป็นไปได้ทั้ง 9 เล่มพุ่งทะยานออก

มาจากความว่างเปล่า เสียบทะลุวงเวทย์ที่กราแฮมพยายามจะกาง

กั้นไว้ สายฟ้าสีม่วงเข้มระเบิดออกมาจากดาบหมื่นอัสนี

เกาด์เกย์ม๊อน พัดพาเอาซากปรักหักพังและทุกสิ่งรอบข้างให้

ปลิวหายไปในพายุอัสนีที่บ้าคลั่ง


 เมื่อแสงสีม่วงจางลง เหลือเพียงดินแดนที่รกร้างว่างเปล่า และร่าง

ของจอมมารที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน ท่ามกลาง

เศษซากของโลกใต้พิภพที่กำลังสั่นคลอน อานอส วอลดีโกด

ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าความว่างเปล่าที่พยายามจะก่อตัวขึ้นใหม่

ของกราแฮม เขากระชับด้ามดาบหมื่นอัสนีในมือแน่นพลางเงยหน้า

ขึ้นมองหมู่เมฆาสีม่วงที่เริ่มม้วนตัวเป็นกงล้อแห่งทำลายล้าง


 "เจ้าคิดว่าความว่างเปล่าคือจุดสิ้นสุดงั้นหรือ กราแฮม?" อานอส

เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังก้องไปทั่วสมรภูมิ "ข้าจะแสดงให้เห็นว่า

เหนือกว่าความว่างเปล่าที่เจ้าภาคภูมิใจ ยังมีอำนาจที่แม้แต่ความ

ตายก็ยังต้องสยบ"


 จอมมารยกดาบหมื่นอัสนีขึ้นสู่ฟากฟ้า ปลายดาบชี้ตรงไปยัง

ปราสาทจอมมาร เดลโซเกด ที่ลอยเด่น ทันใดนั้น ดาบแห่งความ

เป็นไปได้ทั้ง 9 เล่มที่ปักอยู่โดยรอบก็เริ่มสั่นสะเทือนและเปล่งแสง

สีม่วงเข้มออกมาอย่างบ้าคลั่ง


 "ข้าได้ชูดาบหมื่นอัสนีในความเป็นจริง...กับ...ดาบหมื่นอัสนีแห่ง

ความเป็นไปได้ขึ้นฟ้า เป้าหมายไม่ใช่รากเหง้าของมัน ต้องใช้วิธี

ใดวิธีหนึ่งทำลายว่างเปล่านั้น ข้าได้เห็นคำตอบนั้นแล้ว ในอดีต

คงรู้วิธีนั้นอยู่แล้วสินะ ดังนั้น... พ่อของข้าเอ๋ย ตอนนี้แหละ"


 อานอสเริ่มร่ายมหาเวทย์ที่รุนแรงและซับซ้อนที่สุด พลังเวทย์มหา

ศาลไหลบ่าออกจากร่างจนอากาศรอบข้างฉีกขาด


 "ลาเวีย เนโอนด์ กัลวาริสเซ็น (ดาบสิบสนามสายฟ้าม่วงสูญสิ้น)"


 สิ้นคำร่าย ดาบแห่งความเป็นไปได้ทั้ง 9 เล่ม และดาบแห่งความ

เป็นจริงในมือของอานอส รวมเป็น 10 เล่ม พุ่งเข้าหากันที่จุดกึ่ง

กลางเหนือหัวของกราแฮม พลังงานมหาศาลควบแน่นจนกลายเป็น

ดาบสายฟ้ามหึมาเล่มหนึ่งที่มีขนาดใหญ่โตดุจเสาค้ำสวรรค์ที่เชื่อม

โยงระหว่างผืนดินและฟากฟ้าเข้าด้วยกัน!


 เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงง!


 เสียงอัสนีบาตแผดคำรามกึกก้องจนแผ่นดินของโลกใต้พิภพแยก

ออกเป็นเสี่ยงๆ แรงอัดอากาศมหาศาลกดทับทุกสรรพสิ่งจนจมดิ่ง

ลงสู่พื้น สายฟ้าสีม่วงเข้มสาดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง ย้อมโลก

ทั้งใบให้กลายเป็นสีแห่งการทำลายล้าง


  กราแฮม ที่อยู่ในใจกลางของมหาเวทย์ทำได้เพียงเบิกตากว้าง

ร่างกายของเขาถูกหลอมละลายและฉีกกระชากด้วยความเร็วที่

แม้แต่การฟื้นฟูก็ตามไม่ทัน


 "อัก...! อะ... นี่มันอะไร... อานอสสสส!"


 เสียงกรีดร้องของกราแฮมถูกกลืนหายไปในเสียงสายฟ้า เพียงไม่

กี่วินาทีหลังจากนั้น ร่างของกราแฮมก็ถูกเผาไหม้จนกลายเป็น

ขี้เถ้าไปในอากาศธาตุ ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยของเนื้อเยื่อหรือ

วิญญาณที่เคยโอหังและถือดี


 จากนั้น ความว่างเปล่าที่เขาเคยใช้หลบซ่อนถูกสายฟ้าสีม่วงฉีก

กระชากจนไม่เหลือที่ว่างให้ดำรงอยู่ พายุสายฟ้าเริ่มสงบลง ทิ้งไว้

เพียงกลุ่มควันและกลิ่นไหม้ของมิติที่พังทลาย อานอสลดดาบลง

ช้าๆ เบื้องหน้าของเขาในตอนนี้


 ไม่ใช่กราแฮมผู้ยิ่งใหญ่อีกต่อไป แต่เป็นเพียงก้อนพลังงานที่สั่น

ระริกและหม่นแสง นั่นคือรากเหง้าที่แท้จริงของกราแฮมที่หลง

เหลืออยู่เพียงสิ่งเดียว ท่ามกลางดินแดนที่รกร้างและ

เงียบสงัดราวกับป่าช้า


  มวลสารสีดำสนิทพลันบิดเบี้ยวและม้วนตัวกลับมารวมกันใหม่

ด้วยอำนาจของมหาเวท “เวเนเจียร่า (ความเป็นไปได้ปรากฏ)”

กราแฮม คืนชีพขึ้นมาจากเถ้าถ่านอีกครั้ง


  ร่างกายของเขาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นที่บ้าคลั่ง เขาสูดลม

หายใจเข้าลึกพลางเหยียดยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวโพลน


 "ฮึๆ... ฮ่าๆๆ! นึกว่าจะจบแค่นี้เหรอ อานอส? พลังอัสนีบาตนั่นมัน

ยอดเยี่ยมจริงๆ แต่มันก็ทำได้แค่ทำลายเปลือกนอกของผมเท่า

นั้นแหละ! ต่อจากนี้ผมจะเข้าไปแทรกซึมและปั่นป่วนการเสื่อมสลายในตัวเธอ ผมจะกัดกินคุณจากข้างในรากเหง้านั่นแหละ เตรียมตัวสัมผัสความว่างเปล่าที่แท้จริงได้เลย!"


 กราแฮมพุ่งตัวออกไปประดุจลูกธนูสีดำ หมายจะเข้าถึงตัวจอมมารในระยะประชิดเพื่อใช้รากเหง้าของตนเข้าแทรกแซง ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะถึงตัวอานอส


  ร่างกายของเขากลับแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ที่มองไม่เห็น มีเพียงความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัว อานอส วอลดีโกด เริ่มก้าวเดินทุกย่าง

 ก้าวแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้มิติบิดเบี้ยว ร่างของ

 กราแฮมแห่งความเป็นไปได้เริ่มสั่นสะท้านไปถึงดวงวิญญาณ


  เขาพยายามจะก้าวไปข้างหน้าแต่สัญชาตญาณกลับสั่งให้เขาถอยหลังหนีอย่างไม่อาจควบคุม อานอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เย็นเยียบจนถึงขั้วหัวใจ


 "ถามร่างตัวเองดูสิ ... ร่างแห่งความเป็นไปได้ของเจ้าที่กำลังสั่นกลัวนั่นน่ะ มันกำลังบอกอะไรกับตัวเจ้าอยู่?"


 กราแฮมตะโกนก้อง เสียงของเขาสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด


 "ห๊ะ...? หวาดกลัว? ผมเนี่ยนะจะหวาดกลัว ผมที่คล้ายกับเธอขนาดนี้ ผมที่มีตัวตนเป็นความว่างเปล่าไร้ซึ่งขอบเขตเหมือนกันกับเธอ ที่มีการเสื่อมสลายเป็นแก่นพลัง จะไปมีความรู้สึกพรรค์นั้นได้ยังไง อานอส! เธอน่ะ อย่ามาล้อเล่นนะ!"


 อานอสหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ระยะห่างเพียงเอื้อมมือ


  "ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ เวลาที่แกว่งเคียวเทพวิปลาสในอากาศ จะเกิดเหตุการณ์ที่เข้าทางเจ้า... ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย นั่นคือเหตุการณ์ที่เข้าทางเจ้า ณ ขณะนี้ที่สุดแล้ว ... ซึ่งมันแปลว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็เปล่าประโยชน์แล้ว"

 ตับ!!!



 อานอส ยกเท้าขึ้นแล้ว เหยียบย่ำ ลงบนมือขวาของ กราแฮม ที่กำลังกำเคียวแน่น แรงกดนั้นมหาศาลจนกระดูกแหลกละเอียดเป็นผง กราแฮมกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน


 "เจ้าบอกว่ารากเหง้าของข้ากับเจ้ากำลังประลองพลังและห้ำหั่นกัน... โดยการเสื่อมสลายและความว่างเปล่า พวกเราจะล่มสลายไปชั่วนิรันดร์ แล้วกลับสู่ความว่างเปล่า"


 อานอสโน้มตัวลงมา ใบหน้าอยู่ห่างจากศัตรูเพียงไม่กี่นิ้ว ดวงตาจอมมารจ้องลึกเข้าไปในดวงตาแห่งความเป็นไปได้ที่เริ่มสั่นไหว


 "ลองส่องดูให้ดีด้วยตาแห่งความเป็นไปได้คู่นั้นดูสิ... เข้าใจแล้วหรือยัง? ที่เสื่อมสลาย มีเจ้าคนเดียวที่เสื่อมสลายไงละ กราแฮม"


 "ไม่จริง! มันต้องไม่ใช่แบบนั้น!" กราแฮมแผดเสียงอย่างเสียสติ "ผมคือความว่างเปล่า! ความว่างเปล่ามันจะเสื่อมสลายได้ยังไง รากเหง้าของคุณมันแทบจะสัมผัสตัวตนของผมไม่ได้ด้วยซ้ำ มันก็แค่การชนกันที่สูสี...!"


 อานอสยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ที่อยู่เหนือกว่า


  "ก็จริงอยู่ว่ารากเหง้าของข้าสัมผัสกับความว่างเปล่าของเจ้าได้ในระดับเบาบาง...ทว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร รากเหง้าของข้ากำลังทำลายมันแบบถอนรากถอนโคนจากทุกโครงสร้าง!"


 โครม!!!


 จอมมารอานอส วาดเท้าเตะเข้าที่ชายโครงของกราแฮมอย่างจัง แรงเตะส่งร่างแห่งความเป็นไปได้กระเด็นลอยละลิ่วทะลุกำแพงและซากปรักหักพังไกลออกไปหลายร้อยเมตร แต่อานอสกลับก้าวตามไปติดๆ ประดุจภูตพรายที่ไม่มีวันสลัดหลุด เขาคว้าคอเสื้อของกราแฮมที่กำลังสะบักสะบอมขึ้นมา


 "เราอาจจะคล้ายกันอยู่บ้างก็จริงนะ กราแฮม คล้ายในแง่ที่ว่า รากเหง้าเพียงเสี้ยวเดียวของข้า เทียบได้เท่ากับรากเหง้าทั้งหมดของเจ้ายังไงล่ะ รากเหง้าของเจ้าพ่ายแพ้ไปหมดรูปในตัวข้าตั้งนานแล้ว ที่เหลืออยู่มีเพียงตัวเจ้าแห่งความเป็นไปได้ที่อยู่ตรงนี้!"


 อานอสเริ่มกระชากรากเหง้าแห่งความว่างเปล่านั้นด้วยมือเปล่า แล้วยัดมันเข้าไปในรากเหง้าแห่งการเสื่อมสลายของตนเองโดยตรง อานอสโน้มไปกระซิบข้างหูของศัตรูที่กำลังจะดับสูญ


 "เจ้าอาจจะพูดผิดไปนิดหนึ่งนะ... สำหรับข้า การพิชิตการเสื่อมสลายในตัวเองนั้นยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าการจัดการกับความว่างเปล่าของเจ้า จริงอยู่ พลังที่ข้าปลดปล่อยออกมาในโลกที่แสนจะเปราะบางใบนี้ทัดเทียมกับเจ้าในภาพลวง ทว่าหากวัดกันตามปริมาณพลังทั้งหมดที่ข้ามีอยู่แต่เดิม เจ้านั้นยังห่างชั้นกับข้าอยู่หลายขุม เจ้าน่ะคิดว่าเจ้าสู้กับข้า... ทว่าข้านั้นสู้กับตัวข้าเองมา!"


 อานอสชูนิ้วขึ้น พลังเวท “เบบุสโด(สังหารรากเหง้า)” ห่อหุ้มไว้ที่

 ปลายนิ้วเป็นสีดำทมิฬ ก่อนจะจ้วงทะลวงเข้าไปกลางอกของ

 กราแฮม อย่างโหดเหี้ยม

 เปรี้ยง!!!


 อานอส ย่ำเท้าลงบนพื้นเพียงก้าวเดียว พลังมหาศาลระเบิดออกจนพื้นดินของ สถานศึกษาแห่งเทพเจ้า เอเวรัส อันเซตต้า พังพินาศย่อยยับจมลงสู่ก้นบึ้งของขุมนรก แรงระเบิดปัดเป่าทุกอย่างจนราบเป็นหน้ากลอง


 "อานอส... เธอ... ในสายตาของเธอ... ไม่เคยเห็นผมอยู่เลยงั้นเหรอ?"


  กราแฮมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความหยิ่งผยองพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดีอานอสมองร่างที่แหลกเหลวนั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพช


  "อย่าผิดหวังแบบนั้นเลย... ข้าน่ะมีเจ้าอยู่ในสายตานะ ถูกอย่างที่เจ้าพูด ข้าน่ะถูกเจ้าเอาโลกใบนี้ไปใช้เป็นโล่กันบังตลอดเวลา การไล่ตีแมลงวันไปพร้อมกับระมัดระวังทุกระเบียดนิ้วเพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองทำลายล้างโลก เป็นเรื่องที่ยากลำบาก ไม่รู้ว่าต้องเกิดการเสื่อมสลายอีกกี่ร้อยกี่ล้านกว่าครั้งกว่าที่ความว่างเปล่าของเจ้าถึงจะหายไปโดยสมบูรณ์ แต่หากเป็นส่วนลึกที่สุดของรากเหง้าเจ้าที่มีพลังเพียงกระจิ๊ดริ๊ด แค่ปล่อยให้ถ่ายออกไปเรื่อยๆ ก็เกินพอแล้ว... ข้าจะไม่มอบแม้แต่โอกาสให้เจ้าได้เกิดใหม่ สิ่งเดียวที่ข้าจะมอบให้เจ้า คือความโดดเดี่ยวที่เจ้าเกลียดชังนักเกลียดชังหนานั่นยังไงล่ะ กราแฮม"

เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับ ใครว่าข้าไม่เหมาะเป็นจอมมาร ในเล่มที่ 8

評価をするにはログインしてください。
ブックマークに追加
ブックマーク機能を使うにはログインしてください。
― 新着の感想 ―
このエピソードに感想はまだ書かれていません。
感想一覧
+注意+

特に記載なき場合、掲載されている作品はすべてフィクションであり実在の人物・団体等とは一切関係ありません。
特に記載なき場合、掲載されている作品の著作権は作者にあります(一部作品除く)。
作者以外の方による作品の引用を超える無断転載は禁止しており、行った場合、著作権法の違反となります。

↑ページトップへ